ทำไมยุงชอบกัดบางคนมากกว่าคนอื่น เปิด 5 ปัจจัยที่ดึงดูดยุง

เคยสังเกตหรือไม่ว่า เมื่ออยู่รวมกันหลายคน บางคนกลับถูกยุงกัดบ่อยกว่าคนอื่น ทั้งที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะยุงไม่ได้เลือกกัดมนุษย์แบบสุ่ม แต่ใช้ประสาทสัมผัสหลายระบบในการค้นหาเป้าหมาย ตั้งแต่การตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจ กลิ่นสารเคมีบนผิวหนัง ไปจนถึงความร้อนและสีของเสื้อผ้า
งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของยุงพบว่า ความแตกต่างทางร่างกายและพฤติกรรมของแต่ละคนมีส่วนกำหนดโอกาสถูกยุงกัด โดยมีปัจจัยสำคัญ 5 ประการที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดบางคนจึงดึงดูดยุงได้มากกว่าคนอื่น
1. ลมหายใจและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวช่วยให้ยุงค้นหาเป้าหมาย
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ยุงใช้ค้นหามนุษย์คือการตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ที่ปล่อยออกมาขณะหายใจ โดยยุงมีอวัยวะรับกลิ่นที่สามารถตรวจจับก๊าซดังกล่าวได้จากระยะไกล และในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอาจรับรู้ได้ในระยะหลายสิบเมตร
ผู้ที่มีร่างกายขนาดใหญ่หรือเพิ่งออกกำลังกายมักปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ยุงสามารถตรวจพบเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์ยังเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มถูกยุงกัดมากขึ้น โดยมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าหญิงตั้งครรภ์ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ประมาณ 21% รวมถึงมีอุณหภูมิบริเวณผิวหนังบางส่วนสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความดึงดูดต่อยุง
2. กลิ่นเหงื่อและสารเคมีบนผิวหนัง
กลิ่นตัวเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยุงเลือกเข้าหามนุษย์แตกต่างกัน โดยเฉพาะสารเคมีที่เกิดจากเหงื่อและกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์บนผิวหนัง
สารที่เกี่ยวข้องกับการดึงดูดยุง ได้แก่ กรดแลคติก แอมโมเนีย และกรดคาร์บอกซิลิกบางชนิด ซึ่งสามารถส่งผลต่อการรับรู้กลิ่นของยุงได้
งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีสารประกอบบางกลุ่มบนผิวหนังในระดับสูง อาจดึงดูดยุงได้มากกว่าคนอื่นอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เพิ่งออกกำลังกายหรือมีเหงื่อสะสมบนร่างกายจึงอาจมีโอกาสถูกยุงเข้าหามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีความร้อนจากร่างกายและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยร่วม
สรุปข่าว
เคยสังเกตหรือไม่ว่า เมื่ออยู่รวมกันหลายคน บางคนกลับถูกยุงกัดบ่อยกว่าคนอื่น ทั้งที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ เพราะยุงไม่ได้เลือกกัดมนุษย์แบบสุ่ม แต่ใช้ประสาทสัมผัสหลายระบบในการค้นหาเป้าหมาย ตั้งแต่การตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจ กลิ่นสารเคมีบนผิวหนัง ไปจนถึงความร้อนและสีของเสื้อผ้า
งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของยุงพบว่า ความแตกต่างทางร่างกายและพฤติกรรมของแต่ละคนมีส่วนกำหนดโอกาสถูกยุงกัด โดยมีปัจจัยสำคัญ 5 ประการที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดบางคนจึงดึงดูดยุงได้มากกว่าคนอื่น
1. ลมหายใจและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวช่วยให้ยุงค้นหาเป้าหมาย
หนึ่งในกลไกสำคัญที่ยุงใช้ค้นหามนุษย์คือการตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ที่ปล่อยออกมาขณะหายใจ โดยยุงมีอวัยวะรับกลิ่นที่สามารถตรวจจับก๊าซดังกล่าวได้จากระยะไกล และในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอาจรับรู้ได้ในระยะหลายสิบเมตร
ผู้ที่มีร่างกายขนาดใหญ่หรือเพิ่งออกกำลังกายมักปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ยุงสามารถตรวจพบเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ หญิงตั้งครรภ์ยังเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มถูกยุงกัดมากขึ้น โดยมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าหญิงตั้งครรภ์ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ประมาณ 21% รวมถึงมีอุณหภูมิบริเวณผิวหนังบางส่วนสูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความดึงดูดต่อยุง
2. กลิ่นเหงื่อและสารเคมีบนผิวหนัง
กลิ่นตัวเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยุงเลือกเข้าหามนุษย์แตกต่างกัน โดยเฉพาะสารเคมีที่เกิดจากเหงื่อและกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์บนผิวหนัง
สารที่เกี่ยวข้องกับการดึงดูดยุง ได้แก่ กรดแลคติก แอมโมเนีย และกรดคาร์บอกซิลิกบางชนิด ซึ่งสามารถส่งผลต่อการรับรู้กลิ่นของยุงได้
