ฤดูแล้งไทยปี 2566 อาจเกิด 2 ครั้ง คาดปีหน้าอุณหภูมิพุ่งอีก 1.5 องศาฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฤดูแล้งไทยปี 2566 อาจเกิด 2 ครั้ง คาดปีหน้าอุณหภูมิพุ่งอีก 1.5 องศาฯ

สรุปข่าว

วันนี้ ( 30 ก.ค. 66 )ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร   แนะนำให้เตรียมรับมมือกับสภาพอากาศแปรปรวนที่จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และ คาดว่าหลายพื้นที่อาจเกิดภัยแล้งซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 ปี  ขณะที่ รองอธิบดีกรมชลประทาน สั่งเก็บน้ำช่วงฝน 2 เดือนคือสิงหาคมและกันยายน ที่คาดว่าจะเป็นช่วงที่ฝนตกมากที่สุด และอาจจะมีพายุเข้ามาถึง 2 ลูก เพื่อเตรียมน้ำไว้สำหรับแล้งหน้า พร้อมกับร้องขอทุกภาคส่วนกักเก็บน้ำให้มากที่สุด เพื่อป้องกันภัยแล้งหลังหมดฤดูฝน



รศ.วิษณุ  อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร  กล่าวถึงปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตการเกษตร และ รายได้จากการส่งออก โดยปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ไม่เพียงแต่กระทบในภาคการเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเท่านั้น แต่กระทบไปถึงพืชอื่นๆ ไม่ต่างกับระเบิดเวลา  


ส่วนอุณหภูมิความร้อนในปีหน้า ซึ่งมีการพยากรณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติก่อนยุคอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก  ซึ่งหากย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2016 ตอนนั้นอุณหภูมิของโลกทุบสถิติใหม่ สูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 1.24 องศาเซลเซียส 


ทั้งนี้ขอให้ภาครัฐเตรียมการพร้อมรับมือกับวิกฤตขนาดใหญ่ เช่นในจังหวัดชุมพร ที่เมื่อต้นปี 2566 เจอสถานการณ์แล้ง แล้วหากดูในแบบจำลองพยากรณ์ต่อ จังหวัดชุมพรหรือจังหวัดที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ที่เคยโดนภัยแล้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็จะเจอแล้งซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 หมายความว่าผลผลิต ก็อาจจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก


ส่วนภาคตะวันออกที่เป็นแหล่งปลูกทุเรียนใหญ่อนาคตก็จะมีความเสี่ยง ต่อการขาดแคลนน้ำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีเวลาอีกเพียง 2 เดือนเท่านั้นก่อนที่จะสิ้นสุดฤดูฝน หากหมด 2 เดือนนี้ก็อาจจะหมด และมีภาวะขาดแคลนน้ำ 


นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน ว่าการจัดการน้ำในปัจจุบันอยู่ในช่วงของการจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ซึ่งถือว่าล่วงเลยมาแล้วราว 2 เดือนกว่า และยังเหลือเวลาในการเก็บกักน้ำฝนอีกราว 2 เดือนเศษ หรือ ช่วงปลายฤดูฝนกลางเดือนตุลาคม 


โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรมชลประทานได้มีการวางแผนจัดสรรใช้น้ำไว้ราว 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้ใช้ไปแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม จึงทำให้พื้นที่ในเขตชลประทานไม่มีปัญหาภัยแล้ง แต่จะมีปัญหาบ้างในบางพื้นที่ที่น้ำขาดช่วง ซึ่งปัจจุบันนี้ลุ่มเจ้าพระยา ได้มีการปลูกข้าวไปแล้วกว่า 7 ล้านไร่ หรือราวร้อยละ 90 


ภาพจาก :  AFP 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand