ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงต่อเนื่อง กำลังสร้างภาพที่ดูเหมือนขัดแย้งกันในตลาดเครื่องประดับโลก เพราะแม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นและซื้อทองในปริมาณลดลง แต่เงินที่ต้องใช้ต่อการซื้อแต่ละครั้งกลับสูงขึ้นตามราคาทอง
จีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดทองคำขนาดใหญ่ที่สุดของโลก กำลังสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากราคาทองที่สูง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ในปี 2025 ความต้องการทองรูปพรรณในจีนลดลง 25% เหลือประมาณ 360 ตัน แต่ในเชิงมูลค่า การใช้จ่ายเพื่อซื้อทองรูปพรรณกลับเพิ่มขึ้น 8% แตะ 281.4 พันล้านหยวน สะท้อนว่าแม้คนจีนจะซื้อทองน้อยลงในเชิงน้ำหนัก แต่ราคาทองที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าการใช้จ่ายรวมยังเพิ่มขึ้น
ราคาทองสูง บีบตลาดเครื่องประดับจีนเปลี่ยนเกม
แรงกดดันจากราคาทองทำให้เครื่องประดับชิ้นใหญ่และน้ำหนักมากขายยากขึ้น ร้านทองและผู้ผลิตจึงต้องหันไปพัฒนาสินค้าที่มีน้ำหนักเบา ราคาเข้าถึงง่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการออกแบบแทน
แนวโน้มนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสังคมจีน ทั้งจำนวนการแต่งงานและเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความต้องการทองสำหรับงานแต่งงานและของขวัญในครอบครัว
ผลที่ตามมาคือ ร้านค้าทองคำจำนวนมากต้องลดการพึ่งพาสินค้าน้ำหนักสูง และหันไปสร้างกำไรจากค่าฝีมือ เทคโนโลยีการผลิต และดีไซน์มากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับภาพตลาดทองทั่วโลกในปี 2025 ซึ่ง World Gold Council ระบุว่า ความต้องการเครื่องประดับทองในเชิงปริมาณลดลง ขณะที่มูลค่าการซื้อกลับทำสถิติสูงจากราคาทองที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
คนรุ่นใหม่จีนเริ่มซื้อทองเพื่อตัวเอง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ทองคำไม่ได้ถูกมองเป็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ งานแต่งงาน หรือการเก็บสะสมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
คนรุ่นใหม่เริ่มซื้อทองเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ใช้เป็นแฟชั่น แสดงตัวตน หรือเป็นรางวัลให้ตัวเองมากขึ้น ทำให้สินค้าน้ำหนักเบา ดีไซน์ทันสมัย และราคาต่อชิ้นไม่สูงเกินไปได้รับความนิยมมากขึ้น
กระแส Guochao หรือการนำวัฒนธรรมจีนมาผสมกับแฟชั่นร่วมสมัย ก็กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยให้ทองคำเข้าถึงผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานได้มากกว่าเดิม
ในขณะที่ราคาทองสูงขึ้น ร้านค้าจึงพยายามลดน้ำหนักทองต่อชิ้น แต่เพิ่มรายละเอียดและงานออกแบบ เพื่อรักษาระดับราคาให้ผู้บริโภคยังเข้าถึงได้
ภาพนี้สะท้อนว่า ตลาดทองจีนกำลังเปลี่ยนจากการขาย “น้ำหนักทอง” ไปสู่การขาย “ดีไซน์และประสบการณ์” มากขึ้น
สรุปข่าว
ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงต่อเนื่อง กำลังสร้างภาพที่ดูเหมือนขัดแย้งกันในตลาดเครื่องประดับโลก เพราะแม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นและซื้อทองในปริมาณลดลง แต่เงินที่ต้องใช้ต่อการซื้อแต่ละครั้งกลับสูงขึ้นตามราคาทอง
จีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดทองคำขนาดใหญ่ที่สุดของโลก กำลังสะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากราคาทองที่สูง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ในปี 2025 ความต้องการทองรูปพรรณในจีนลดลง 25% เหลือประมาณ 360 ตัน แต่ในเชิงมูลค่า การใช้จ่ายเพื่อซื้อทองรูปพรรณกลับเพิ่มขึ้น 8% แตะ 281.4 พันล้านหยวน สะท้อนว่าแม้คนจีนจะซื้อทองน้อยลงในเชิงน้ำหนัก แต่ราคาทองที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าการใช้จ่ายรวมยังเพิ่มขึ้น
ราคาทองสูง บีบตลาดเครื่องประดับจีนเปลี่ยนเกม
แรงกดดันจากราคาทองทำให้เครื่องประดับชิ้นใหญ่และน้ำหนักมากขายยากขึ้น ร้านทองและผู้ผลิตจึงต้องหันไปพัฒนาสินค้าที่มีน้ำหนักเบา ราคาเข้าถึงง่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการออกแบบแทน
แนวโน้มนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสังคมจีน ทั้งจำนวนการแต่งงานและเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความต้องการทองสำหรับงานแต่งงานและของขวัญในครอบครัว
ผลที่ตามมาคือ ร้านค้าทองคำจำนวนมากต้องลดการพึ่งพาสินค้าน้ำหนักสูง และหันไปสร้างกำไรจากค่าฝีมือ เทคโนโลยีการผลิต และดีไซน์มากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับภาพตลาดทองทั่วโลกในปี 2025 ซึ่ง World Gold Council ระบุว่า ความต้องการเครื่องประดับทองในเชิงปริมาณลดลง ขณะที่มูลค่าการซื้อกลับทำสถิติสูงจากราคาทองที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
คนรุ่นใหม่จีนเริ่มซื้อทองเพื่อตัวเอง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ทองคำไม่ได้ถูกมองเป็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ งานแต่งงาน หรือการเก็บสะสมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
คนรุ่นใหม่เริ่มซื้อทองเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ใช้เป็นแฟชั่น แสดงตัวตน หรือเป็นรางวัลให้ตัวเองมากขึ้น ทำให้สินค้าน้ำหนักเบา ดีไซน์ทันสมัย และราคาต่อชิ้นไม่สูงเกินไปได้รับความนิยมมากขึ้น
กระแส Guochao หรือการนำวัฒนธรรมจีนมาผสมกับแฟชั่นร่วมสมัย ก็กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยให้ทองคำเข้าถึงผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานได้มากกว่าเดิม
ในขณะที่ราคาทองสูงขึ้น ร้านค้าจึงพยายามลดน้ำหนักทองต่อชิ้น แต่เพิ่มรายละเอียดและงานออกแบบ เพื่อรักษาระดับราคาให้ผู้บริโภคยังเข้าถึงได้
ภาพนี้สะท้อนว่า ตลาดทองจีนกำลังเปลี่ยนจากการขาย “น้ำหนักทอง” ไปสู่การขาย “ดีไซน์และประสบการณ์” มากขึ้น
IP Gold เปลี่ยนทองให้เป็นแฟชั่นและของสะสม
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังเติบโตในตลาดจีนคือ IP Gold หรือเครื่องประดับทองที่นำตัวละครจากแอนิเมชัน เกม ภาพยนตร์ และคาแรกเตอร์ยอดนิยมมาพัฒนาเป็นสินค้า
ตามข้อมูลที่อ้างอิงจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง และข้อมูลอุตสาหกรรมเครื่องประดับบน Taobao ตลาดสินค้ากลุ่มนี้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025
