
ธนาคารกลางคิวบาระบุว่า การหยุดให้บริการดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ที่ 14404 ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลสหรัฐฯ ในการกดดันประชาชนคิวบา
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้คิวบาไม่สามารถรับรายได้จากการขายสินค้าและบริการผ่านบัตรชำระเงินระหว่างประเทศ เช่น วีซ่า และ มาสเตอร์การ์ด อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางคิวบาระบุเพิ่มเติมว่า วิธีการชำระเงินอื่น ๆ สำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศในคิวบายังคงสามารถใช้งานได้ ซึ่งรวมถึงเงินสด บัตรเติมเงินในประเทศ และบัตรระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น มีร์ (Mir) ของรัสเซีย และยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ของจีน
สรุปข่าว
ธนาคารกลางคิวบาระบุว่า การหยุดให้บริการดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ที่ 14404 ซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รัฐบาลสหรัฐฯ ในการกดดันประชาชนคิวบา
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลให้คิวบาไม่สามารถรับรายได้จากการขายสินค้าและบริการผ่านบัตรชำระเงินระหว่างประเทศ เช่น วีซ่า และ มาสเตอร์การ์ด อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางคิวบาระบุเพิ่มเติมว่า วิธีการชำระเงินอื่น ๆ สำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศในคิวบายังคงสามารถใช้งานได้ ซึ่งรวมถึงเงินสด บัตรเติมเงินในประเทศ และบัตรระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น มีร์ (Mir) ของรัสเซีย และยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ของจีน
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อขยายมาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลคิวบา โดยทรัมป์สั่งอายัดทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ภายใต้การครอบครองหรือควบคุมของบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลตามที่กำหนด และไม่สามารถโอน ชำระเงิน ส่งออก ถอน หรือดำเนินการใด ๆ ได้
นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังมีเป้าหมายจำกัดการเข้าถึงระบบธนาคารโลกของคิวบา โดยกำหนดมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมต่อบุคคล องค์กร และสถาบันการเงินที่ทำธุรกรรมกับผู้ที่ถูกคว่ำบาตรอยู่แล้วเนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับคิวบา นอกจากนี้ คำสั่งนี้ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ในการลงโทษสถาบันการเงินต่างชาติที่ดำเนินการหรืออำนวยความสะดวกในธุรกรรมสำคัญให้กับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลคิวบา
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบามานานกว่า 60 ปี โดยเริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างครอบคลุมตั้งแต่เดือนก.พ. 2505 และยังคงมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการปรับความเข้มงวดหรือผ่อนคลายเป็นระยะ
