
"จากความสำเร็จในห้องแล็บที่เห็นผลชัดเจน 100% ในการลดขนาดมะเร็งกำลังจะก้าวสู่การทดลองคลินิกในมนุษย์ โดยมีเป้าหมายให้คนไทยสามารถเข้าถึงยาที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่จับต้องได้"
เรื่องนี้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตร ได้เปิดเผยความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย


สรุปข่าว
"จากความสำเร็จในห้องแล็บที่เห็นผลชัดเจน 100% ในการลดขนาดมะเร็งกำลังจะก้าวสู่การทดลองคลินิกในมนุษย์ โดยมีเป้าหมายให้คนไทยสามารถเข้าถึงยาที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่จับต้องได้"
เรื่องนี้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตร ได้เปิดเผยความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย



ศ.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่าการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เข้าสู่ปีที่ 8 ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ได้มีการพัฒนายาดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันยาชีววัตถุรักษามะเร็งที่ใช้จะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ และราคาค่อนข้างสูง 80,000 ถึง 100,000 บาทต่อหนึ่งรอบการรักษา ทำให้การเข้าถึงยาในผู้ป่วยมีข้อจำกัด
ยาดังกล่าวเป็นยาในกลุ่มแอนติบอดี หรือที่รู้จักกันในชื่อภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งมีกลไกการทำงาน โดยการเข้าไปปลดล็อก เม็ดเลือดขาวในร่างกายที่ถูกเซลล์มะเร็งอำพรางไว้ ให้กลับมาตรวจจับและทำลายเนื้อร้ายได้
"สามารถควบคุมโรคได้เฉลี่ย มากกว่า 2 ปี ในกลุ่มผู้ป่วยที่ตอบสนองดี ประมาณ 15-20% อาจมีชีวิตอยู่ได้ยาวนาน มากกว่า 5 ปี"
ทั้งนี้ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองคลินิกในมนุษย์ ซึ่งระยะแรกจะเปิดรับ 20 ราย โดยต้องเป็นกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการตรวจพบโปรตีน PD-L1 อย่างน้อย 50% ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดหวังผลการตอบสนองยาได้ดีที่สุด เพื่อทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพเบื้องต้น
สำหรับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด แตกต่างจากยาเคมีบำบัด หรือยาพุ่งเป้าแบบเดิม เป็นเหมือนการเข้าไปปลุกระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจัดการกับเซลล์มะเร็งด้วยตัวเอง ทำให้ยามีโอกาสรักษาได้ครอบคลุมมะเร็งหลายชนิด เปรียบเสมือนเสริมพลังให้ร่างกายสู้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน
- เปิด 4 ผลงานวิจัยนักวิชาการไทย รับรางวัล TTF AWARD
- จุฬาฯ พบเมืองโบราณซ่อนใต้คูเมืองเก่านครราชสีมา หลังพบจุดน่าสงสัยจากภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ. 2497
- จุฬาฯ เปิดตัว วีลแชร์เดินได้ - Wheelchair Exoskeleton หุ่นยนต์ที่เป็นทั้งรถเข็นผู้พิการและตัวค้ำยืนได้ตัวแรกของโลก
- สปสช.เพิ่มยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามสิทธิบัตรทอง 30 บาท
- จุฬาฯเตรียมทดสอบวัคซีนโควิดสู้"โอไมครอน"ในหนู
ที่มาข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่มารูปภาพ : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
