
สรุปข่าว
วันนี้ ( 12 ม.ค. 65 )นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก ขอให้ทุกภาคส่วนและประชาชในการร่วมเดินหน้ารับมือให้โควิด สู่โรคประจำถิ่น ทั้งการป้องกันตนเองสูงสุด และการฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันทั้งระดับบุคคลและประเทศ โดยหลังจากการแพร่ระบาดถึงขั้นสูงสุดของการระบาดแล้ว โรคระบาดจะปรับเปลี่ยนกลายเป็นโรคประจำถิ่น หรือโรคระบาดตามฤดูกาลของของประเทศ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
โดยปัจจัยการพิจารณา โรคประจำถิ่น คือ
1.เชื้อลดความรุนแรง เช่น อัตราเสียชีวิตจากโควิด 19 ลดลงเหลือ 1 ราย จากผู้ติดเชื้อ 1,000 ราย
2.ประชาชนมีภูมิคุ้มกันค่อนข้างดี เช่น การฉีดวัคซีน การติดเชื้อก่อนหน้า
3.ประเทศนั้นๆ มีระบบการบริหารจัดการ การดูแลรักษา และควบคุมหรือชะลอการระบาดได้อย่างดี (ตัวอย่างที่ดีในประเทศไทย และอีกหลายๆประเทศ
สรุปได้ว่า “โรคประจำถิ่น” เป็นโรคที่เกิดขึ้นประจำเฉพาะบริเวณพื้นที่นั้น ๆ มีการแพร่กระจายและสามารถคาดเดาอัตราการติดเชื้อได้ เช่น โรคไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ โรคเอดส์
มีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เรื่อง "โรคประจำถิ่น" โดยแพทย์หญิงแคเธอรีน สมอลวู้ด หัวหน้าฝ่ายตอบสนองฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ ประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า จริงอยู่ที่ทุกฝ่ายประเมินว่า โควิด-19 จะเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันถือว่ายังไม่ใช่ ตอนนี้ WHO ไม่สนับสนุนให้มีการสรุปเอง ว่าโควิดไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่ เพราะการคิดเช่นนั้น เท่ากับเป็นการลดระดับความเข้มข้นของมาตรการ จากระดับโรคระบาดสู่โรคประจำถิ่น
ทั้งนี้ การกำหนดให้โรคใดก็ตามเป็นโรคประจำถิ่น อัตราการระบาดต้องมีความเสถียร และการแพร่กระจายหรือการติดต่อของโรคต้องคาดการณ์ได้ แต่โควิด-19 ยังไม่อยู่ ณ จุดนั้น
ภาพจาก : AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! รมว.สธ. เผยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ XEC ติดง่าย แต่หายไว
- เปิดเทอม! กรมการแพทย์แนะเฝ้าระวังห่วงเด็กเสี่ยงได้รับเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น
- เตือน! เดือนพ.ค. สถานการณ์โควิดจะระบาดสูงสุด ก่อนตามด้วยโรคไข้หวัดใหญ่
- หน้ากากอนามัยไม่ขาดแคลน! เตือนคนขายฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษหนัก
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand