SCG เร่งลดคาร์บอนธุรกิจปูนฯ มุ่งสู่ Net Zero ปี 2050 ดันสระบุรีสู่เมืองคาร์บอนต่ำ

Share on Line Share on Facebook Share on X
SCG เร่งลดคาร์บอนธุรกิจปูนฯ มุ่งสู่ Net Zero ปี 2050  ดันสระบุรีสู่เมืองคาร์บอนต่ำ

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ปาฐกถาในหัวข้อ "Saraburi Sandbox: Inclusive Green Transition Model"  ในงาน GCNT Expo 2026   ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park ว่าสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) เป็นโครงการเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้จังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ทดลองลดก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันการผลิตซีเมนต์ของประเทศไทยกว่า 70% อยู่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

 

สำหรับการเดินหน้า Decarbonization ของ SCG เริ่มต้นมาตั้งแต่ราว 6–7 ปีก่อน เนื่องจากธุรกิจซีเมนต์เป็นธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด ขณะที่ราคาซีเมนต์ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้บริษัทมีโจทย์สำคัญในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะ 30 ปี โดย SCG เชื่อว่าธุรกิจซีเมนต์ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกอย่างน้อย 50 ปี เนื่องจากปูนซีเมนต์ยังมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง

 

SCG จึงร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญระดมความคิด เพื่อพัฒนาแนวทางการผลิตปูนซีเมนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยพบว่าส่วนสำคัญมาจากเชื้อเพลิงที่ใช้ ซึ่งหลัก ๆ คือถ่านหิน บริษัทจึงปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทางเลือก ได้แก่ Biomass, Plantation, RDF และ Industrial Waste เพื่อใช้ทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทลดการใช้ถ่านหินไปแล้วกว่า 50% และมีแผนจะเลิกใช้ถ่านหินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สรุปข่าว

SCG เดินหน้า Decarbonization ธุรกิจซีเมนต์ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ด้วยการลดการใช้ถ่านหินกว่า 50% และหันมาใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน พร้อมพัฒนา Green Products ที่ลดการปล่อย CO₂ ได้สูงสุด 40–50% ขณะที่สระบุรีเดินหน้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ผ่าน 5 แนวทางหลัก และขับเคลื่อนด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ Technology, Supply Chain, Regulation และ Capital Investment เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ปาฐกถาในหัวข้อ "Saraburi Sandbox: Inclusive Green Transition Model"  ในงาน GCNT Expo 2026   ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park ว่าสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) เป็นโครงการเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้จังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ทดลองลดก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างครบวงจร ซึ่งปัจจุบันการผลิตซีเมนต์ของประเทศไทยกว่า 70% อยู่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

 

สำหรับการเดินหน้า Decarbonization ของ SCG เริ่มต้นมาตั้งแต่ราว 6–7 ปีก่อน เนื่องจากธุรกิจซีเมนต์เป็นธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด ขณะที่ราคาซีเมนต์ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้บริษัทมีโจทย์สำคัญในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะ 30 ปี โดย SCG เชื่อว่าธุรกิจซีเมนต์ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกอย่างน้อย 50 ปี เนื่องจากปูนซีเมนต์ยังมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง

 

SCG จึงร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญระดมความคิด เพื่อพัฒนาแนวทางการผลิตปูนซีเมนต์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยพบว่าส่วนสำคัญมาจากเชื้อเพลิงที่ใช้ ซึ่งหลัก ๆ คือถ่านหิน บริษัทจึงปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทางเลือก ได้แก่ Biomass, Plantation, RDF และ Industrial Waste เพื่อใช้ทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทลดการใช้ถ่านหินไปแล้วกว่า 50% และมีแผนจะเลิกใช้ถ่านหินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน SCG ยังนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในกระบวนการผลิต ทั้ง Waste Heat Generation, Solar Farm, Solar Floating และ Solar Rooftop เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด

 

สำหรับ Green Products บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Generation 1 ลด CO₂ ได้ 10%, Generation 2 ลดได้ 10–20% และ Generation 3 ลดได้ 40–50% สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิต

 

อย่างไรก็ตาม การนำ Green Products หรือปูนชนิด Low Carbon มาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเปิดกว้างในทุกเซกเมนต์ SCG จึงมีนโยบายเชิญชวนสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมผลักดันการผลิตปูนชนิด Low Carbon ส่งผลให้มาตรฐานอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยเปลี่ยนเป็น Low Carbon เป็นที่เรียบร้อย

สระบุรีเดินหน้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย

 

สระบุรีเดินหน้าสู่การเป็น Thailand’s First Low Carbon City ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน หรือ Public-Private-People Partnership โดยกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำใน 5 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน (Energy Transition), อุตสาหกรรมสีเขียวและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Industry), การจัดการของเสีย (Waste Management), การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Green Space) เพื่อผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

 

4 เสาหลักขับเคลื่อน Saraburi Sandbox สู่เมืองคาร์บอนต่ำ

 

การขับเคลื่อน Saraburi Sandbox สู่เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ วางอยู่บน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Technology การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, Supply Chain การสร้างความร่วมมือและปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน, Regulation การพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน และ Capital Investment การสนับสนุนเงินลงทุน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกภาคส่วน

ที่มาข้อมูล : TNN Wealth

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth

แท็กบทความ

SCGปูนซีเมนต์NetZero
ธรรมศักดิ์เศรษฐอุดม
GCNTExpo2026