คลังใช้ AI เช็กภาษี-ประกัน คัดคนมีสิทธิสวัสดิการรอบใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการรอบใหม่ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งข้อมูลรายได้ ภาษี เงินฝาก สวัสดิการที่เคยได้รับ รวมถึงข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น การอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือข้อมูลการจ่ายเบี้ยประกัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำรงชีพของผู้สมัคร

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สิน ภาระหนี้สิน และสถานะครัวเรือนจากฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐนำ AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการ ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ

สรุปข่าว

กระทรวงการคลังเดินหน้ายกระดับการคัดกรองผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และฐานข้อมูลภาครัฐมาใช้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนอย่างเข้มข้นมากขึ้น หวังให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง ลดปัญหาการสวมสิทธิ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของรัฐในระยะยาว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการรอบใหม่ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งข้อมูลรายได้ ภาษี เงินฝาก สวัสดิการที่เคยได้รับ รวมถึงข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น การอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หรือข้อมูลการจ่ายเบี้ยประกัน ซึ่งอาจสะท้อนถึงฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำรงชีพของผู้สมัคร

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สิน ภาระหนี้สิน และสถานะครัวเรือนจากฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐนำ AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รับสวัสดิการ ลดความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณภาครัฐ

การนำ AI เข้ามาใช้งานครั้งนี้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบคัดกรองแบบเดิมที่อาศัยการยื่นเอกสารและการรับรองข้อมูลจากผู้สมัคร ไปสู่การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์อัตโนมัติข้ามหน่วยงานมากขึ้น โดยระบบจะสามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงของข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงิน และประเมินระดับความจำเป็นในการได้รับความช่วยเหลือได้อย่างละเอียดกว่าเดิม

กระทรวงการคลังมองว่า การใช้ AI จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการคัดกรอง ลดโอกาสการสวมสิทธิ์ และทำให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในมุมของนโยบายสาธารณะ หลายฝ่ายมองว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำ AI เข้ามาใช้บริหารภาครัฐในวงกว้างมากขึ้น ไม่เพียงเฉพาะการคัดกรองสวัสดิการ แต่ยังรวมถึงการจัดเก็บภาษี การติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การวิเคราะห์ความยากจน และการออกแบบนโยบายช่วยเหลือประชาชนในอนาคต

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสวัสดิการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารประเทศ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณรัฐถูกใช้ไปกับผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการของภาครัฐในระยะยาว

แท็กบทความ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
AI คัดกรองสวัสดิการ
กระทรวงการคลังลวรณ แสงสนิท
AI ตรวจภาษี
AI ตรวจประกัน
Big Data ภาครัฐ
สวัสดิการผู้มีรายได้น้อย
ผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ
คลังใช้ AI
AI ภาครัฐไทย
ข่าวเศรษฐกิจไทย
นโยบายดิจิทัลรัฐบาล
ตรวจสิทธิ์สวัสดิการ
AI วิเคราะห์ข้อมูลประชาชน