ทุนใหญ่ฮุบ "Gong Cha" ไต้หวัน ดันศึกชานมระอุ!

Share on Line Share on Facebook Share on X

มีรายงานข่าวว่า Bain Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเข้าซื้อกิจการ Gong Cha เชนร้านชานมไข่มุกที่มีสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ด้วยมูลค่าราว 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเข้าซื้อหุ้นจาก TA Associates ที่เป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เช่นกัน รวมถึงจะซื้อจากผู้ถือหุ้นรายอื่นด้วย และคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในสิ้นปีนี้ 

นิเคอิ เอเชีย ระบุด้วยว่า มูลค่าของดีลดังกล่าวต่ำกว่าราคาประเมินที่ TA Associates ตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้ ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี Bain Capital มีประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจร้านอาหารเชนมาแล้วหลายแห่ง ทำให้ Gong Cha เตรียมนำความเชี่ยวชาญของ Bain Capital ทั้งด้านการบริหาร การพัฒนาแบรนด์ และการตลาดดิจิทัล มาสนับสนุนการขยายสาขาในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมเร่งผลักดันการเติบโตในสหรัฐอเมริกา เพิ่มเติม

สรุปข่าว

Gong Cha เชนร้านชานมไข่มุกไต้หวัน กำลังมีการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหม่ เป็นกองทุนรายใหญ่จากสหรัฐฯ Bain Capital ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดชานมจะยิ่งคึกคักและร้อนแรงมากขึ้นในตลาดโลก

มีรายงานข่าวว่า Bain Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเข้าซื้อกิจการ Gong Cha เชนร้านชานมไข่มุกที่มีสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ด้วยมูลค่าราว 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเข้าซื้อหุ้นจาก TA Associates ที่เป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้จากสหรัฐฯ เช่นกัน รวมถึงจะซื้อจากผู้ถือหุ้นรายอื่นด้วย และคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในสิ้นปีนี้ 

นิเคอิ เอเชีย ระบุด้วยว่า มูลค่าของดีลดังกล่าวต่ำกว่าราคาประเมินที่ TA Associates ตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้ ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี Bain Capital มีประสบการณ์ลงทุนในธุรกิจร้านอาหารเชนมาแล้วหลายแห่ง ทำให้ Gong Cha เตรียมนำความเชี่ยวชาญของ Bain Capital ทั้งด้านการบริหาร การพัฒนาแบรนด์ และการตลาดดิจิทัล มาสนับสนุนการขยายสาขาในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมเร่งผลักดันการเติบโตในสหรัฐอเมริกา เพิ่มเติม

ดีลดังกล่าว เกิดขึ้นหลังมีกระแสข่าวต่อเนื่องมานานหลายเดือน ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า TA Associates ได้ว่าจ้าง JPMorgan Chase & Co. เพื่อพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับแบรนด์ชมนมรายนี้ ซึ่งรวมถึงการขายกิจการ

ด้าน 36Kr สื่อธุรกิจของจีน กล่าวถึง Gong Cha ว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมชายุคใหม่

ปัจจุบัน มุ่งแสวงหาโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหาก Bain Capital เข้าซื้อกิจการได้สำเร็จ ก็อาจเปิดโอกาสใหม่ในการเร่งยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ Bain Capital ในการลงทุนและบริหารธุรกิจร้านอาหารเชน

ส่วนผลประกอบการ ปี 2025 ที่ผ่านมา กงชา มีรายได้ประมาณ 217 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

สำหรับประวัติของแบรนด์ชาไต้หวันรายนี้ น่าสนใจมากทีเดียว

ก่อตั้งโดย Wu Chen-hua ซึ่งเปิดร้านชาร้านแรกในปี 1996 จากนั้นก่อตั้งแบรนด์ Gong Cha ขึ้นที่เมืองเกาสง ไต้หวัน ในปี 2006 และ เปิดสาขานอกไต้หวัน แห่งแรกที่ฮ่องกง ในปี 2009 

ต่อมา ปี 2016 บริษัทฯ ได้รับเงินลงทุนจากกองทุนไพรเวทอิควิตี้ของเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ก่อนที่ทาง TA Associates จะเข้าลงทุนในปี 2019 จากนั้น มีการเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภูมิภาคเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง 

