นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้เป้าสิ้นปี 5,500 ดอลลาร์ แนะนักลงทุนรอซื้อตอนย่อ

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายกสมาคมค้าทองคำประเมินทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น ลุ้นปลายปี 2569 แตะระดับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ รับอานิสงส์แรงซื้อจากธนาคารกลางและดีมานด์เอเชียพุ่ง ชี้เงินบาทแข็งค่ากดดันราคาทองไทย พร้อมแนะกลยุทธ์ใช้ "เงินเย็น" ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว

ทิศทางราคาทองคำตลาดโลก

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE (25 ส.ค. 69) ว่า ทิศทางราคาทองคำช่วงนี้อยู่ในกรอบขาขึ้น โดยมีลักษณะการปรับขึ้นอย่างมั่นคงแบบ "ขั้นบันได" คือปรับขึ้น 2-3 ขั้น แล้วย่อตัวลง 1 ขั้นก่อนจะขยับไปต่อ ซึ่งต่างจากอดีตที่มักปรับขึ้นแรงและร่วงลงแรง ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และมีโอกาสไปทดสอบที่ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับช่วงปลายปีคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจแตะระดับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการใช้ทองคำจริง (Physical Gold) ในภูมิภาคเอเชียที่จะสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ประกอบกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่อาจอ่อนค่าลงหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีหน้า


สรุปข่าว

นายกสมาคมค้าทองคำประเมินทิศทางทองโลกเป็นขาขึ้นแข็งแกร่ง ลุ้นปลายปีแตะ 5,500 ดอลลาร์ฯ จากแรงซื้อของธนาคารกลางและแนวโน้มการลดดอกเบี้ย ขณะที่ราคาทองไทยถูกเงินบาทแข็งค่ากดดัน ทำให้ปีนี้อาจยังไม่ทำนิวไฮทะลุ 81,950 บาท แต่มีลุ้นใหม่ในช่วงต้นปีหน้า พร้อมแนะกลยุทธ์ใช้ "เงินเย็น" ทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว หลีกเลี่ยงการไล่ราคา ส่วนผู้ที่ติดดอยให้อดทนถือรอต่อไปเพราะระยะยาวยังชนะเงินเฟ้อ

นายกสมาคมค้าทองคำประเมินทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น ลุ้นปลายปี 2569 แตะระดับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ รับอานิสงส์แรงซื้อจากธนาคารกลางและดีมานด์เอเชียพุ่ง ชี้เงินบาทแข็งค่ากดดันราคาทองไทย พร้อมแนะกลยุทธ์ใช้ "เงินเย็น" ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว

ทิศทางราคาทองคำตลาดโลก

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE (25 ส.ค. 69) ว่า ทิศทางราคาทองคำช่วงนี้อยู่ในกรอบขาขึ้น โดยมีลักษณะการปรับขึ้นอย่างมั่นคงแบบ "ขั้นบันได" คือปรับขึ้น 2-3 ขั้น แล้วย่อตัวลง 1 ขั้นก่อนจะขยับไปต่อ ซึ่งต่างจากอดีตที่มักปรับขึ้นแรงและร่วงลงแรง ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และมีโอกาสไปทดสอบที่ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับช่วงปลายปีคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจแตะระดับ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่ยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการใช้ทองคำจริง (Physical Gold) ในภูมิภาคเอเชียที่จะสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ประกอบกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่อาจอ่อนค่าลงหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปีหน้า


บาทแข็งค่ากดดันทองไทย ลุ้นนิวไฮปีหน้า

ด้านราคาทองคำในประเทศ นายจิตติ ประเมินว่า หากราคาทองคำตลาดโลกขึ้นไปถึง 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำไทยจะอยู่ที่ระดับ 70,000 กว่าบาท หรือเกือบ 80,000 บาท เนื่องจากถูกกดดันจากปัจจัย "เงินบาทที่แข็งค่า" ทำให้ซื้อทองได้ในราคาที่ถูกลง

ด้วยปัจจัยเชิงเศรษฐกิจและการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้คาดการณ์ว่าราคาทองคำไทยในปีนี้จะยังไม่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 81,950 บาท (สถิติเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา) ได้ แต่มีโอกาสที่จะกลับมาทำสถิติใหม่ได้ในช่วงต้นปีหน้า

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน

นายกสมาคมค้าทองคำ แนะนำกลยุทธ์ว่า ผู้ที่ต้องการซื้อสะสม ควรใช้ "เงินเย็น" สำหรับการลงทุนระยะยาว และให้ "รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมา" แล้วจึงค่อยทยอยเข้าเก็บ ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อเมื่อราคากำลังปรับขึ้นแรง

ส่วนผู้ที่ซื้อในราคาสูงและ "ติดดอย" อยู่ในขณะนี้ แนะนำให้อดทนถือรอต่อไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ นายจิตติ ยืนยันว่าการลงทุนในทองคำระยะยาวยังคงเป็นทางเลือกที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อ และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินรับดอกเบี้ย

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน