
สรุปข่าว
รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้คาดว่าปรับตัวลง โดยมีปัจจัยกดดันจาก bond yield สหรัฐ ที่เร่งตัวขึ้น และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรงเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มพลังงาน รวมถึงการแพร่ระบาดของ COVID ในยุโรป จนทำให้ต้องประกาศ lockdown บางพื้นที่ สร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด โดยดัชนีมีแนวรับถัดไปที่ 1,560 และ 1,548 จุด ด้านกรอบบนยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,573-1,580 จุด กลยุทธ์ พอร์ตลงทุนหลักรอเข้าซื้อเฟสแรก 25% แถว 1,450-1,470 จุด
ส่วนพอร์ตเก็งกำไรให้ Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ใน theme ดังนี้ 1. หุ้น Global Plays กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC 2. หุ้น Reopening tier 2-3 BEM HMPRO BDMS และ 3. หุ้นใน SET50 ที่ยัง laggard BAM รวมทั้ง Clean Energy อย่าง BGRIM, GULF, GPSC
ทั้งนี้แนะนำ BBL (ราคาเป้าหมาย 165.00 บาท) คาดได้ปัจจัยหนุนระยะสั้นจาก bond yield ที่ปรับขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไรปีนี้เติบโตมากสุดในกลุ่มฯ ที่ 40% ตั้งสำรองฯ ลดลง และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง และแนะนำ BLA (ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) ได้ประโยชน์จาก bond yield เช่นกันขณะที่ผลประกอบการปีนี้โดดเด่นจาก combined ratio ปรับตัวดีขึ้นมาก

ด้านบล.เอเซียพลัสชู 3 หุ้นเด่น นำโดย BBL (FV@154) มองสินเชื่อปีนี้ ขยายตัว 3% - 4% yoyขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)คาดการณ์ลดลงมาที่ 2.2 หมื่นล้านบาท จาก 3.1 หมื่นล้านบาทในปี 63 ถือว่าเข้าสู่เส้นทางของการฟื้นตัวที่แท้จริงสำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารฯ คาด NPL Ratioณ สิ้นปีนี้จะอยู่ในกรอบไม่เกิน 4.5% จาก 3.9% ณสิ้นปี 63 จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวโดย ธ.พ. มี Coverage Ratio ณ สิ้นงวด 4Q63 ที่181.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 150%แนวโน้มกำไรปี 2564 ฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน ด้านราคาหุ้น BBL ยังคง Laggard SETBANK และหุ้นธพ.อื่นๆอยู่มากพอสมควร
ตามติดด้วย KBANK ([email protected]) แนวโน้ม Credit Cost ปี 64 ที่ลดลงจากเดิม 2.05%ในปีก่อนมาที่ 1.6% หลังลูกหนี้ที่ออกจากมาตรการฯราว 90% ชำระหนี้ตามปกติ (ข้อมูลจากงานแถลงเป้าหมายประจำปีของ KBANK)ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิปี 64-65 ไว้ 3.48 หมื่นล้านบาท (+ 18% yoy) และ 3.76 หมื่นล้านบาท (+8%yoy) มาจากการปรับสมมติฐาน Credit Cost ปี 64 -65 ลงจากเดิม 2.5% มาที่ 1.6% เทียบเท่า ECL ที่ 3.7หมื่นล้านบาทในปี 64 และ 4 มื่นล้านบาทในปี 65 ภายใต้ประมาณการณ์ ได้ FV ปีนี้ที่ 155 บาท มีUpside ถึง 5%
ถัดมาเป็นหุ้น INTUCH ([email protected])เชื่อฟื้นตัวได้นับจาก 2H64 จากกำลังซื้อ+ทยอยฟื้นตัวและลูกค้า 5G ขณะที่ต้นทุนลงทุน 5G คาดเพิ่มจำกัดจากผลชดเชยงบลงทุน 3 G ที่ตัดจ่ายครบ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนอาจสร้าง Upside กำไรได้ ส่วน THCOM คาดกำไร9M64 คุ้มทุน และอาจมี Upside หากการเปลี่ยนสู่ใบอนุญาตปลายปีราบรื่นได้ Sentiment เชิงบวกจากประเด็น FF Adj MarketCap คาดได้สัดส่วนเพิ่ม 0.46% ในรอบ 2H64 นี้จุดเด่นเรื่องปันผลชัดขึ้น จากอัตราจ่ายปันผลที่สูงขึ้นADVANC หลังอิงกำไรที่มีผลรายจ่ายทางบัญชีมาตรฐานบัญชี TFRS16 ช่วยให้ INTUCH ส่งต่อปันผลเกินปีละ 4.5% ซึ่งคาดหวังปันผล 2H63 สูงกว่าคาดที่1.35 บาท XD 22 เม.ย. 64 นี้

ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) มองว่า หุ้นไทยย่อสร้างฐาน หลังราคาน้ำมันดิบโลกลงแรง ประเมินแนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน1,580 จุด เน้นหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว โดยแนะนำ SAT ยอดผลิตรถยนต์ไทย กพ. กลับมาเติบโต 155,200 คัน (+5%MoM,+3% YoY) โดยแบ่งเป็น ตลาดรถยนต์ในประเทศ 58,960 คัน (+7%MoM)และ ยอดส่งออก 79,470 คัน(+7%MoM) และคาด มี.ค.-เม.ย.จะดีขึ้นต่อจากแรงหนุนงานมอเตอร์โชว์ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 20 บาท
ปิดท้าย AMATA คาดแนวโน้มของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น โดยเราเชื่อว่าจะเกิดความต้องการซื้อที่ดินที่รออยู่จะช่วยหนุนให้กำไรกลับเข้ามาหากมีการเปิดประเทศที่ชัดเจน โดยวันนี้แนะติดตาม ศบค.ชุดใหญ่ ที่อาจจะเพิ่มความชัดเจนต่อ
กระบวนการในช่วงถัดไปเป้าหมายเชิงกลยุทร์ 20 บาท
- “หุ้นไทย” หมดแรง GDP-EPS โดนหั่นเรียบ “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสิน ไปต่อหรือรอ “1,000 จุด”
- หุ้นแบงก์ยังน่าเล่นไหม กูรูชวนเทียบหุ้นแบงก์ หลังสินเชื่อลด - การบริโภคอ่อนแอ
- “หุ้นไทย” หมดแรง “ภาษีสหรัฐฯ” ตัดสินไปต่อหรือรอ “1,000 จุด” l What's up Wealth
- หุ้นไทยไร้เสน่ห์ เพราะอะไร "หลบภัยตัวไหนดี"
- หุ้นไทยวันนี้ 30 พฤษภาคม 2568 ปิดลบ 14.83 จุด รับแรงกดดัน MSCI Rebalance
- หุ้นไทยวันนี้ 29 พฤษภาคม 2568 ปิดบวก 3.27 จุด รับศาลสั่งระงับมาตรการภาษี "ทรัมป์"
- หุ้นไทยวันนี้ 28 พฤษภาคม 2568 ปิดลบ 2.68 จุด ยังขาดปัจจัยหนุน-เกาะติดรายงานเฟด
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
