การลงทุน Data Center และ AI ที่เร่งตัวทั่วโลกกำลังสร้างคลื่นการลงทุนรอบใหม่ และผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการ Cloud เท่านั้น แต่กำลังส่งต่อมายังผู้ผลิต Server, แผงวงจร, ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย และระบบจ่ายไฟ
ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาคจึงได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย โดยตัวเลขส่งออกช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น ขณะที่ผู้ผลิตบางรายมีคำสั่งซื้อล่วงหน้ายาวถึง 3–5 ปี
อีกอุตสาหกรรมที่น่าจับตาคือ แผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB ซึ่งกำลังดึงผู้ผลิตระดับโลกเข้ามาลงทุนในไทย และตั้งเป้าขยายมูลค่าการผลิตและส่งออกไปถึง 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3–4 ปี
ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยครึ่งปีแตะ 1.63 ล้านล้านบาท
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก โดยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าการส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอยู่ที่ประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับทั้งปี 2568 ที่มีมูลค่า 2.39 ล้านล้านบาท
ข้อมูลของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยิ่งสะท้อนภาพดังกล่าว โดยช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 การส่งออกกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมเพิ่มขึ้น 37.42% แต่เมื่อแยกเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 49.80% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 6.26%
สินค้าที่ได้รับแรงส่งครอบคลุมคอมพิวเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประมวลผลข้อมูล
จึงเห็นได้ว่า การลงทุน AI และ Data Center ในต่างประเทศสามารถส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยผ่านคำสั่งซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แม้ Data Center นั้นจะไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทยก็ตาม
ส่งออกพุ่ง แต่นำเข้าชิ้นส่วนโตแรงกว่า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้นสูงไม่ได้หมายความว่ามูลค่าเพิ่มทั้งหมดเกิดขึ้นภายในประเทศไทย
ข้อมูลสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าการนำเข้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 82.42% ขณะที่มูลค่าการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศลดลง 14.78%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าการเติบโตของการส่งออกต้องพิจารณาควบคู่กับการนำเข้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตด้วย
สำหรับประเทศไทย โจทย์ระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ต้องพยายามเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยเฉพาะการขยับจากฐานประกอบไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น
AI–Data Center ดันออร์เดอร์ยาว 3–5 ปี
สัญญาณที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขส่งออก คือระยะเวลาของคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ระบุว่า ขณะนี้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่หลายแห่งในประเทศไทยมี คำสั่งซื้อล่วงหน้า 3–5 ปี ขณะที่ความต้องการในตลาดโลกสูงจนผู้ผลิตบางแห่งผลิตสินค้าไม่ทัน เพราะติดข้อจำกัดทั้งวัตถุดิบและกำลังการผลิต
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2569 ภาคอุตสาหกรรมก็เริ่มเห็นคำสั่งซื้อที่เต็มกำลังการผลิตไปถึงปลายปี โดยความต้องการ AI, Data Center และ Cloud เป็นแรงผลักดันสำคัญต่ออุปกรณ์ Server ฮาร์ดดิสก์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ออร์เดอร์ระยะยาวมีความสำคัญต่อผู้ผลิต เพราะช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต ทำให้บริษัทสามารถตัดสินใจลงทุนขยายโรงงาน ซื้อเครื่องจักร หรือเพิ่มกำลังผลิตได้ง่ายขึ้น
บริษัทขนาดใหญ่ที่ผ่านมาตรฐานของลูกค้าระดับโลกและมีกำลังผลิตพร้อมจะได้รับประโยชน์ก่อน ขณะที่ซัพพลายเออร์ด้านชิ้นส่วน ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สนับสนุนมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่องตามไปด้วย
แต่การแข่งขันรอบนี้ก็มีเงื่อนไขสำคัญ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ มาตรฐานการผลิต และบุคลากร หากไม่สามารถยกระดับเทคโนโลยีได้ ก็อาจเข้าไม่ถึงงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แม้ตลาดโดยรวมจะเติบโตอย่างมากก็ตาม
PCB ไทยรับคลื่นลงทุนโลก ผู้ผลิตชั้นนำเข้ามาแล้วกว่า 50 บริษัท
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังรับประโยชน์จากการลงทุนเทคโนโลยีโดยตรงคือ Printed Circuit Board หรือ PCB
PCB เปรียบเสมือนโครงข่ายที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในอุปกรณ์ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ Server อุปกรณ์สื่อสาร ไปจนถึงยานยนต์อัจฉริยะ
เมื่อ AI ต้องการกำลังประมวลผลสูงขึ้น ความต้องการ PCB ที่มีความละเอียด ซับซ้อน และมีความน่าเชื่อถือสูงจึงเพิ่มตามไปด้วย
