
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค.ถือว่าปรับตัวขึ้นได้ดี จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลง ตลาดหุ้นเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง กระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัว 2.8% ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดย SET Index ปิดตลาด ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2569 ที่ระดับ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค
สำหรับแนวโน้มในเดือนมิ.ย.และครึ่งหลังปี 2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ ยังต้องติดตามดู 5 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.สถานการณ์สงครามอิหร่าน 2.การกลับมาของภาษีกีดกันการค้า (Tariff ) ตามนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่คงอยู่ 3. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ที่คนเชื่อว่าจะมาเปลี่ยนโลก 4. ผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ ยีลด์) ที่ยังอยู่ในระดับสูง
สรุปข่าว
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค.ถือว่าปรับตัวขึ้นได้ดี จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลง ตลาดหุ้นเริ่มคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง กระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นโลก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัว 2.8% ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดย SET Index ปิดตลาด ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2569 ที่ระดับ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า และ 24.5% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค
สำหรับแนวโน้มในเดือนมิ.ย.และครึ่งหลังปี 2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่ ยังต้องติดตามดู 5 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.สถานการณ์สงครามอิหร่าน 2.การกลับมาของภาษีกีดกันการค้า (Tariff ) ตามนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่คงอยู่ 3. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ที่คนเชื่อว่าจะมาเปลี่ยนโลก 4. ผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ ยีลด์) ที่ยังอยู่ในระดับสูง
และ 5.นโยบายภาครัฐในการดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ยังช่วยพยุงกำลังซื้อ นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่จะเดินหน้า ซึ่งรัฐบาลไทยยังมีพื้นที่ทางการคลังที่จะใช้ในการดูแลเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเงินลงทุนที่มาขอรับการส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน( BOI) ,งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยสูงเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์ บวกกับภาคการส่งออกและท่องเที่ยวที่ยังไปได้ ทั้งหมดจะเป็นปัจจัยร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันจากภายใน ทำให้ไม่ต้องกังวลวิกฤตค่าเงินเหมือนในอดีตเมื่อปี 2540 แม้ประเทศไทยจะขาดดุลแฝด (Twin Deficits) หรือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกับขาดดุลงบประมาณก็ตาม
จากภาพเศรษฐกิจที่ยังมีภูมิค้มกันจากภายใน บวกกับตลาดหุ้นไทยยังให้อัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง ทำให้หุ้นไทยยังอยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่างชาติในภาวะที่ตลาดผันผวน ยังเป็นหลุมหลบภัยได้ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มแบงก์ และบริษัทจดทะเบียนไทยยังมีฐานะการเงินที่ดีมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่สูง และตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าผลักดันการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ เพื่อดึงดูดความน่าสนใจการลงทุนเพิ่มเติบ และบริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่ยังมีธรรมาภิบาล (Good Governance) หนุนการเติบโตในระยะยาว
นายศรพล กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มของเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) จะไหลเข้ามาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน (YTD) ที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 20,000 ล้านบาทนั้น ยังต้องติดตามดูว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปลายปีนี้หรือไม่ จากเดิมที่คาดว่าจะคงไว้ทั้งปีหรืออาจจะลดลงได้ หลังล่าสุดเศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มดี ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสูง ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น บวกสงครามอิหร่านยังยืดเยื้อทำให้ราคาพลังงานยังยืนอยู่ในระดับสูง
และในระยะสั้นสภาพคล่องในตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณตรึงตัวขึ้น จากการเตรียมเข้ามาระดมทุนก้อนใหญ่ของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ Tech ยักษ์ใหญ่ กำลังแย่งเม็ดเงินในตลาด อาทิ SpaceX : เตรียม IPO มูลค่าสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนสถาบัน (FM) ต้องล็อก/จัดสรรเงินรอ , Alphabet (Google) : เพิ่ม Equity Offering เป็น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ , Amazon : ออกหุ้นกู้สกุลเงินแคนาดา 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ , Meta : พิจารณาเพิ่มทุน (ก่อนหน้านี้เพิ่งยื่นออกหุ้นกู้ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) , SMCI : ล่าสุดประกาศเพิ่มทุน 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อระดมเงินซื้อชิ้นส่วน AI Servers เป็นต้น
"แม้ตลาดหุ้นในเดือนพ.ค.ปีนี้ SET Index จะปิดที่ 1,568.37 จุด สูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น5% จากเดือนก่อนหน้า และ เพิ่ม 24.5% จากสิ้นปี 2568 แต่เดือนมิ.ย.ยังต้องติดตามเนื่องจากปัจจัยเชิงลบที่เคยผ่อนคลายแล้วกลับมาน่ากังวล ทั้งปัญหาสงครามอิหร่าน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเฟดที่อาจสูงขึ้นในปีนี้ สภาพคล่องที่ตึงตัวในตลาดโลก จากการระดมทุนของหุ้นเทคฯระดับโลก แนวโน้มเงินลงทุนที่อาจจะไหลออกจากตลาดหุ้นในเดือนมิ.ย.นี้หรือไม่ ทั้งหมดยังต้องติดตาม" รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว
ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ที่มารูปภาพ : ถ่ายภาพเอง
