เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ 2570 ใครมีสิทธิ ได้เงินชดเชยเท่าไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ 2570 ใครมีสิทธิ ได้เงินชดเชยเท่าไร?

เออร์ลี่รีไทร์ 2570 รัฐบาลเตรียมจ่ายชดเชยสูงสุด 15 เท่า

ข้าราชการที่กำลังวางแผนเกษียณก่อนอายุ 60 ปี อาจมีทางเลือกใหม่ในปี 2570 หลังรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือที่เรียกว่าเออร์ลี่รีไทร์ (Early Retirement) โดยเสนอเงินชดเชยสูงสุด 15 เท่า พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการพลเรือน 30,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐให้เหมาะสมกับภารกิจในอนาคต

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยมีแนวโน้มปรับเพดานเงินชดเชยให้สูงกว่าโครงการในอดีต แต่ยืนยันว่าเพดานสูงสุดอยู่ที่ 15 เท่า ไม่ใช่ 20 เท่าตามที่มีการกล่าวถึงก่อนหน้านี้

เบื้องต้นกำหนดให้ข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และอาจเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมได้ในบางกรณี โดยรัฐบาลเตรียมนำรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 และตั้งเป้าเริ่มดำเนินโครงการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570

อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ทั้งหมดขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณา โดยเฉพาะสูตรคำนวณเงินชดเชยและเงื่อนไขการเข้าร่วม ซึ่งต้องรอสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือสำนักงาน ก.พ. ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

ทำไมรัฐบาลต้องเปิดเออร์ลี่รีไทร์ ทั้งที่ข้าราชการยังไม่ถึงวัยเกษียณ

ก่อนจะไปดูว่าใครมีสิทธิและได้เงินเท่าไร ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เหตุใดรัฐบาลจึงต้องการให้ข้าราชการบางส่วนออกจากระบบก่อนอายุ 60 ปี

ปัจจุบันภาครัฐมีบุคลากรหลายประเภท ทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ซึ่งแต่ละกลุ่มมีภารกิจและระบบบริหารงานบุคคลแตกต่างกัน

ข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. ในรายงานกำลังคนภาครัฐปีงบประมาณ 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐรวมประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการประเภทต่าง ๆ ประมาณ 1.76 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 6 ใน 10 ของกำลังคนภาครัฐทั้งหมด

หากย้อนกลับไปปี 2566 ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐประมาณ 3.04 ล้านคน ก่อนลดลงเหลือประมาณ 3 ล้านคนในปี 2567 หรือมีจำนวนลดลงราว 33,000 คน คิดเป็นประมาณร้อยละ 1.1 ภายในหนึ่งปี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำลังคนภาครัฐทั้งหมดไม่ใช่จำนวนผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 เพราะรัฐบาลกำหนดให้เริ่มดำเนินการกับข้าราชการพลเรือนก่อน

สำหรับเหตุผลของมาตรการครั้งนี้ นายปกรณ์อธิบายว่า รัฐบาลต้องการปรับลดกำลังคนควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและภาระงานบางประเภท

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากหน่วยงานหนึ่งมีข้าราชการรับผิดชอบงานเอกสารจำนวนมาก แต่ปัจจุบันสามารถใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลได้ หน่วยงานนั้นอาจปรับรูปแบบการทำงานและจัดสรรบุคลากรใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจ

แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยงานจะต้องลดจำนวนข้าราชการเท่ากัน เพราะงานบางประเภท เช่น การให้บริการประชาชนและงานที่ต้องอาศัยบุคลากรเฉพาะทาง ยังมีความจำเป็นต้องรักษากำลังคนให้เพียงพอ

สรุปข่าว

รัฐบาลเตรียมเปิดเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการพลเรือนปี 2570 ชดเชยสูงสุด 15 เท่า กลุ่มเป้าหมายอายุ 50 ปีขึ้นไป อาจขยายถึง 40 ปี ตั้งเป้าลดกำลังคน 30,000 คนภายใน 5 ปี ผู้เข้าร่วมต้องยินยอมไม่กลับเข้าราชการ เตรียมเสนอ ครม. กลางพฤศจิกายน 2569 โดยยังต้องรอสูตรคำนวณและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ

เออร์ลี่รีไทร์ 2570 รัฐบาลเตรียมจ่ายชดเชยสูงสุด 15 เท่า

ข้าราชการที่กำลังวางแผนเกษียณก่อนอายุ 60 ปี อาจมีทางเลือกใหม่ในปี 2570 หลังรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือที่เรียกว่าเออร์ลี่รีไทร์ (Early Retirement) โดยเสนอเงินชดเชยสูงสุด 15 เท่า พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการพลเรือน 30,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐให้เหมาะสมกับภารกิจในอนาคต