ข้อมูลจากสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย หรือ THPCA ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต PCB ระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว มากกว่า 50 บริษัท ส่งผลให้กำลังการผลิตในประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ภาคอุตสาหกรรมประเมินว่า มูลค่าการผลิตและส่งออก PCB ของไทยอยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มเป็นประมาณ 5–5.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 6,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 ก่อนตั้งเป้าแตะ 18,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 3–4 ปี
หากทำได้ตามเป้าหมาย มูลค่าอุตสาหกรรม PCB ไทยจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากระดับที่คาดไว้ในปี 2569
แรงลงทุนไม่ได้มาจาก Data Center เพียงตลาดเดียว เพราะ PCB ขั้นสูงยังเป็นส่วนสำคัญของ Semiconductor Packaging ระบบสื่อสารความเร็วสูง ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีอวกาศ
นี่ทำให้โอกาสของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบเดิม แต่สามารถขยับไปสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น
สรุปข่าว
การลงทุน Data Center และ AI ที่เร่งตัวทั่วโลกกำลังสร้างคลื่นการลงทุนรอบใหม่ และผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีหรือผู้ให้บริการ Cloud เท่านั้น แต่กำลังส่งต่อมายังผู้ผลิต Server, แผงวงจร, ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย และระบบจ่ายไฟ
ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาคจึงได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย โดยตัวเลขส่งออกช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น ขณะที่ผู้ผลิตบางรายมีคำสั่งซื้อล่วงหน้ายาวถึง 3–5 ปี
อีกอุตสาหกรรมที่น่าจับตาคือ แผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB ซึ่งกำลังดึงผู้ผลิตระดับโลกเข้ามาลงทุนในไทย และตั้งเป้าขยายมูลค่าการผลิตและส่งออกไปถึง 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3–4 ปี
ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยครึ่งปีแตะ 1.63 ล้านล้านบาท
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นตามวัฏจักรเทคโนโลยีโลก โดยข้อมูลภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าการส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอยู่ที่ประมาณ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับทั้งปี 2568 ที่มีมูลค่า 2.39 ล้านล้านบาท
ข้อมูลของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยิ่งสะท้อนภาพดังกล่าว โดยช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 การส่งออกกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมเพิ่มขึ้น 37.42% แต่เมื่อแยกเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 49.80% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 6.26%
สินค้าที่ได้รับแรงส่งครอบคลุมคอมพิวเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประมวลผลข้อมูล
จึงเห็นได้ว่า การลงทุน AI และ Data Center ในต่างประเทศสามารถส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยผ่านคำสั่งซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แม้ Data Center นั้นจะไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทยก็ตาม
ส่งออกพุ่ง แต่นำเข้าชิ้นส่วนโตแรงกว่า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้นสูงไม่ได้หมายความว่ามูลค่าเพิ่มทั้งหมดเกิดขึ้นภายในประเทศไทย
ข้อมูลสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าการนำเข้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 82.42% ขณะที่มูลค่าการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศลดลง 14.78%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าการเติบโตของการส่งออกต้องพิจารณาควบคู่กับการนำเข้าวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตด้วย
สำหรับประเทศไทย โจทย์ระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ต้องพยายามเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยเฉพาะการขยับจากฐานประกอบไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น
AI–Data Center ดันออร์เดอร์ยาว 3–5 ปี
สัญญาณที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขส่งออก คือระยะเวลาของคำสั่งซื้อในอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ระบุว่า ขณะนี้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่หลายแห่งในประเทศไทยมี คำสั่งซื้อล่วงหน้า 3–5 ปี ขณะที่ความต้องการในตลาดโลกสูงจนผู้ผลิตบางแห่งผลิตสินค้าไม่ทัน เพราะติดข้อจำกัดทั้งวัตถุดิบและกำลังการผลิต
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2569 ภาคอุตสาหกรรมก็เริ่มเห็นคำสั่งซื้อที่เต็มกำลังการผลิตไปถึงปลายปี โดยความต้องการ AI, Data Center และ Cloud เป็นแรงผลักดันสำคัญต่ออุปกรณ์ Server ฮาร์ดดิสก์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ออร์เดอร์ระยะยาวมีความสำคัญต่อผู้ผลิต เพราะช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต ทำให้บริษัทสามารถตัดสินใจลงทุนขยายโรงงาน ซื้อเครื่องจักร หรือเพิ่มกำลังผลิตได้ง่ายขึ้น
