น้ำท่วมเนปาล เสียชีวิตพุ่ง 1,344 สูญหายกว่า 4,800 คน เปิดใจผู้รอดชีวิต!

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำท่วมเนปาล เสียชีวิตพุ่ง 1,344 สูญหายกว่า 4,800 คน เปิดใจผู้รอดชีวิต!

คืบหน้าภัยพิบัติเนปาล

สำนักงานจัดการภัยพิบัติเนปาล เปิดเผยว่า ภัยพิบัติที่ก่อความเสียหายให้กับ บ้านเรือน ถนนหนทาง และโรงเรียนในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ บริเวณชายแดนติดกับเขตปกครองตนเองซีจ้าง(ทิเบต)ของจีน ได้คร่าชีวิตผู้คนในเนปาลไปแล้วอย่างน้อย 1,344 คน และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 4,887 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 583 คน โดยหลายคนเป็นผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวสายเดินป่า

ค้นหาผู้สูญหายต่อเนื่อง

โดยทีมกู้ภัยเนปาลค้นพบปาฏิหาริย์ หลังช่วยชีวิต นางจันทิกา กุมารี เศรษฐา หญิงวัย 64 ปี ออกมาจากซากบ้านที่พังทลายในหมู่บ้านเบตราวาตี โดยเธอรอดมาได้ในโพรงอากาศแคบๆ ท่ามกลางดินโคลนล้อมรอบนานถึง 10 วัน หลังจากที่ครอบครัวคิดว่าเธอเสียชีวิตจากเหตุดินถล่ม และได้เริ่มจัดพิธีศพไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงลุยโคลนเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างไม่ลดละ

สรุปข่าว

คืบหน้าเหตุ ภัยพิบัติครั้งรุนแรงบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต ยอดเสียชีวิตกว่า 1,340 คน และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 4,887 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 583 คน เร่งประสานช่วยเหลือ ขณะที่ปากีสถานส่งความช่วยเหลือ 100 ตัน ช่วยผู้ประสบภัยในเนปาล

คืบหน้าภัยพิบัติเนปาล

สำนักงานจัดการภัยพิบัติเนปาล เปิดเผยว่า ภัยพิบัติที่ก่อความเสียหายให้กับ บ้านเรือน ถนนหนทาง และโรงเรียนในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ บริเวณชายแดนติดกับเขตปกครองตนเองซีจ้าง(ทิเบต)ของจีน ได้คร่าชีวิตผู้คนในเนปาลไปแล้วอย่างน้อย 1,344 คน และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 4,887 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 583 คน โดยหลายคนเป็นผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวสายเดินป่า

ค้นหาผู้สูญหายต่อเนื่อง

โดยทีมกู้ภัยเนปาลค้นพบปาฏิหาริย์ หลังช่วยชีวิต นางจันทิกา กุมารี เศรษฐา หญิงวัย 64 ปี ออกมาจากซากบ้านที่พังทลายในหมู่บ้านเบตราวาตี โดยเธอรอดมาได้ในโพรงอากาศแคบๆ ท่ามกลางดินโคลนล้อมรอบนานถึง 10 วัน หลังจากที่ครอบครัวคิดว่าเธอเสียชีวิตจากเหตุดินถล่ม และได้เริ่มจัดพิธีศพไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงลุยโคลนเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างไม่ลดละ

ผู้รอดชีวิตเปิดใจหลังสูญสิ้นทุกอย่างชั่วข้ามคืน

ด้านนาบิง มาการ์ หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติน้ำป่าและดินถล่มฉับพลัน เดินทางกลับมาดูจุดที่เคยเป็นบ้านของเธอในอำเภอนุวาคต  หลังเหตุการณ์งวดนี้ทำลายบ้านที่เพิ่งกู้เงินมาสร้างได้เพียงปีเดียวจนพังเสียหาย สัตว์เลี้ยงตายทั้งหมด และพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้เลี้ยงชีพถูกโคลนทับกลบจนไม่เหลืออะไรเลย 

ในวันเกิดเหตุ สามีของเธอซึ่งกำลังขับรถไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียน ได้ยินข่าวว่ามวลน้ำกำลังทะลักมา จึงรีบเลี้ยวรถกลับมาเตือนเธอให้หลบภัยได้ทันเวลา ความสูญเสียครั้งนี้หนักหนาเกินทำใจ  ยอมรับว่า ทุกวันนี้เธอต้องเดินกลับมาดูจุดที่เคยเป็นบ้านวันละถึง 3 ครั้ง แม้พื้นที่รอบๆ จะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงจากสิ่งปฏิกูลและโคลนเน่าเปื่อยก็ตาม แต่ก็ยังรับไม่ได้ที่บ้านและอาชีพที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน

ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการกู้ภัยเขตปกครองตนเองซีจ้าง(ทิเบต)ของจีน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า เหตุน้ำหลากดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ที่เมืองจี๋หรง บริเวณชายแดนจีน-เนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีชาวต่างชาติสูญหายยืนยันแล้ว 261 คน จาก 23 ประเทศ 

ทางการจีนได้แจ้งไปยังสถานทูตของประเทศที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมเปิดสายด่วน 24 ชั่วโมงสำหรับครอบครัวผู้สูญหาย และจัดตั้งกลไกแบ่งปันข้อมูลข้ามแดน

นอกจากนี้ จีนได้ส่งข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและธารน้ำแข็งให้เนปาลรายวัน จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยในอุโมงค์และพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล พร้อมบริจาคอุปกรณ์กู้ภัยและชิ้นส่วนสะพานเบลีย์รวม 320 ตันให้แก่เนปาลตามที่ร้องขอมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฝั่งจีน อยู่ที่ 43 คน และสูญหายรวม 519 คน 

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติปากีสถาน (NDMA) เปิดเผยว่า ปากีสถานได้ส่งสิ่งของช่วยเหลือจำนวน 100 ตัน ซึ่งประกอบด้วยเต็นท์ ผ้าห่ม ชุดสุขอนามัย และยารักษาโรค ไปยังประเทศเนปาลเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ที่ผ่านมา 

โดยส่งตรงไปยังกรุงกาฐมาณฑุตามคำสั่งของ นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ความช่วยเหลือในครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยและไมตรีจิตของรัฐบาลรวมถึงประชาชนชาวปากีสถานที่มีต่อเนปาล

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