ไฟไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์ ปล่อยสารพิษมรณะ กระทบประชาชนระยะยาว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไฟไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์ ปล่อยสารพิษมรณะ กระทบประชาชนระยะยาว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเตือนภัยเกี่ยวกับไฟไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์และเม็ดพลาสติกในลาดกระบัง เสี่ยงสารพิษอันตรายกระทบสุขภาพประชาชนระยะยาว

หลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์และเม็ดพลาสติกน้ำหนักกว่า 300 ตัน ภายในซอยฉลองกรุง 55 เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปกคลุมบริเวณกว้าง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศทันที

โดยสารพิษจากควันไฟ เสี่ยงกระทบสุขภาพระยะยาว เพราะจากการตรวจสอบพบว่า วัสดุที่ถูกไฟไหม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ พลาสติกชนิดต่าง ๆ และเม็ดพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเกิดการเผาไหม้ จะปล่อยสารเคมีอันตรายหลากหลายชนิดที่ปนเปื้อนในอากาศ รวมถึง

•    ไดออกซิน (Dioxin) สารพิษร้ายแรงที่อาจทำลายระบบสืบพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

•    ฟิวแรน (Furan) สารพิษที่มีผลคล้ายกับไดออกซิน ทำลายระบบภูมิคุ้มกันและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

•    กรดไฮโดรคลอริกและคลอรีน ที่ปล่อยออกจากการเผาไหม้พลาสติกพีวีซี ทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา

•    เบนซิน (Benzene) สารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้พลาสติกสไตรีน

•    PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) สารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้พลาสติกที่ไม่สมบูรณ์

•    โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท ที่อาจปล่อยออกมาเมื่อพลาสติกถูกเผาไหม้

•    สารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนศีรษะ และปัญหาทางเดินหายใจ

•    ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งอาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้หากสูดดมในปริมาณสูง

•    ฝุ่น PM2.5 ที่สามารถเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ก่อให้เกิดโรคหัวใจ โรคปอด และโรคทางเดินหายใจ

สรุปข่าว

“ดร.สนธิ” เตือนผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์และเม็ดพลาสติกในลาดกระบัง ปล่อยควันดำปกคลุมพื้นที่ เสี่ยงสารพิษอันตรายเช่น ไดออกซิน ฟิวแรน และฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน หน่วยงานรัฐแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากาก N95 และตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากน้ำดับเพลิงปนเปื้อนสารเคมี

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเตือนภัยเกี่ยวกับไฟไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์และเม็ดพลาสติกในลาดกระบัง เสี่ยงสารพิษอันตรายกระทบสุขภาพประชาชนระยะยาว

หลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์และเม็ดพลาสติกน้ำหนักกว่า 300 ตัน ภายในซอยฉลองกรุง 55 เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ปกคลุมบริเวณกว้าง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศทันที

โดยสารพิษจากควันไฟ เสี่ยงกระทบสุขภาพระยะยาว เพราะจากการตรวจสอบพบว่า วัสดุที่ถูกไฟไหม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ พลาสติกชนิดต่าง ๆ และเม็ดพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเกิดการเผาไหม้ จะปล่อยสารเคมีอันตรายหลากหลายชนิดที่ปนเปื้อนในอากาศ รวมถึง

•    ไดออกซิน (Dioxin) สารพิษร้ายแรงที่อาจทำลายระบบสืบพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

•    ฟิวแรน (Furan) สารพิษที่มีผลคล้ายกับไดออกซิน ทำลายระบบภูมิคุ้มกันและเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

•    กรดไฮโดรคลอริกและคลอรีน ที่ปล่อยออกจากการเผาไหม้พลาสติกพีวีซี ทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา

•    เบนซิน (Benzene) สารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้พลาสติกสไตรีน

•    PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) สารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้พลาสติกที่ไม่สมบูรณ์

•    โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท ที่อาจปล่อยออกมาเมื่อพลาสติกถูกเผาไหม้

•    สารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนศีรษะ และปัญหาทางเดินหายใจ

•    ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งอาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้หากสูดดมในปริมาณสูง

•    ฝุ่น PM2.5 ที่สามารถเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ก่อให้เกิดโรคหัวใจ โรคปอด และโรคทางเดินหายใจ

หน่วยงานที่เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ควรสวมหน้ากาก N95 หรือสูงกว่าทุกครั้งเพื่อป้องกันการสูดดมสารพิษ ขณะที่หน่วยงานรัฐควรเร่งตรวจสุขภาพประชาชนในระยะ 1 กิโลเมตรหรือมากกว่าจากจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่ด้านท้ายลม

น้ำที่ใช้ในการดับเพลิงซึ่งปนเปื้อนสารเคมีจากวัสดุที่ถูกเผาไหม้ อาจไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น คลองและแม่น้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในน้ำ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในระยะยาว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในโรงงานและการป้องกันผลกระทบจากสารพิษที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในชุมชนใกล้เคียง

ที่มาข้อมูล : Sonthi Kotchawat

ที่มารูปภาพ : Sonthi Kotchawat