
สรุปข่าว
วันนี้ (27 เม.ย. 65)สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า บริษัทไฟเซอร์/ไบออนเทคได้ยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 สำหรับเด็กอายุ 5-11 ปี ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐเมื่อวันอังคาร (26 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
การยื่นขออนุมัติของไฟเซอร์เกิดขึ้น หลังจากที่บริษัทได้เปิดเผยผลการศึกษาตัวอย่างเลือดทางห้องปฏิบัติการของเด็ก 30 คนในกลุ่มอายุดังกล่าวเมื่อต้นเดือนเม.ย. โดยผลวิจัยระบุว่า เด็กที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 มีระดับแอนติบอดีในการต้านไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้น 36 เท่า เมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนสองโดสแรก
ทั้งนี้ วัคซีนเข็มที่ 3 มีปริมาณ 10 ไมโครกรัมต่อโดส ซึ่งเท่ากับวัคซีนสองโดสแรกที่ใช้ในเด็กกลุ่มนี้ นอกจากนี้ ในการทดลองวัคซีนเข็มกระตุ้นยังไม่แสดงข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยใด ๆ
ก่อนหน้านี้ FDA ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนเข็มกระตุ้นของไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปีไปเมื่อเดือนม.ค. ซึ่งขณะนั้นไวรัสโอมิครอนระบาดลุกลามไปทั่วประเทศ แต่ภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อได้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะกับไวรัสโอมิครอนที่ปรับตัวให้หลบหลีกแอนติบอดีในร่างกายมนุษย์ได้ อย่างไรก็ดี วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากโรคโควิด
ทางด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐระบุว่า จากข้อมูลเดือนเม.ย. มีเด็กอายุ 5-11 ปีเพียง 28% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนสองโดสแรก
ภาพจาก : AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand