"Nvidia" กำไรพุ่ง 126% เฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์ AI หนุนรายได้โต 106%

Share on Line Share on Facebook Share on X
"Nvidia" กำไรพุ่ง 126% เฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์ AI หนุนรายได้โต 106%

อินวิเดีย (Nvidia) ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุด (พ.ค.-ก.ค. 2569) ด้วยรายได้สูงถึง 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งยังมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมส่งสัญญาณว่ายอดขายในอนาคตจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

สรุปข่าว

ลูกค้ารายใหญ่ของอินวิเดียน่าจะทุ่มงบลงทุนรวมกันสูงถึงเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ภายในปีนี้ พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับยอดรวมของปีที่ผ่านมา

อินวิเดีย (Nvidia) ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุด (พ.ค.-ก.ค. 2569) ด้วยรายได้สูงถึง 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งยังมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมส่งสัญญาณว่ายอดขายในอนาคตจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดีย ระบุในแถลงการณ์ว่า “การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI ในขณะนี้กำลังดำเนินไปอย่างเต็มสูบ … AI เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญแล้ว เพราะวันนี้ AI ทำงานที่เป็นประโยชน์ได้จริง โดยการประมวลผลของ AI ช่วยสร้างผลผลิตและกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรม และในเวลานี้ พลังการประมวลผลก็คือตัวสร้างรายได้”

ด้านกำไรสุทธิพุ่งขึ้นแตะ 5.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 126% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากกำไรราว 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้จากหุ้นในบริษัท AI ต่าง ๆ ที่อินวิเดียเข้าไปถือหุ้นไว้ หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ประเมินไว้ 2.09 ดอลลาร์ต่อหุ้น

เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจพบว่า กลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูลของอินวิเดีย ซึ่งดูแลทั้งในส่วนของศูนย์ข้อมูล AI, โรงงานประมวลผล AI รวมถึงออเดอร์ชิปจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ทำรายได้สูงถึง 8.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนกลุ่มธุรกิจเอดจ์ คอมพิวติง (Edge Computing) ซึ่งครอบคลุมการผลิตชิปที่ช่วยเพิ่มศักยภาพ AI ให้กับคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ทำรายได้ไป 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส รายได้ของอินวิเดียเพิ่มขึ้น 18%

นอกจากนี้ อินวิเดียยังประเมินว่า ในไตรมาสปัจจุบัน (ส.ค.-ต.ค. 2569) คาดว่าบริษัทฯ จะมีรายได้พุ่งแตะระดับ 1.08 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก และหากทำได้จริงก็จะเท่ากับว่าเพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนความเชื่อมั่นของอินวิเดียที่ว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI จะยังไม่มีการชะลอตัวลงในระยะเวลาอันใกล้

อินวิเดียยังคาดการณ์ด้วยว่า รายได้ในปีงบประมาณถัดไป ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนม.ค. 2570 จะเติบโตต่อเนื่องอีกประมาณ 70% โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวจำกัดยอดขายในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เพราะดีมานด์ลดลง แต่เกิดจากข้อจำกัดในเรื่องซัพพลายเชนที่ผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการ

สำหรับลูกค้ารายใหญ่ของอินวิเดีย ไม่ว่าจะเป็นอะเมซอน (Amazon), ไมโครซอฟท์ (Microsoft), อัลฟาเบต (Alphabet) และเมตา (Meta) น่าจะทุ่มงบลงทุนรวมกันสูงถึงเกือบ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ภายในปีนี้ พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับยอดรวมของปีที่ผ่านมา ขณะที่นักวิเคราะห์ในวงการประเมินว่า ตัวเลขการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้โดยรวมอาจทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มาข้อมูล : Nvidia

ที่มารูปภาพ : TNN

Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน