
สรุปข่าว
วันนี้ ( 17 ต.ค. 64 )จากกรณีมีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้เสียหายถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร หรือบัตรเดบิต จำนวนหลายครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต และ หักเงินออกจากบัตรเดบิตผ่านเครื่อง EDC หรือเครื่องรูดบัตร แต่ไม่มี SMS แจ้งเตือนไปยังเจ้าของบัตร มีการถอนเงินออกจำนวนหลายครั้ง แต่ละครั้งจะถอนเงินจำนวนไม่มาก
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำให้ ผู้เสียหายแจ้งไปยังธนาคาร เพื่ออายัดบัตรและปฎิเสธการชำระเงินค่าบริการทางออนไลน์ และตรวจสอบรายการเดินบัญชี รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในทุกพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อสืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้กระทำความผิดและนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
พร้อมแนะนำแนวทางการป้องกัน กรณีที่คนร้ายได้ข้อมูลที่อยู่ด้านหน้าบัตร และตัวเลขรหัส 3 ตัวที่อยู่ด้านหลังบัตร คนร้ายจึงสามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ที่มีมูลค่าไม่สูงได้ โดยไม่ต้องใช้ OTP
ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านทางออนไลน์ ที่ต้องแจ้งข้อมูลด้านหน้าบัตรและรหัส 3 ตัวที่อยู่ด้านหลังบัตร หากต้องการเข้าไปที่เว็บไซต์ใด ขอให้พิมพ์ชื่อเว็บด้วยตัวเองเพื่อป้องกันเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีความแนบเนียนมาก
นอกจากนี้ยังประชาชน ควรนำแผ่นสติ๊กเกอร์ทึบแสงปิดรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตร หรือจดรหัส 3 ตัวดังกล่าวเก็บไว้ แล้วใช้กระดาษทรายลบตัวเลขรหัสดังกล่าวออกจากด้านหลังบัตร เพื่อความปลอดภัยในการใช้จ่ายประจำวัน และป้องกันมิจฉาชีพ มิให้แอบถ่ายรูปด้านหน้าและหลังบัตรเพื่อนำไปใช้จ่ายในโลกออนไลน์
- ติดอะไร? ระวังชีวิตพัง มิจฉาชีพจับจุดจิตวิทยาเหยื่อแม่นยิ่งกว่า AI
- โฆษณาปลอมเกลื่อน หนึ่งในรายได้ FB-IG หรือกำไรจะสำคัญกว่าความปลอดภัยผู้ใช้งาน
- เตือนภัย 7 ขั้นตอนมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ อ้างจะได้เงินก้อนใหญ่
- เปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
- เบสท์ ชนิดาภา แชร์ประสบการณ์ "ติดกับดัก" มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นคนระวังตัวมาก
- สาวร่ำไห้! ถูกมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ สุดท้ายโอนเงินเกือบ 3 แสนให้จนหมดตัว
- ตู่ ปิยวดี-มาวิน อุ้มท้องขึ้นโรงพัก! มิจฉาชีพ นำภาพส่วนตัวไปใช้อ้างโฆษณา
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
