เปิดแผน ตร. สแกนมูลนิธิทั่วประเทศ ตรวจเส้นทางเงินบริจาค

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดแผน ตร. สแกนมูลนิธิทั่วประเทศ ตรวจเส้นทางเงินบริจาค

เปิดแผนตำรวจตรวจมูลนิธิทั่วประเทศ สางปมเงินบริจาค

จากการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อน สู่มาตรการตรวจสอบครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังรัฐบาลสั่งเดินหน้าจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กรการกุศล และกลุ่มบุคคลที่ระดมเงินบริจาคจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจอาศัยความน่าเชื่อถือหรือชื่อเสียงเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์

แผนดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะมูลนิธิที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่ครอบคลุมการรับบริจาคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ บุคคลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนการตั้งโต๊ะรับเงินและการเดินเรี่ยไรตามสถานที่ต่าง ๆ โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ประสานฝ่ายปกครองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่สถานะขององค์กรไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้การบริจาคของประชาชนถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

จากคำสั่งนายกรัฐมนตรี สู่การตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ

จุดเริ่มต้นของมาตรการดังกล่าวมาจากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กร รวมถึงบุคคลที่เปิดรับบริจาค โดยมุ่งดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ฉ้อฉลหรือใช้กิจกรรมการกุศลเป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน

ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนหาข่าวและประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิและผู้เปิดรับบริจาคทั่วประเทศ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยรายละเอียดแนวทางดำเนินการ โดยระบุว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมพฤติการณ์แอบอ้างการช่วยเหลือสังคมเพื่อขอรับเงินบริจาค โดยเฉพาะกรณีที่อาจนำเงินไปใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตำรวจเปิดเผยในขณะนี้เป็นกรอบแนวทางและข้อสั่งการเบื้องต้น ยังไม่มีการประกาศจำนวนองค์กรเป้าหมาย ระยะเวลาตรวจสอบ หรือรายชื่อมูลนิธิที่จะถูกตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

สรุปข่าว

เปิดแผนสำนักงานตำรวจแห่งชาติสแกนมูลนิธิทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี วางแนวทางตรวจสอบ 4 ด้าน ตั้งแต่สืบสวนพฤติการณ์ต้องสงสัย ตรวจช่องทางรับบริจาค ประสาน ปปง. ตรวจเส้นทางเงิน และดำเนินคดีตามหลักฐาน มุ่งป้องกันการฉ้อโกงประชาชน พร้อมเปิดสายด่วน 1599 รับแจ้งเบาะแส

เปิดแผนตำรวจตรวจมูลนิธิทั่วประเทศ สางปมเงินบริจาค

จากการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อน สู่มาตรการตรวจสอบครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังรัฐบาลสั่งเดินหน้าจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กรการกุศล และกลุ่มบุคคลที่ระดมเงินบริจาคจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจอาศัยความน่าเชื่อถือหรือชื่อเสียงเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์

แผนดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะมูลนิธิที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่ครอบคลุมการรับบริจาคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ บุคคลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนการตั้งโต๊ะรับเงินและการเดินเรี่ยไรตามสถานที่ต่าง ๆ โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ประสานฝ่ายปกครองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่สถานะขององค์กรไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้การบริจาคของประชาชนถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

จากคำสั่งนายกรัฐมนตรี สู่การตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ

จุดเริ่มต้นของมาตรการดังกล่าวมาจากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กร รวมถึงบุคคลที่เปิดรับบริจาค โดยมุ่งดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ฉ้อฉลหรือใช้กิจกรรมการกุศลเป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน

ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนหาข่าวและประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิและผู้เปิดรับบริจาคทั่วประเทศ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยรายละเอียดแนวทางดำเนินการ โดยระบุว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมพฤติการณ์แอบอ้างการช่วยเหลือสังคมเพื่อขอรับเงินบริจาค โดยเฉพาะกรณีที่อาจนำเงินไปใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตำรวจเปิดเผยในขณะนี้เป็นกรอบแนวทางและข้อสั่งการเบื้องต้น ยังไม่มีการประกาศจำนวนองค์กรเป้าหมาย ระยะเวลาตรวจสอบ หรือรายชื่อมูลนิธิที่จะถูกตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

เปิด 4 ขั้นตอนสำคัญ ตำรวจสแกนมูลนิธิและเส้นทางเงิน

จากแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผย สามารถจำแนกประเด็นการตรวจสอบออกเป็น 4 ขั้นตอนสำคัญ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาพฤติการณ์ต้องสงสัยไปจนถึงการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขั้นแรก ตรวจหามูลนิธิและผู้เปิดรับบริจาคที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย

ตำรวจทุกพื้นที่จะสืบสวนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิ องค์กร และกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการใช้เรื่องราวความเดือดร้อนหรือความต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาเป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนบริจาคเงิน

เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้ระดมทุนว่าเป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์จริงหรือไม่ และมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่

ทั้งนี้ การมีชื่อเสียงหรือการเปิดรับบริจาคจำนวนมากไม่ได้เป็นเหตุให้สรุปว่าผู้ดำเนินกิจกรรมกระทำผิด แต่ต้องพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบเป็นรายกรณี

ขั้นที่สอง ตรวจทุกช่องทางรับบริจาค ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการขยายขอบเขตการตรวจสอบให้ครอบคลุมการรับบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การเผยแพร่เรื่องราวขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือการใช้บุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเป็นผู้ประชาสัมพันธ์การระดมทุน

ขณะเดียวกัน การตั้งโต๊ะรับบริจาค การวางกล่องรับเงิน และการเดินเรี่ยไรตามบ้านเรือนหรือสถานที่สาธารณะ ก็อยู่ภายใต้แนวทางการตรวจสอบเช่นเดียวกัน

เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเรี่ยไร รวมถึงการเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการบริจาค

ขั้นที่สาม ประสาน ปปง. ตรวจสอบเงินบริจาคและการโอนย้ายเงิน

หัวใจสำคัญของแผนตรวจสอบอยู่ที่การติดตามเส้นทางการเงิน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและ ปปง. ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่

ประเด็นที่จะตรวจสอบครอบคลุมการจดทะเบียนมูลนิธิ การขออนุญาตเรี่ยไร การนำเงินบริจาคไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนการโยกย้ายหรือถ่ายโอนเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

การตรวจสอบเส้นทางเงินมีความสำคัญต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เงินที่ประชาชนร่วมบริจาคถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตามที่ประกาศไว้หรือไม่ และมีธุรกรรมใดที่อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำผิดโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบที่มา ปลายทาง และวัตถุประสงค์ของธุรกรรมก่อนพิจารณาตามกฎหมาย

ขั้นที่สี่ รวบรวมหลักฐานดำเนินคดี หากพบพฤติการณ์หลอกลวง

เมื่อการตรวจสอบพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการหลอกลวงประชาชน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินคดีตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง

กรณีที่มีการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อชักชวนให้ประชาชนบริจาคเงิน อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ขณะที่การจัดการหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หากเข้าองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลรับบริจาคผ่านระบบคอมพิวเตอร์โดยมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ก็อาจถูกพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ การดำเนินคดีทุกกรณีต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เพียงพอและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ทำไมต้องตรวจเส้นทางเงินบริจาค

ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบมูลนิธิและองค์กรการกุศล ไม่ได้อยู่เฉพาะการรับเงินจากประชาชน แต่รวมถึงขั้นตอนหลังจากได้รับเงินบริจาคแล้ว

โดยทั่วไป การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคมมักกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน เช่น การจัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์ การสนับสนุนค่ารักษาพยาบาล หรือการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ แต่หากมีการนำเงินไปใช้ในกิจกรรมอื่นที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ก็อาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและความถูกต้องของการบริหารจัดการเงินบริจาค

การติดตามเส้นทางการเงินจึงเป็นส่วนสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องพิจารณาข้อมูลตั้งแต่การรับเงิน ผู้มีอำนาจจัดการเงิน ตลอดจนหลักฐานการเบิกจ่ายและการส่งมอบความช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน มูลนิธิที่มีสถานะจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ยังต้องดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การจดทะเบียนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ แต่ไม่สามารถใช้แทนหลักฐานยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดได้

แยกมูลนิธิสุจริตออกจากผู้แอบอ้างกิจกรรมการกุศล

แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับการตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ แต่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ยืนยันว่า ตำรวจยังให้การสนับสนุนองค์กรและบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอย่างสุจริตและโปร่งใส

เป้าหมายของมาตรการนี้จึงมุ่งไปที่ผู้ที่อาจใช้ความเชื่อถือของประชาชนเป็นช่องทางกระทำความผิด โดยไม่เหมารวมว่ามูลนิธิหรือบุคคลที่เปิดรับบริจาคทุกรายมีพฤติการณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาการตรวจสอบให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานข้อมูลระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ปปง. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐาน

จับตาผลตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ ตำรวจเปิดรับเบาะแส 1599

สำหรับความคืบหน้าหลังจากนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือการกำหนดหลักเกณฑ์คัดกรองมูลนิธิและกลุ่มบุคคลเป้าหมาย จำนวนองค์กรที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ รวมถึงผลการตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคว่าพบพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามแนวทางการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบข้อเท็จจริงโดยไม่กระทบต่อองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมโดยสุจริต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนที่พบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับแผนตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศครั้งนี้ จุดสำคัญอยู่ที่การบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการตรวจสอบสถานะองค์กร การรับบริจาค และการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและคุ้มครองประชาชนที่ต้องการร่วมทำบุญหรือสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บรรณาธิการออนไลน์