จนปัจจุบันมีสาขาเกือบ 2,200 แห่งใน 32 ประเทศ ผ่านทั้งร้านที่บริษัทดำเนินการเองและร้านแฟรนไชส์ โดยจำหน่ายเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้งชานม ชาผลไม้ และเครื่องดื่มเย็นอื่น ๆ 

สื่อธุรกิจของจีน ระบุว่า Gong Cha ได้เข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2010 และตั้งสำนักงานใหญ่ด้านแบรนด์และการดำเนินงานที่นครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่ ตลาดชายุคใหม่ของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 

Gong Cha ในฐานะผู้บุกเบิกเครื่องดื่มประเภทชาโฟมชีส สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว 

ปี 2017 มีสาขาในจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 750 แห่ง ในช่วงเวลานั้น Heytea มีเพียงประมาณ 100 สาขา และ Nayuki หรือ Naixue มียังไม่ถึง 50 สาขา

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเติบโตไม่ได้ราบรื่น เนื่องจากต้องเผชิญปัญหาการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า เพราะคำว่า "Gong Cha" (กงชา) หรือหมายถึง "ชาถวายราชสำนัก" เป็นคำที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์และมีข้อจำกัดด้านการจดทะเบียน (เป็นคำที่เป็น เจเนอริค เนม) ทำให้มีร้านชาจำนวนมากใช้ชื่อและภาพลักษณ์ใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเกิดความสับสน

ในขณะที่ Gong Cha กำลังเผชิญกับปัญหา แบรนด์เกิดใหม่อื่น ๆ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่ง พร้อมผลักดันนวัตกรรม และยกระดับอุตสาหกรรมในรอบใหม่ และในที่สุดปลายปี 2024 กงชา ก็ได้ถอนตัวออกจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างสมบูรณ์

แม้จะถอนตัวออกจากตลาดจีนไปแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชาและธุรกิจร้านอาหารหลายราย ยังมองว่า Gong Cha มีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของจีน โดยเป็นหนึ่งในแบรนด์ชาสัญชาติไต้หวันยุคแรก ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคจีนรู้จักเครื่องดื่มอย่างชานมไข่มุกและชาโฟมชีส และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ชารุ่นหลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรฐานการบริหารร้านชาแบบเชน และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่บุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ระยะแรก จนพิสูจน์ให้เห็นว่าวัฒนธรรมการดื่มชาของเอเชียสามารถเติบโตในระดับโลกได้ 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นครั้งใหม่ของ Gong Cha ถูกมองว่าอาจช่วยเพิ่มศักยภาพในการเร่งขยายตลาด ในช่วงที่การแข่งขันในธุรกิจร้านชาและเครื่องดื่มกำลังทวีความรุนแรง โดยเฉพาะการรุกตลาดต่างประเทศของแบรนด์จีน 

หนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็ว เช่น Chagee มีรายงานข่าวล่าสุด เพิ่งเปิดสาขาพร้อมกัน 3 แห่งในเกาหลีใต้ ขณะที่ Mixue เดินหน้าขยายเครือข่ายต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2548 มีสาขาในต่างประเทศมากกว่า 4,500 แห่ง 

ส่วน Heytea ก็เร่งรุกตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา โดยจำนวนสาขาในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 3,500 แห่งทั่วโลก

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา กำลังเป็นตลาดยุทธศาสตร์แห่งใหม่ของแบรนด์ชาเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น Mixue, Luckin Coffee และ Heytea จากจีน ต่างเข้าไปเปิดสาขาในสหรัฐฯ แล้ว 

เช่นเดียวกับ CoCo Bubble Tea และ Gong Cha จากไต้หวัน ต่างเร่งขยายเครือข่ายเพื่อชิงฐานลูกค้าในตลาดแห่งนี้เช่นกัน

สำหรับตลาดชานมโลก ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง บริษัทวิจัยตลาด Fortune Business Insights ประเมินว่า ตลาดชานมทั่วโลกมีมูลค่า 2,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 5,620 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2034 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 8.03 ต่อปี ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนร้อยละ 44.06 ของตลาดโลก 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

แท็กบทความ