งานวิจัยพบว่าผู้ที่มีสารประกอบบางกลุ่มบนผิวหนังในระดับสูง อาจดึงดูดยุงได้มากกว่าคนอื่นอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เพิ่งออกกำลังกายหรือมีเหงื่อสะสมบนร่างกายจึงอาจมีโอกาสถูกยุงเข้าหามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีความร้อนจากร่างกายและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยร่วม
3. กรุ๊ปเลือด O มีโอกาสถูกยุงกัดมากกว่าจริงหรือไม่
ความเชื่อที่ว่าคนกรุ๊ปเลือด O ถูกยุงกัดบ่อยกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น มีข้อมูลจากงานวิจัยบางชิ้นสนับสนุน โดยเฉพาะการทดลองกับยุงบางสายพันธุ์ที่พบความแตกต่างในการเลือกเกาะบนผิวหนังของมนุษย์แต่ละกรุ๊ปเลือด
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าคนกรุ๊ปเลือด O จะถูกยุงกัดมากที่สุดในทุกสถานการณ์ หรือยุงทุกชนิดมีความชอบต่อกรุ๊ปเลือดเหมือนกัน
นักวิจัยยังให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของกลิ่นผิวหนังและสารเคมีที่ร่างกายปล่อยออกมา ซึ่งอาจมีบทบาทต่อการเลือกเป้าหมายของยุงมากกว่ากรุ๊ปเลือดเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น แม้กรุ๊ปเลือดอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถใช้ทำนายได้อย่างแน่นอนว่าใครจะถูกยุงกัดมากกว่ากัน
4. สีเสื้อผ้าและอุณหภูมิร่างกายมีผลต่อการดึงดูดยุง
นอกจากกลิ่นแล้ว ยุงยังใช้การมองเห็นและการตรวจจับความร้อนเพื่อระบุตำแหน่งของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อบินเข้ามาใกล้เป้าหมาย
การศึกษาพฤติกรรมของยุงบางชนิดพบว่า สีดำ สีแดง และสีบางกลุ่มสามารถดึงดูดความสนใจของยุงได้มากกว่าสีอื่นภายใต้เงื่อนไขการทดลอง ขณะที่สีขาวและสีอ่อนบางชนิดมีแนวโน้มดึงดูดยุงน้อยกว่า
เสื้อผ้าสีเข้มยังอาจดูดซับพลังงานความร้อนจากแสงแดดได้มากกว่าสีอ่อน ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิที่ยุงสามารถใช้ประกอบการค้นหาเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม การสวมเสื้อผ้าสีอ่อนไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันยุงกัดได้ทั้งหมด เนื่องจากยุงยังสามารถตรวจจับกลิ่น ลมหายใจ และความร้อนจากร่างกายได้
5. การดื่มแอลกอฮอล์อาจเพิ่มโอกาสถูกยุงกัด
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีการศึกษาเกี่ยวกับการดึงดูดยุงคือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยงานวิจัยขนาดเล็กบางชิ้นพบว่าหลังการดื่มเบียร์ ผู้เข้าร่วมการทดลองมีแนวโน้มดึงดูดยุงมากขึ้น
แม้ยังไม่สามารถระบุกลไกที่แน่ชัดได้ทั้งหมด แต่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลังดื่มแอลกอฮอล์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของยุง
อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทหรือทุกปริมาณทำให้ยุงกัดมากขึ้นในลักษณะเดียวกัน
เปิด 3 วิธีป้องกันยุงกัด ลดความเสี่ยงโรคติดต่อ
แม้ปัจจัยบางอย่าง เช่น กลิ่นผิวหนังตามธรรมชาติหรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก แต่ประชาชนสามารถลดโอกาสถูกยุงกัดด้วยวิธีที่เหมาะสม
วิธีแรก เลือกเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดร่างกาย โดยควรสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว รวมถึงเลือกเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อลดความโดดเด่นต่อการมองเห็นของยุงบางชนิด
วิธีที่สอง ดูแลความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือมีเหงื่อสะสม ควรอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลดคราบเหงื่อและกลิ่นที่อาจมีส่วนดึงดูดยุง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่สามารถป้องกันยุงกัดได้อย่างสมบูรณ์
วิธีที่สาม ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่มีประสิทธิภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร DEET, Picaridin หรือ Icaridin และสารสกัดน้ำมันเลมอนยูคาลิปตัสชนิดที่ผ่านการรับรองสำหรับใช้ไล่แมลง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ควรกำจัดแหล่งน้ำขัง ปิดภาชนะเก็บน้ำ และดูแลบริเวณบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
ทั้งนี้ การถูกยุงกัดบ่อยไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันของกลิ่นร่างกาย ลมหายใจ ความร้อน และสภาพแวดล้อม การป้องกันยุงกัดอย่างเหมาะสมจึงเป็นวิธีสำคัญในการดูแลสุขภาพและลดโอกาสเกิดโรคติดต่อจากยุง
- นักวิ่งมาเลเซีย ย้ายสนามเข้าห้าง หนีฝุ่นพิษจากไฟป่าอินโดฯ
- ถึงจุดสุดยอดช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้จริงหรือ?
- "หนูเล็ก ก่อนบ่าย" แชร์อุทาหรณ์เฉียดตาย! ป่วย "ไข้เลือดออกขั้นวิกฤต" อ้วกเป็นเลือดจนเข้า ICU นอน รพ. กว่า 10 วัน
- สธ. กางแผนตั้งเป้าคุมผู้ป่วยไข้เลือดออก “เสียชีวิตเป็นศูนย์” ภายในปี 73
- เปิด 5 กลุ่มโรคซับซ้อนของคนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
บรรณาธิการออนไลน์
