
สรุปข่าว
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะ ลอตัวเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการประกอบกิจการด้วยนั้น
ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานบอร์ด กนอ.เป็นประธานการประชุม ได้มีมติเห็นชอบการคงอัตราราคาขาย และค่าเช่าที่ดินนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา ในส่วนพื้นที่ระยะที่ 2/2 และระยะที่ 3 (พื้นที่ Rubber City ) ออกไปเป็นระยะเวลา 1 ปี
ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการตลาดและการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ เป็นการลดภาระในระยะแรกของการลงทุน รวมถึงยังตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 64 จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.65
สำหรับการคงอัตราราคาขายและให้เช่าที่ดินนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา ในส่วนของพื้นที่นิคมฯ ยางพารา (Rubber City) เป็นการปรับจากอัตราเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 58 และใช้เรื่อยมาจนครบกำหนดในวันที่ 30 มิ.ย.64 ซึ่งปกติแล้วจะต้องกำหนดราคาขายและค่าเช่าที่ดินใหม่โดยใช้เกณฑ์การคำนวณจากต้นทุนการดำเนินงานและภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) กนอ.ได้พิจารณาแล้วว่า เพื่อเป็นการลดภาระและเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้เกิดปัญหาในการประกอบกิจการอันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานและการดำเนินธุรกิจ จึงเห็นควรคงอัตราราคาขายและราคาค่าเช่าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวต่อไปเป็นระยะเวลา 1 ปี
นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา เป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.พัฒนาและบริหารจัดการเอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ประมาณ 2,225 ไร่ โดยในปี 59
กนอ.ได้พัฒนาพื้นที่นิคมฯยางพารา (Rubber City) ในพื้นที่ระยะที่ 2/2 และระยะที่ 3 เนื้อที่ประมาณ 1,218 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลายน้ำ และขั้นกลางน้ำ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยเป็นพื้นที่ประกอบอุตสาหกรรม 629 ไร่ และพื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่สีเขียว ประมาณ 588 ไร่ ปัจจุบันมีผู้ประกอบกิจการแล้ว 7 ราย
ทั้งนี้ กนอ.พยายามหามาตรการในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับนิคมฯ ในพื้นที่ภาคใต้ และคาดว่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนเร็วๆ นี้
“นิคมฯ ยางพารา เป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยมีความได้เปรียบในทำเลที่ตั้งในจังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่และการศึกษาที่สำคัญของภาคใต้ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ มีระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพเชื่อมโยงทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตยางพาราและตลาดการค้ายางที่สำคัญของประเทศอีกด้วย”
- คมนาคมถกแท็กซี่ เคลียร์ปม GRAB จ่อใช้กล้อง AI-แอปจองคิวที่สุวรรณภูมิ
- AllianzGIชี้ "สหรัฐ"เสี่ยงสูญเสียการลงทุน
- เปิดลิสต์ 10 จังหวัด “นักลงทุน” หุ้นไทย อยู่ที่ไหนกันมากที่สุด
- พ.ค.นี้ชงครม."รถไฟฟ้า" 20 บ.ตลอดสาย
- นายกฯสั่งดูแลราคาพลังงานบรรเทาภาระประชาชน ตรึงค่าไฟ 3.99 บาท ยาวถึงสิ้นปี
- นายกฯ สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงภาคใต้ เข้มงวดความปลอดภัยให้ประชาชน
- เปิดชาติที่มี “นักลงทุนรายใหญ่” มากที่สุด ทรัพย์สินสุทธิทะลุ 330 ล้านบาท แล้วไทยอยู่อันดับไหน?
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
