LiVE Platform ปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย ปี 2

Share on Line Share on Facebook Share on X
LiVE Platform ปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย ปี 2

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการในปัจจุบันเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่แทรกซึมทุกอุตสาหกรรม LiVE Platform จึงจัดงาน “SME ต้องรอด 2026” ต่อเนื่องปีที่ 2 เป็นพื้นที่รวมองค์ความรู้ กลยุทธ์ และเครื่องมือ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง เพื่อให้ธุรกิจไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สอดคล้องพันธกิจตลาดหลักทรัพย์ฯ “Empowering Market Participants” มุ่งส่งเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาดเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน


สรุปข่าว

LiVE Platform ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงานสัมมนา “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” ผนึกผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ผู้บริหาร ผู้ลงทุน กูรูธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร 22 แห่ง มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ SME ปลดล็อกโอกาสใหม่ในทุกมิติของการเติบโต พร้อมจัดตั้งกองทุน Private Equity Trust มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อลงร่วมลงทุนหนุนธุรกิจกลุ่ม New Economy

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการในปัจจุบันเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่แทรกซึมทุกอุตสาหกรรม LiVE Platform จึงจัดงาน “SME ต้องรอด 2026” ต่อเนื่องปีที่ 2 เป็นพื้นที่รวมองค์ความรู้ กลยุทธ์ และเครื่องมือ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง เพื่อให้ธุรกิจไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สอดคล้องพันธกิจตลาดหลักทรัพย์ฯ “Empowering Market Participants” มุ่งส่งเสริมศักยภาพผู้ร่วมตลาดเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน


LiVE Platform สนับสนุนระบบนิเวศ SME และ Startup ครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผ่านหลักสูตรและสัมมนาเชิงลึก การเชื่อมโยงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งสินเชื่อและตลาดทุน ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเติบโต โดย LiVE Academy บ่มเพาะผู้ประกอบการแล้ว 3,609 บริษัท และช่วยให้ 11 บริษัทระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้สำเร็จ โดยมี 1 บริษัทย้ายไปจดทะเบียนใน mai ปัจจุบัน LiVEx มีหลักทรัพย์จดทะเบียน 10 บริษัท มีมูลค่าระดมทุนรวมกว่า 395 ล้านบาท และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 5,373 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569)


 

“SME ไทยต้องมองเกมให้ออก ปรับตัวให้ทัน และเติบโตให้เหนือกว่า เพราะการอยู่รอดเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป งานปีนี้จึงเข้มข้นยิ่งขึ้นด้วย 20 หัวข้อสัมมนา จาก 37 วิทยากร และ 66 บูธจากผู้ให้บริการและพันธมิตรทางธุรกิจ ครอบคลุมทุกเรื่องที่ SME ต้องรู้ ตั้งแต่เทรนด์เศรษฐกิจ ผู้บริโภค เทคโนโลยี การใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพให้ธุรกิจ การบริหารทุน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง นอกจากนี้ ยังมี SME มา Pitching นำเสนอแผนธุรกิจศักยภาพเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่อีกด้วย” นายประพันธ์กล่าว


นายประพันธ์ กล่าวว่า นอกจากช่องทางการเรียนรู้หลักทาทำธุรกิจ และการปรับปรุงธุรกิจ รวมทั้งสอนการใช้ AI  ผ่าน LiVE Platform รวมไปถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านทางช่องภาครัฐที่เป็นพันธมิตร อาทิ SME D Bank หรือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยแล้ว LiVE Platform ยังเตรียมจัดตั้งกองทุน Private Equity Trust มูลค่า 1,000 ล้านบาท หลังบอร์ดกองทุน CMDF ได้อนุมัติเงินลงทุนแล้ว 300 ล้านบาท และเตรียมหาผู้ลงทุนอื่นๆอีกประมาณ 700 ล้านบาท 

โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในธุรกิจกลุ่ม New Economy ที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาด LiVEx, SET และ mai เป็นอีกตัวช่วยธุรกิจที่มีโอกาสในยุคใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดตั้งและลงทุนได้ภายในปีนี้ เงื่อนไขเบื้องต้นจะลงทุนต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดประมาณเดือนกันยายนนี้ 

ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ที่มารูปภาพ : ตลาดหลักทรัพย์ฯ

แท็กบทความ

LiVE Platform
SME ต้องรอด 2026
ประพันธ์ เจริญประวัติ
กองทุนร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่
Private Equity Trust