
โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี ผู้ต้องหาพยายามบุกลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ถูกตั้งข้อหา “พยายามลอบสังหาร” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเขาถูกนำตัวมาขึ้นศาลในกรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สองวันหลังจากที่เขาก่อเหตุ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกพิพากษาโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต
นอกจากข้อหาพยายามลอบสังหารแล้ว เขายังถูกตั้งข้อหาขนย้ายปืนข้ามรัฐ และข้อหาใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรม โดยเขาไม่ได้พูดอะไรภายในศาล แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เคยมีประวัติถูกจับหรือเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน
อีกด้านหนึ่ง แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า เหตุการณ์พยายามก่อเหตุโจมตีที่งานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ซึ่งถูกขัดขวางไว้ได้ ถือเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหญ่ครั้งที่สามต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ลีวิตต์ ซึ่งแถลงข่าวต่อสื่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว จะเรียกประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ และทีมปฏิบัติการของทำเนียบขาว เพื่อ “รับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของประธานาธิบดี”
ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธปืนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสกัดไว้ได้ ก่อนที่เขาจะสามารถเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น โดยภายในงานมีโดนัลด์ ทรัมป์, เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกจำนวนมากเข้าร่วมงานประจำปีดังกล่าว
ลีวิตต์ยังระบุว่า วาทกรรมทางการเมืองที่รุนแรงเป็นปัจจัยที่สร้างบรรยากาศ ซึ่งอาจผลักดันให้มีผู้ต้องการก่อเหตุโจมตีประธานาธิบดี
สรุปข่าว
โคล โทมัส อัลเลน วัย 31 ปี ผู้ต้องหาพยายามบุกลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ถูกตั้งข้อหา “พยายามลอบสังหาร” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเขาถูกนำตัวมาขึ้นศาลในกรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สองวันหลังจากที่เขาก่อเหตุ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกพิพากษาโทษสูงสุด จำคุกตลอดชีวิต
นอกจากข้อหาพยายามลอบสังหารแล้ว เขายังถูกตั้งข้อหาขนย้ายปืนข้ามรัฐ และข้อหาใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรม โดยเขาไม่ได้พูดอะไรภายในศาล แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เคยมีประวัติถูกจับหรือเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน
อีกด้านหนึ่ง แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า เหตุการณ์พยายามก่อเหตุโจมตีที่งานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว ซึ่งถูกขัดขวางไว้ได้ ถือเป็นความพยายามลอบสังหารครั้งใหญ่ครั้งที่สามต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
ลีวิตต์ ซึ่งแถลงข่าวต่อสื่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว จะเรียกประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ และทีมปฏิบัติการของทำเนียบขาว เพื่อ “รับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของประธานาธิบดี”
ผู้ต้องสงสัยที่มีอาวุธปืนถูกเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสกัดไว้ได้ ก่อนที่เขาจะสามารถเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น โดยภายในงานมีโดนัลด์ ทรัมป์, เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกจำนวนมากเข้าร่วมงานประจำปีดังกล่าว
ลีวิตต์ยังระบุว่า วาทกรรมทางการเมืองที่รุนแรงเป็นปัจจัยที่สร้างบรรยากาศ ซึ่งอาจผลักดันให้มีผู้ต้องการก่อเหตุโจมตีประธานาธิบดี
- จ่ายคืนใคร จ่ายจริงหรือไม่? "ทรัมป์" งานเข้า ศาลสั่งให้ทางการสหรัฐฯ คืนเงินภาษีนำเข้า 1.66 แสนล้านดอลลาร์
- ทรัมป์ถูกลอบสังหารมาแล้วกี่ครั้ง ?
- สหรัฐฯ โจมตีเรือค้ายาเสียชีวิต 3 ในแปซิฟิกและแคริบเบียน
- ผลสอบสวนเผย ผู้ก่อเหตุบุกงานเลี้ยงตั้งใจสังหารทรัมป์
- เปิดประวัติ ‘โคล โทมัส อัลเลน’ มือยิงงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว
