
งานวิจัยล่าสุดจากสถาบัน Potsdam Institute for Climate Impact Research (PIK) ในเยอรมนี เตือนว่า ภายในปี 2085 หากโลกยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ถิ่นอาศัยของสัตว์บกมากกว่าหนึ่งในสามทั่วโลก อาจต้องเผชิญภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศหลายรูปแบบพร้อมกัน ความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ภัยพิบัติชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่คือการที่สัตว์ต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้านในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น หลังผ่านภัยแล้งรุนแรง พื้นที่เดียวกันอาจเผชิญไฟป่าต่อทันที หรือหลังน้ำท่วม อาจตามมาด้วยคลื่นความร้อนที่ยาวนาน
เมื่อเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน ระบบนิเวศจะฟื้นตัวได้ยากขึ้น สัตว์จำนวนมากอาจสูญเสียทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่หลบภัย และพื้นที่ขยายพันธุ์ในเวลาเดียวกัน หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลียช่วงปี 2019-2020 ซึ่งเกิดขึ้นหลังพื้นที่จำนวนมากเผชิญภัยแล้งอย่างหนัก นักวิจัยพบว่า พื้นที่ที่แห้งแล้งก่อนเกิดไฟป่ามีการสูญเสียพืชและสัตว์รุนแรงกว่าปกติถึง 27-40%
สรุปข่าว
งานวิจัยล่าสุดจากสถาบัน Potsdam Institute for Climate Impact Research (PIK) ในเยอรมนี เตือนว่า ภายในปี 2085 หากโลกยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ถิ่นอาศัยของสัตว์บกมากกว่าหนึ่งในสามทั่วโลก อาจต้องเผชิญภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศหลายรูปแบบพร้อมกัน ความน่ากังวลไม่ได้อยู่ที่ภัยพิบัติชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่คือการที่สัตว์ต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้านในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น หลังผ่านภัยแล้งรุนแรง พื้นที่เดียวกันอาจเผชิญไฟป่าต่อทันที หรือหลังน้ำท่วม อาจตามมาด้วยคลื่นความร้อนที่ยาวนาน
เมื่อเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน ระบบนิเวศจะฟื้นตัวได้ยากขึ้น สัตว์จำนวนมากอาจสูญเสียทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ที่หลบภัย และพื้นที่ขยายพันธุ์ในเวลาเดียวกัน หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือเหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลียช่วงปี 2019-2020 ซึ่งเกิดขึ้นหลังพื้นที่จำนวนมากเผชิญภัยแล้งอย่างหนัก นักวิจัยพบว่า พื้นที่ที่แห้งแล้งก่อนเกิดไฟป่ามีการสูญเสียพืชและสัตว์รุนแรงกว่าปกติถึง 27-40%
งานวิจัยพบว่า “คลื่นความร้อน” จะกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สุดต่อสัตว์ป่า ภายในปี 2050 หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังอยู่ในระดับสูง พื้นที่อาศัยของสัตว์มีกระดูกสันหลังบนบกกว่า 74% จะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด พื้นที่เสี่ยงสูงกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคสำคัญของโลก ทั้งลุ่มน้ำอเมซอน แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และภายในปี 2085 ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นเป็น 93% หมายความว่า พื้นที่ปลอดภัยจากความร้อนจะเหลือน้อยลงเรื่อยๆ
เช่นเดียวกับไฟป่าเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามสำคัญที่กำลังขยายตัว โดยงานวิจัยชี้ว่า ความเสี่ยงจากไฟป่ารุนแรงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญอากาศร้อนและแห้งยาวนาน ขณะที่ภัยแล้ง แม้จะดูส่งผลกระทบในวงจำกัดกว่า แต่กลับเป็นอันตรายอย่างมากต่อสัตว์ที่ต้องพึ่งพาความชื้น เช่น กบ ซาลาแมนเดอร์ และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำนวนมาก เพราะแหล่งน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำกำลังลดลงต่อเนื่อง ส่วนน้ำท่วม แม้จะเกิดในบางพื้นที่เฉพาะ แต่ก็สามารถทำลายพื้นที่ลุ่มต่ำและระบบนิเวศริมแม่น้ำได้อย่างรุนแรง
การเผชิญภัยพิบัติไม่ได้หมายความว่าสัตว์ทุกชนิดจะสูญพันธุ์ทันที เพราะสัตว์แต่ละชนิดมีความสามารถในการปรับตัวต่างกัน บางชนิดอาจเปลี่ยนพฤติกรรมการหาอาหาร อพยพ หรือปรับช่วงเวลาการใช้ชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน แต่ไม่ใช่สัตว์ทุกชนิดจะสามารถปรับตัวได้ทัน สัตว์หลายชนิดอาจไม่สามารถอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ทัน หรือถูกจำกัดด้วยกิจกรรมของมนุษย์ เช่น เมือง ถนน หรือพื้นที่เกษตรกรรม
- อากาศยิ่งร้อน คนยิ่งไม่ออกกำลังกาย อนาคตเสี่ยงปัญหาสุขภาพเรื้อรัง
- “เอลนีโญ” จ่อดัน อุณหภูมิโลกสูงทุบสถิติ ผลักโลกเผชิญอากาศสุดขั้วรุนแรง
- ภัยแล้ง-โลกร้อน เร่งเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ เสี่ยงรักษาโรคยากขึ้นกว่าเดิม
- โลกร้อนคุกคาม แหล่งโบราณคดีใน “กรีซ” เสี่ยงถล่มเร็วขึ้นจากวิกฤตสภาพอากาศ
- เตือนแล้วนะ! กรุงเทพฯ จ่อเดือดสุดในภูมิภาค อาจมีวันร้อนจัดสูงถึง 120 วัน/ปี
