นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการรอบใหม่ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งข้อมูลรายได้ ภาษี เงินฝาก สวัสดิการที่เคยได้รับ รวมถึงข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น การอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือข้อมูลการจ่ายเบี้ยประกัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำรงชีพของผู้สมัคร
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สิน ภาระหนี้สิน และสถานะครัวเรือนจากฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐนำ AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการ ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ
สรุปข่าว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการรอบใหม่ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งข้อมูลรายได้ ภาษี เงินฝาก สวัสดิการที่เคยได้รับ รวมถึงข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น การอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือข้อมูลการจ่ายเบี้ยประกัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำรงชีพของผู้สมัคร
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สิน ภาระหนี้สิน และสถานะครัวเรือนจากฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐนำ AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการ ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ
การนำ AI เข้ามาใช้งานครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบคัดกรองแบบเดิมที่อาศัยการยื่นเอกสารและการรับรองข้อมูลจากผู้สมัคร ไปสู่การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์อัตโนมัติข้ามหน่วยงานมากขึ้น โดยระบบจะสามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงของข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงิน และประเมินระดับความจำเป็นในการได้รับความช่วยเหลือได้อย่างละเอียดกว่าเดิม
กระทรวงการคลังมองว่า การใช้ AI จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการคัดกรอง ลดโอกาสการสวมสิทธิ์ และทำให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในมุมของนโยบายสาธารณะ หลายฝ่ายมองว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ AI เข้ามาใช้บริหารภาครัฐในวงกว้างมากขึ้น ไม่เพียงเฉพาะการคัดกรองสวัสดิการ แต่ยังรวมถึงการจัดเก็บภาษี การติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การวิเคราะห์ความยากจน และการออกแบบนโยบายช่วยเหลือประชาชนในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสวัสดิการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารประเทศ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณรัฐถูกใช้ไปกับผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐในระยะยาว
- 'เอกนิติ" ยันไทยพร้อมรับการลงทุนระลอกใหม่จากทั่วโลก
- "คลัง" ระดมแสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจ-กลุ่มเปราะบาง รื้องบ 69-70 ไม่ปิดช่องกู้-ขยายเพดานหนึ้
- คลัง ของบกลางฯ 2.9 พันล้าน ช่วยบัตรคนจน ลดค่าครองชีพ ลุ้นคนละครึ่งพลัส 20 ล้านสิทธิ์
- เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเงินเป็น 400 โอนทันวันสงกรานต์ 69
- น้ำมันโลกผันผวนแรง ”คลัง“เล็งกู้เงินพยุงกองทุน ยันยังรองรับได้ 2–3 หมื่นล้าน
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการคลัง, มติคณะรัฐมนตรี พฤษภาคม 2568
ที่มารูปภาพ : chatgpt
