
สรุปข่าว
วันนี้ ( 21 เม.ย.63) บมจ. ไทยออยล์ เผย คาดการณ์ แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ(20 –24เม.ย.63) ว่า จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ เนื่องจากตลาดยังกังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกหดตัวหลังรัฐบาลในหลายประเทศประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้ง จำนวนผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และประเทศในทวีปยุโรป ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ซาอุดิอาระเบียเองยังประกาศลดราคาขายน้ำมัน (Official selling price) ของตนเองลงต่อเนื่อง ทั้งยัง ประกาศว่าการลดกำลังการผลิตจะเริ่มขึ้นในเดือน พ.ค.63 ส่งผลให้อาจมีอุปทานน้ำมันดิบในระดับสูงจากซาอุฯ ที่จะเข้ามาในตลาดในเดือนดังกล่าว
โดยปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ ได้แก่
- ความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากกว่า 6 แสนคน จากจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลในหลายประเทศประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ขณะที่บางประเทศขยายระยะเวลาการปิดเมืองไปจนถึงต้นเดือน พ.ค. 63เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งส่งผลทำให้การขนส่ง ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมบางประเภทต้องหยุดชะงัก
- สำนักงานพลังงานสากล(IEA)คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันโลกอาจลดลงถึง 29 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. 63ซึ่งเป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 25ปี และลดลง 9.3ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หลัง 187ประเทศทั่วโลกต่างออกมาตรการจำกัดการเดินทาง เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะหดตัวลง 3% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ในเดือน ม.ค. 63 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการขยายตัว 3.3%
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 10เม.ย. 63 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการเพิ่มที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปรับลดกำลังการผลิต ตามความต้องการใช้น้ำมันที่หดตัว
- ตลาดคาดว่าข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกราว 19.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะยังไม่เพียงพอในเดือน เม.ย. 63 เมื่อเทียบกับความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงราว 30%
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวลดลงราว 194,000บาร์เรลต่อวันลงมาแตะระดับที่ 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน เม.ย.63 และมีแนวโน้มปรับลดลงอีก 183,000บาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค.63 เนื่องจากสภาวะราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ
- ซาอุดิอาระเบียประกาศลดราคาน้ำมันอย่างเป็นทางการ (Official Selling Price: OSP) ของเดือนพ.ค.63 สำหรับน้ำมันดิบทุกชนิดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เช่น ราคาประกาศ OSP ของน้ำมันดิบชนิดArab Extra Light ส่งมอบในเอเซียอยู่ที่ -7.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากระดับ -3.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในเดือน เม.ย.63 ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันดิบในภูมิภาคที่ลดลง
- เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการยูโรโซน เดือน เม.ย. 63 และรายงานจำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ เดือน เม.ย. 63
สำหรับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา(13 – 17 เม.ย. 63) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลง 4.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 18.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเช่นเดียวกับ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 3.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 28.08เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนขณะที่ ราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 20.75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
โดยราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังรัฐบาลในหลายประเทศประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่ล้นตลาด เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงมาก แม้กลุ่มโอเปกและพันธมิตรได้บรรลุข้อตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค.63 ถึงเดือนมิ.ย. 63 จากนั้น จะปรับลดการผลิต 8 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนก.ค.63 ไปจนถึงสิ้นปีและจะปรับลด 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนม.ค. 64 ไปจนถึงเดือนเม.ย.65 ในการประชุมฉุกเฉินของกลุ่มโอเปกและพันธมิตรเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 63 ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ช็อค! น้ำมันดิบร่วงติดลบครั้งแรกในประวัติศาตร์ เหตุโควิดทำพิษ
เกาะติดข่าวที่นี่
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- จับตา "โอเปก" เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 4 แสนบาร์เรลต่อวัน หลังจากลดกำลังผลิตในการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมา
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! รมว.สธ. เผยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ XEC ติดง่าย แต่หายไว
- เปิดเทอม! กรมการแพทย์แนะเฝ้าระวังห่วงเด็กเสี่ยงได้รับเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น
- เตือน! เดือนพ.ค. สถานการณ์โควิดจะระบาดสูงสุด ก่อนตามด้วยโรคไข้หวัดใหญ่
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand