ลองโควิด เผยผลวิจัยพบชิ้นส่วนไวรัสในเลือด หนุนสมมติฐาน ‘ติดเชื้อถาวร’

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลองโควิด เผยผลวิจัยพบชิ้นส่วนไวรัสในเลือด หนุนสมมติฐาน ‘ติดเชื้อถาวร’

สรุปข่าว

วันนี้ ( 3 ก.ย. 65 )ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด และ ผลวิจัยเกี่ยวกับอาการ ลองโควิด ผ่านทางเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยระบุว่า

อัปเดต 'ลองโควิด'

Swank Z และคณะ จาก Harvard Medical School ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ผลการวิจัยที่สำคัญ ในวารสารการแพทย์โรคติดเชื้อ Clinical Infectious Diseases เมื่อวานนี้ 2 กันยายน 2565

โดยทำการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 จำนวน 63 คน ในจำนวนนี้มี 37 คนที่ประสบปัญหา ลองโควิด

สาระสำคัญที่ค้นพบคือ ราว 2 ใน 3 ของกลุ่มผู้ป่วยที่ประสบปัญหา ลองโควิด นั้น สามารถตรวจพบชิ้นส่วนเปลือกนอกของไวรัสได้ในเลือด และตรวจพบได้ถึง 12 เดือนที่ทำการศึกษา โดยที่กลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนแต่ไม่มีปัญหา ลองโควิด นั้นตรวจไม่พบ

ข้อค้นพบข้างต้นจากการวิจัยนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานเรื่องการ ‘ติดเชื้อถาวร’  (persistent infection) โดยไวรัสแฝงในเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และอาจเป็นกลไกหนึ่งที่จะอธิบายการเกิดปัญหา Long COVID ที่มีอาการผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายได้อย่างหลากหลาย 

นอกเหนือไปจากสมมติฐานเรื่องการคงค้างของชิ้นส่วนของไวรัสอย่างยาวนาน และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบต่างๆ ของร่างกายจนเกิดอาการผิดปกติตามมา

แม้งานวิจัยนี้จะมีกลุ่มประชากรไม่มากนัก แต่สิ่งที่พบนั้นมีความสำคัญ และจะนำไปสู่กระบวนการวางแผนศึกษาวิจัยเพื่อเจาะลึกถึงธรรมชาติของ Long COVID เพื่อหาทางดูแลรักษา

ถึงจุดนี้ ความรู้การแพทย์ชี้ให้เราทุกคนต้องตระหนักว่า การติดเชื้อนั้นไม่จบแค่ชิลๆ แล้วหาย แม้ฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงหรือลดโอกาสเสียชีวิต แต่หากไม่ป้องกันตัว ติดเชื้อแล้วก็จะป่วยได้ ตายได้ และเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวอย่าง Long COVID ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต สมรรถนะการใช้ชีวิตและการทำงาน เกิดโรคเรื้อรังได้หลายชนิด รวมถึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายทั้งต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม

การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท

ใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอนะครับ สำคัญมาก


ข้อมูลจาก  :  เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat

ภาพจาก  :  AFP

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