ธปท.จี้แบงก์ปล่อย "สินเชื่อใหม่" ช่วยลูกหนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม 2569)  เพื่อขอความร่วมมือให้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ผ่านกลไกและมาตรการของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชําระหนี้เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจําเป็นของลูกหนี้ ตามที่เคยส่งหนังสือเวียนขอความร่วมมือไปก่อนหน้านี้ (8 เมษายน 2569) 


โดยที่ผ่านมารัฐบาลและ ธปท. ได้ออกมาตรการที่สามารถช่วยลดทอนภาระและความเสี่ยง ทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจนำมาใช้อย่างผสมผสาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ


สรุปข่าว

ธปท. จี้ธนาคารพาณิชย์ และแบงก์รัฐ ปล่อย "สินเชื่อใหม่" และ "ผอนปรน" เงื่อนไขการชําระหนี้เดิม ผ่านกลไกและมาตรการรัฐ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม 2569)  เพื่อขอความร่วมมือให้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ผ่านกลไกและมาตรการของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชําระหนี้เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจําเป็นของลูกหนี้ ตามที่เคยส่งหนังสือเวียนขอความร่วมมือไปก่อนหน้านี้ (8 เมษายน 2569) 


โดยที่ผ่านมารัฐบาลและ ธปท. ได้ออกมาตรการที่สามารถช่วยลดทอนภาระและความเสี่ยง ทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจนำมาใช้อย่างผสมผสาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ


1.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดต้นทุน ทางการเงินให้แก่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลงนั้น ไปยังลูกหนี้เพื่อผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยได้

2.โครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงด้านเครดิตให้กับสถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (SMEs) เพื่อยกระดับศักยภาพของธุรกิจ เช่น การลงทุนเพื่อปรับตัวในการลดต้นทุนด้านพลังงาน  หรือ การสนับสนุนการเสริมสภาพคล่องที่จําเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนด้านพลังงานอยู่ในระดับสูง

3.กรอบหลักการมีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+) ให้สถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณามูลค่าหลักประกันได้ยืดหยุ่นขึ้น โดยนํามาพิจารณาควบคู่กับกระแสเงินสด ของลูกหนี้ได้เป็นการเฉพาะชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ SMEs ที่มีหลักประกันเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น


ในการนี้ ธปท. จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งใช้ประโยชน์จากกลไกและมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน ด้านเครดิต และด้านกฎเกณฑ์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจและประชาชนที่มีความจำเป็นต้องได้รับสภาพคล่องหรือเงินทุนในการปรับตัวภายใต้วิกฤตราคาพลังงานที่เป็นที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ หากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจประสงค์ จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม แต่ยังมีข้อจํากัดหรืออุปสรรคด้านกฎเกณฑ์หรือการดำเนินการ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถหารือกับ ธปท. เพิ่มเติมเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้กรอบการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินและการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เหมาะสมต่อไป

ที่มาข้อมูล : ธนาคารแห่งประเทศไทยไทย (ธปท.)

ที่มารูปภาพ : TNN