CGSI แนะนำซื้อ CPALL หากราคาหุ้นปรับตัวลง เชื่อพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรโตต่อเนื่อง

Share on Line Share on Facebook Share on X
CGSI  แนะนำซื้อ CPALL หากราคาหุ้นปรับตัวลง  เชื่อพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรโตต่อเนื่อง

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฯยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ บมจ.ซีพี ออลล์ [CPALL] หลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 และมองว่าราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลงจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงในไตรมาส 2-3/69 จะเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น ในระยะสั้นนักลงทุนอาจลังเล เนื่องจาก SSSG QTD ในไตรมาส 2/69 ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ดูจะต่ำกว่า +1.9% ในไตรมาส 1/69 แม้จะได้แรงหนุนจากอากาศร้อน 


นอกจากนี้ โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" อาจกดดันยอดขายเพิ่มเติม โครงการนี้น่าจะส่งผลกระทบมากกว่าโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่ออกมาในช่วงปลายปี 68 จากขนาดที่ใหญ่กว่าและระยะเวลานานกว่า ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านต้นทุน (ต้นทุนบรรจุภัณฑ์, โลจิสติกส์ และค่าไฟฟ้า) จะส่งผลลบต่อ sentiment เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้มองเป็นแค่ปัจจัยลบชั่วคราว ไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

สรุปข่าว

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฯยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ บมจ.ซีพี ออลล์ [CPALL] หลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 และมองว่าราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลงจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงในไตรมาส 2-3/69 จะเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น ในระยะสั้นนักลงทุนอาจลังเล เนื่องจาก SSSG QTD ในไตรมาส 2/69 ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ดูจะต่ำกว่า +1.9% ในไตรมาส 1/69 แม้จะได้แรงหนุนจากอากาศร้อน 


นอกจากนี้ โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" อาจกดดันยอดขายเพิ่มเติม โครงการนี้น่าจะส่งผลกระทบมากกว่าโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่ออกมาในช่วงปลายปี 68 จากขนาดที่ใหญ่กว่าและระยะเวลานานกว่า ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านต้นทุน (ต้นทุนบรรจุภัณฑ์, โลจิสติกส์ และค่าไฟฟ้า) จะส่งผลลบต่อ sentiment เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้มองเป็นแค่ปัจจัยลบชั่วคราว ไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า ปัจจัยลบเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มในระยะกลางของ CPALL โดยโครงการร่วมจ่ายของภาครัฐมีระยะเวลาจำกัด และไม่คิดว่าจะมีเฟสถัดไปในอนาคต เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการคลัง ส่วนต้นทุนที่สูงขึ้นอาจกดดันกำไรในไตรมาส 2-3/69 แต่เชื่อว่าราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าจะไม่อยู่ในระดับสูงตลอดไป


บวกกับ CPALL ยังมีเครื่องมือในองค์กรที่สามารถช่วยป้องกันอัตรากำไร ดังนั้น ถึงแม้กำไรในระยะสั้นจะน่าผิดหวัง แต่ราคาหุ้นน่าจะปรับตัวลงไม่มากและแค่ในช่วงเวลาสั้น จึงเชื่อว่านักลงทุนควรมองข้ามแรงกดดันชั่วคราวและหันไปเน้นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งหลังจากนี้ อย่างไตรมาส 4/69 ที่บริษัทจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำจากโครงการคนละครึ่งช่วงปลายปี 68 และในปี 70 ที่น่าจะได้ประโยชน์จากฐานต่ำช่วงโครงการไทยช่วยไทยในปี 69