บริษัทขนาดใหญ่ที่ผ่านมาตรฐานของลูกค้าระดับโลกและมีกำลังผลิตพร้อมจะได้รับประโยชน์ก่อน ขณะที่ซัพพลายเออร์ด้านชิ้นส่วน ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สนับสนุนมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่องตามไปด้วย
แต่การแข่งขันรอบนี้ก็มีเงื่อนไขสำคัญ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ มาตรฐานการผลิต และบุคลากร หากไม่สามารถยกระดับเทคโนโลยีได้ ก็อาจเข้าไม่ถึงงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แม้ตลาดโดยรวมจะเติบโตอย่างมากก็ตาม
PCB ไทยรับคลื่นลงทุนโลก ผู้ผลิตชั้นนำเข้ามาแล้วกว่า 50 บริษัท
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังรับประโยชน์จากการลงทุนเทคโนโลยีโดยตรงคือ Printed Circuit Board หรือ PCB
PCB เปรียบเสมือนโครงข่ายที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในอุปกรณ์ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ Server อุปกรณ์สื่อสาร ไปจนถึงยานยนต์อัจฉริยะ
เมื่อ AI ต้องการกำลังประมวลผลสูงขึ้น ความต้องการ PCB ที่มีความละเอียด ซับซ้อน และมีความน่าเชื่อถือสูงจึงเพิ่มตามไปด้วย
ข้อมูลจากสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย หรือ THPCA ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต PCB ระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว มากกว่า 50 บริษัท ส่งผลให้กำลังการผลิตในประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ภาคอุตสาหกรรมประเมินว่า มูลค่าการผลิตและส่งออก PCB ของไทยอยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 เพิ่มเป็นประมาณ 5–5.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 6,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 ก่อนตั้งเป้าแตะ 18,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 3–4 ปี
หากทำได้ตามเป้าหมาย มูลค่าอุตสาหกรรม PCB ไทยจะเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจากระดับที่คาดไว้ในปี 2569
แรงลงทุนไม่ได้มาจาก Data Center เพียงตลาดเดียว เพราะ PCB ขั้นสูงยังเป็นส่วนสำคัญของ Semiconductor Packaging ระบบสื่อสารความเร็วสูง ยานยนต์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีอวกาศ
นี่ทำให้โอกาสของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบเดิม แต่สามารถขยับไปสู่ห่วงโซ่เทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น
อุตสาหกรรมโตแรง แต่ไทยอาจขาดคนกว่า 1.8 แสนตำแหน่ง
การลงทุนที่ขยายตัวรวดเร็วกำลังสร้างปัญหาอีกด้าน คือ กำลังคนอาจเพิ่มไม่ทันกำลังการผลิต
ภาคอุตสาหกรรมประเมินว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ความต้องการบุคลากรจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ PCB จะมีมากกว่า 180,000 คน ในจำนวนนี้เป็นวิศวกร ช่างเทคนิค หัวหน้างาน และบุคลากรทักษะสูงมากกว่า 45,000 ตำแหน่ง
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ “แรงงานทักษะ” กลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะตัดสินว่าไทยสามารถคว้าโอกาสจากคลื่น AI ได้มากเพียงใด
หากโรงงานมีคำสั่งซื้อ มีเงินลงทุน และมีเครื่องจักร แต่ขาดวิศวกรและช่างเทคนิค การเพิ่มกำลังผลิตอาจช้ากว่าแผน และอาจทำให้เงินลงทุนใหม่เลือกไปยังฐานการผลิตคู่แข่งในภูมิภาคแทน
จากฐานประกอบ สู่ฐานผลิตเทคโนโลยีมูลค่าสูง
คลื่น AI และ Data Center จึงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “บททดสอบ” ของอุตสาหกรรมไทย
ในระยะสั้น ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากคำสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น การส่งออกที่เติบโต และการเข้ามาตั้งฐานผลิต PCB ของผู้ประกอบการระดับโลก
แต่ในระยะยาว สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขส่งออกคือ ประเทศไทยสามารถเก็บมูลค่าเพิ่มจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมนี้ไว้ได้มากแค่ไหน
เพราะหากการส่งออกเติบโตพร้อมกับการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประโยชน์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศก็อาจต่ำกว่าตัวเลขส่งออกที่เห็น
โจทย์ของไทยจึงต้องขยับจากการเป็นฐานประกอบ ไปสู่ PCB ขั้นสูง ชิ้นส่วนสำหรับ AI Server ระบบสื่อสารความเร็วสูง Semiconductor Packaging รวมถึงงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
พร้อมกับเร่งผลิตวิศวกร ช่างเทคนิค และแรงงาน STEM ให้ทันกับการขยายตัวของโรงงาน
หากทำได้ คลื่นลงทุน AI และ Data Center รอบนี้อาจไม่ได้เพียงช่วยดันยอดส่งออกระยะสั้น แต่สามารถเป็นจุดเปลี่ยนที่ยกระดับประเทศไทยจาก “ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์” ไปสู่ “ฐานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง” ของภูมิภาค
ที่มาข้อมูล : สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย หรือ THPCA
ที่มารูปภาพ : chatgpt
