ธปท.คุมฝากเงิน-แลกเงินเกิน 5 ล้านบาทต้องแจงที่มา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ธปท.คุมฝากเงิน-แลกเงินเกิน 5 ล้านบาทต้องแจงที่มา

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมยกระดับมาตรการสกัดเงินผิดกฎหมายและธุรกิจสีเทา ด้วยการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดครั้งใหม่โดยภายใน 2-3 เดือนจากนี้ ผู้ที่นำเงินสดมาฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างละเอียด

ไม่เพียงการฝากเงินเท่านั้นมาตรการใหม่นี้ยังครอบคลุมถึงการแลกธนบัตรมูลค่าสูงด้วยยกตัวอย่าง หากมีการนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 หรือ 500 บาท ผู้ทำรายการจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และที่มาของเงินเช่นเดียวกันขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และรายงานธุรกรรมดังกล่าว

สรุปข่าว

ธปท.คุมเข้มหลังจากนี้ฝากเงินหรือแลกเงินเกิน 5 ล้านบาทต้องชี้แจงแหล่งที่มา หวังสกัดทุนและเงินสีเทา

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมยกระดับมาตรการสกัดเงินผิดกฎหมายและธุรกิจสีเทา ด้วยการคุมเข้มธุรกรรมเงินสดครั้งใหม่โดยภายใน 2-3 เดือนจากนี้ ผู้ที่นำเงินสดมาฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างละเอียด

ไม่เพียงการฝากเงินเท่านั้นมาตรการใหม่นี้ยังครอบคลุมถึงการแลกธนบัตรมูลค่าสูงด้วยยกตัวอย่าง หากมีการนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 หรือ 500 บาท ผู้ทำรายการจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และที่มาของเงินเช่นเดียวกันขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และรายงานธุรกรรมดังกล่าว

ธปท. มองว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน การฟอกเงิน หรือธุรกิจผิดกฎหมาย มักนิยมใช้เงินสด เพราะยากต่อการตรวจสอบเส้นทางการเงินดังนั้น การเข้มงวดทั้งการฝาก การถอน และการแลกเงินสด จะช่วยลดช่องว่างของการใช้เงินสดในกิจกรรมที่ไม่โปร่งใสรวมถึงช่วยผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ธปท. ได้เริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปและผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดเจนในเดือนเมษายน 2569 จำนวนรายการถอนเงินสดมูลค่าสูงลดลงประมาณ 28%ส่วนมูลค่าการถอนรวมลดลงประมาณ 25% ขณะที่เดือนพฤษภาคม แนวโน้มการใช้เงินสดยังลดลงต่อเนื่องอีกราว 25-30%

ดังนั้นมองว่ามาตรการที่ออกมาจะช่วยลดการใช้เงินสดในธุรกรรมที่มีความเสี่ยงเพราะในยุคที่ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบได้ การทิ้งร่องรอยทางการเงินไว้ในระบบ อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการสกัดการฟอกเงิน การทุจริต และธุรกิจผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



ที่มาข้อมูล : TNNรวบรวม

ที่มารูปภาพ : TNN