วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตผ่านมติจำกัดอำนาจทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตผ่านมติจำกัดอำนาจทรัมป์ในการทำสงครามกับอิหร่าน

วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตผ่านมติจำกัดอำนาจสงคราม ซึ่งอาจจำกัดไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ยุติการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน


เมื่อวานนี้ (19 พฤษภาคม) วุติสภาสหรัฐฯ มีมติ 50 ต่อ 47 เสียง โดยมีสมาชิกพรรคเดโมแครต และสมาชิกรีพับลิกันบางส่วน สนับสนุนมตินี้ ถือเป็นการลงเสียงสวนทางกับประธานาธิบดีที่มาจากพรรคเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


ผลโหวตสะท้อนว่า สมาชิกรีพับลิกันจำนวนหนึ่งเริ่มไม่สบายใจกับสงครามที่ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุด และพร้อมจะแสดงจุดยืนขัดแย้งกับผู้นำพรรคมากขึ้น


ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวก่อนการลงมติว่า “ประธานาธิบดีคนนี้ก็เหมือนเด็กเล็กที่กำลังเล่นกับปืนที่บรรจุกระสุน และหากมีช่วงเวลาใดที่เหมาะจะสนับสนุนมติจำกัดอำนาจสงคราม เพื่อถอนทหารออกจากการสู้รบกับอิหร่าน ก็คือตอนนี้”

สรุปข่าว

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 50 ต่อ 47 เสียง ผ่านมติจำกัดอำนาจสงคราม เพื่อจำกัดไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส การลงมติครั้งนี้สะท้อนว่า สมาชิกรีพับลิกันบางส่วนเริ่มกังวลต่อสงครามที่ยืดเยื้อ และยืนยันว่าอำนาจประกาศสงครามควรเป็นของฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวยังต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร และอาจเผชิญการวีโตจากทรัมป์ ทำให้ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ทันที

วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตผ่านมติจำกัดอำนาจสงคราม ซึ่งอาจจำกัดไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ยุติการโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน


เมื่อวานนี้ (19 พฤษภาคม) วุติสภาสหรัฐฯ มีมติ 50 ต่อ 47 เสียง โดยมีสมาชิกพรรคเดโมแครต และสมาชิกรีพับลิกันบางส่วน สนับสนุนมตินี้ ถือเป็นการลงเสียงสวนทางกับประธานาธิบดีที่มาจากพรรคเดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


ผลโหวตสะท้อนว่า สมาชิกรีพับลิกันจำนวนหนึ่งเริ่มไม่สบายใจกับสงครามที่ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุด และพร้อมจะแสดงจุดยืนขัดแย้งกับผู้นำพรรคมากขึ้น


ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต กล่าวก่อนการลงมติว่า “ประธานาธิบดีคนนี้ก็เหมือนเด็กเล็กที่กำลังเล่นกับปืนที่บรรจุกระสุน และหากมีช่วงเวลาใดที่เหมาะจะสนับสนุนมติจำกัดอำนาจสงคราม เพื่อถอนทหารออกจากการสู้รบกับอิหร่าน ก็คือตอนนี้”

ผลการลงมติยังถือเป็นชัยชนะของฝ่ายนิติบัญญัติที่ยืนยันว่า อำนาจในการส่งทหารเข้าสู่สงครามควรเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ


อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น และมติดังกล่าวยังต้องเผชิญอุปสรรคอีกหลายขั้นกว่าจะมีผลบังคับใช้ เพราะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก และต้องได้เสียงสนับสนุนถึงสองในสามของทั้งสองสภา เพื่อเอาชนะการวีโตที่คาดว่าทรัมป์จะใช้อีกด้วย


ก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกันได้ขัดขวางความพยายามผลักดันมติลักษณะเดียวกันนี้ในวุฒิสภามาแล้ว 7 ครั้งในปีนี้ และยังสกัดมติจำกัดอำนาจสงครามในสภาผู้แทนราษฎรอีก 3 ครั้ง ด้วยเสียงโหวตที่เฉียดฉิว

ที่มาข้อมูล : Aljazeera

ที่มารูปภาพ : Reuters