
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณชัดว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยไม่ได้แก้ด้วยการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลด "ต้นทุนทางการเงิน" ที่ประชาชนและเอสเอ็มอีต้องแบกรับในชีวิตประจำวัน
รอบนี้ ธปท.จึงสั่งปรับลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินถึง 19 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ค่าขอ Statement ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียมบัตร ATM-เดบิต ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ไปจนถึงค่าธรรมเนียมสินเชื่อเอสเอ็มอีหลายประเภท
สาเหตุสำคัญมาจากการตรวจพบว่า ค่าธรรมเนียมหลายรายการยังสะท้อนต้นทุนแบบเดิม ทั้งที่เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการให้บริการลดลงมาก หรือบางรายการแทบไม่มีต้นทุนแล้ว แต่ผู้ใช้บริการยังถูกเรียกเก็บเงินอยู่
ในมุมของประชาชน การปรับเกณฑ์ครั้งนี้อาจไม่ได้ทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นทันที แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายจุกจิกที่สะสมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องทำธุรกรรมทางการเงินเป็นประจำ
สรุปข่าว
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณชัดว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยไม่ได้แก้ด้วยการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการลด "ต้นทุนทางการเงิน" ที่ประชาชนและเอสเอ็มอีต้องแบกรับในชีวิตประจำวัน
รอบนี้ ธปท.จึงสั่งปรับลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินถึง 19 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ค่าขอ Statement ค่ารักษาบัญชีไม่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียมบัตร ATM-เดบิต ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ไปจนถึงค่าธรรมเนียมสินเชื่อเอสเอ็มอีหลายประเภท
สาเหตุสำคัญมาจากการตรวจพบว่า ค่าธรรมเนียมหลายรายการยังสะท้อนต้นทุนแบบเดิม ทั้งที่เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการให้บริการลดลงมาก หรือบางรายการแทบไม่มีต้นทุนแล้ว แต่ผู้ใช้บริการยังถูกเรียกเก็บเงินอยู่
ในมุมของประชาชน การปรับเกณฑ์ครั้งนี้อาจไม่ได้ทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นทันที แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายจุกจิกที่สะสมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องทำธุรกรรมทางการเงินเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าการลดค่าธรรมเนียม คือ ธปท.กำลังหันมาเอาจริงกับปัญหาหนี้คนรุ่นใหม่ เพราะจากข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยกว่า 25.5 ล้านคน หรือ 38% ของประชากรมีหนี้ และกลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือคนอายุ 20-35 ปี โดยมากกว่าครึ่งเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และยังเป็นกลุ่มที่กลายเป็นหนี้เสีย หรือ NPL สูงที่สุดถึง 27%
หนึ่งในตัวเร่งสำคัญคือบริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามกระแสอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันมูลค่าตลาดแตะเกือบ 18,000 ล้านบาท เติบโต 38% ต่อปี ขณะที่จำนวนบัญชีพุ่งเกือบ 100% ภายในปีเดียว พบว่าแม้แต่ซื้อชานมไข่มุกแก้วละร้อยกว่าบาทก็ใช้วิธีซื้อก่อนผ่อนทีหลังแล้ว
จุดที่ ธปท.กังวลคือ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา คนเริ่มทำงาน และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการชำระหนี้จำกัด แต่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิกดังนั้นหลังจากนี้ ธปท.เตรียมออกเกณฑ์กำกับ BNPL อย่างจริงจัง ทั้งเรื่องอายุผู้กู้ รายได้ขั้นต่ำ วงเงินสินเชื่อ ประเภทสินค้าที่สามารถผ่อนชำระ รวมถึงเพดานดอกเบี้ย เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยก่อหนี้เกินตัวตั้งแต่อายุยังน้อย