สินค้า IP Gold มีตั้งแต่จี้ การ์ดทอง ลูกปัด เหรียญ ไปจนถึงของสะสมที่ร่วมมือกับคาแรกเตอร์อย่าง Sanrio, Disney, Gundam, Chiikawa, Saint Seiya และ Black Myth: Wukong
จุดสำคัญคือ ผู้บริโภคไม่ได้จ่ายเพียงมูลค่าเนื้อทอง แต่ยังยอมจ่ายเพิ่มให้กับดีไซน์ ความหายาก ค่าลิขสิทธิ์ และความผูกพันกับตัวละคร
โมเดลนี้ทำให้ทองคำมีลักษณะใกล้เคียงกับสินค้าแฟชั่นและของสะสมมากขึ้น และช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างกำไรต่อชิ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักทองในสัดส่วนเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อยังต้องแยกให้ออกระหว่าง “มูลค่าทอง” กับ “ค่าพรีเมียมของคาแรกเตอร์” เพราะหากนำสินค้าไปขายต่อ ราคาที่ได้รับอาจสะท้อนเฉพาะมูลค่าเนื้อทอง ขณะที่ค่าดีไซน์และค่าลิขสิทธิ์อาจไม่ได้กลับคืนมาทั้งหมด
ตลาดเครื่องประดับเริ่มขาย “ความรู้สึก”
นอกเหนือจาก IP Gold ตลาดเครื่องประดับจีนยังเกิดสินค้าที่ถูกเรียกว่า Emotional Value Jewelry หรือเครื่องประดับที่ขายคุณค่าทางอารมณ์มากขึ้น
กลุ่มที่เห็นชัดคือ กำไลคริสตัลและหินธรรมชาติแบบสั่งทำ ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกวัสดุให้สอดคล้องกับความต้องการส่วนตัว เช่น ความรัก การงาน ความมั่งคั่ง หรือความสงบทางใจ
ตามข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง ตลาดคริสตัลของจีนมีขนาดใหญ่ และมีกลุ่มผู้บริโภควัย 18-30 ปีเป็นแรงขับสำคัญ โดยเฉพาะนักศึกษาและคนทำงานในเมือง
ความนิยมดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ไม่ได้ซื้อเครื่องประดับเพราะมูลค่าวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสินค้าเฉพาะบุคคลที่สามารถสะท้อนความรู้สึก บุคลิก และความเชื่อของตัวเอง
โอกาสของเครื่องประดับไทย
การเปลี่ยนแปลงในจีนเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเช่นกัน เพราะไทยมีจุดแข็งทั้งพลอยสี เครื่องเงิน งานฝีมือ และงานออกแบบ
หากผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่จีน โดยเพิ่มเรื่องราว ดีไซน์ ความเฉพาะตัว และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ ก็มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มเหนือกว่าการแข่งขันด้วยราคาวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
ตลาดเครื่องประดับจีนกำลังส่งสัญญาณชัดว่า ยุคที่สินค้าขายได้เพียงเพราะมีทองมาก อาจกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคที่ผู้บริโภคถามว่า “สินค้าชิ้นนี้บอกอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน”
และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องประดับโลก ที่กำลังเคลื่อนจากการขายโลหะมีค่า ไปสู่การขายดีไซน์ ความรู้สึก และตัวตนของผู้บริโภค
- "ราคาทอง" ขาขึ้น ลุ้นแตะ 4,700 ดอลลาร์ ส.ค.บวก 15% จับตาแรงขายทำกำไร
- ราคาทองรูปพรรณวันนี้ 25 ส.ค. 2569 รวมทุกขนาด เช็กราคาทองแท่งล่าสุด
- ราคาทองรูปพรรณวันนี้ 22 ส.ค. 2569 รวมทุกขนาด เช็กราคาทองแท่งล่าสุด
- ราคาทองรูปพรรณวันนี้ 21 ส.ค. 2569 รวมทุกขนาด เช็กราคาทองแท่งล่าสุด
- ราคาทองรูปพรรณวันนี้ 15 ส.ค. 2569 รวมทุกขนาด เช็กราคาทองแท่งล่าสุด
ที่มาข้อมูล : World Gold Council, Metals Focus, China Daily
ที่มารูปภาพ : chatgpt