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยมีแนวโน้มปรับเพดานเงินชดเชยให้สูงกว่าโครงการในอดีต แต่ยืนยันว่าเพดานสูงสุดอยู่ที่ 15 เท่า ไม่ใช่ 20 เท่าตามที่มีการกล่าวถึงก่อนหน้านี้

เบื้องต้นกำหนดให้ข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และอาจเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมได้ในบางกรณี โดยรัฐบาลเตรียมนำรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 และตั้งเป้าเริ่มดำเนินโครงการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570

อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ทั้งหมดขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณา โดยเฉพาะสูตรคำนวณเงินชดเชยและเงื่อนไขการเข้าร่วม ซึ่งต้องรอสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือสำนักงาน ก.พ. ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

ทำไมรัฐบาลต้องเปิดเออร์ลี่รีไทร์ ทั้งที่ข้าราชการยังไม่ถึงวัยเกษียณ

ก่อนจะไปดูว่าใครมีสิทธิและได้เงินเท่าไร ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เหตุใดรัฐบาลจึงต้องการให้ข้าราชการบางส่วนออกจากระบบก่อนอายุ 60 ปี

ปัจจุบันภาครัฐมีบุคลากรหลายประเภท ทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ซึ่งแต่ละกลุ่มมีภารกิจและระบบบริหารงานบุคคลแตกต่างกัน

ข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. ในรายงานกำลังคนภาครัฐปีงบประมาณ 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐรวมประมาณ 3 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการประเภทต่าง ๆ ประมาณ 1.76 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 6 ใน 10 ของกำลังคนภาครัฐทั้งหมด

หากย้อนกลับไปปี 2566 ประเทศไทยมีกำลังคนภาครัฐประมาณ 3.04 ล้านคน ก่อนลดลงเหลือประมาณ 3 ล้านคนในปี 2567 หรือมีจำนวนลดลงราว 33,000 คน คิดเป็นประมาณร้อยละ 1.1 ภายในหนึ่งปี

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำลังคนภาครัฐทั้งหมดไม่ใช่จำนวนผู้ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 เพราะรัฐบาลกำหนดให้เริ่มดำเนินการกับข้าราชการพลเรือนก่อน

สำหรับเหตุผลของมาตรการครั้งนี้ นายปกรณ์อธิบายว่า รัฐบาลต้องการปรับลดกำลังคนควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและภาระงานบางประเภท

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ หากหน่วยงานหนึ่งมีข้าราชการรับผิดชอบงานเอกสารจำนวนมาก แต่ปัจจุบันสามารถใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลได้ หน่วยงานนั้นอาจปรับรูปแบบการทำงานและจัดสรรบุคลากรใหม่ให้เหมาะสมกับภารกิจ

แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยงานจะต้องลดจำนวนข้าราชการเท่ากัน เพราะงานบางประเภท เช่น การให้บริการประชาชนและงานที่ต้องอาศัยบุคลากรเฉพาะทาง ยังมีความจำเป็นต้องรักษากำลังคนให้เพียงพอ

ใครมีสิทธิเออร์ลี่รีไทร์ 2570 อายุ 40 ปีสมัครได้หรือไม่

ประเด็นที่ข้าราชการจำนวนมากสนใจคือ อายุเท่าไรจึงจะสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้

จากข้อมูลที่นายปกรณ์เปิดเผย รัฐบาลกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นข้าราชการพลเรือนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยใช้ในมาตรการเกษียณก่อนกำหนดที่ผ่านมา

แต่สำหรับข้าราชการอายุ 40-49 ปี ยังมีโอกาสเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่

คำตอบคือ มีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ใช่สิทธิที่ได้รับโดยอัตโนมัติ

นายปกรณ์ระบุว่า หากจำนวนผู้สมัครอายุ 50 ปีขึ้นไปไม่ครบตามเป้าหมาย รัฐบาลอาจพิจารณาขยายโอกาสให้ข้าราชการอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมได้ ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องการลาออกไปดูแลบุคคลในครอบครัว หรือมีความจำเป็นต้องดูแลสุขภาพของตนเอง

ยกตัวอย่าง ข้าราชการอายุ 53 ปี ที่ต้องการเกษียณก่อนกำหนด อาจอยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการ แต่ยังต้องผ่านคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนด

ส่วนข้าราชการอายุ 43 ปี แม้ต้องการลาออกเพื่อดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วย ก็ยังไม่สามารถยืนยันสิทธิได้ทันที เพราะต้องรอว่ารัฐบาลจะเปิดรับกลุ่มอายุ 40-49 ปีหรือไม่ และกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามเรื่องอายุราชการขั้นต่ำที่ใช้สมัคร ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดชัดเจน

สำหรับข้าราชการทหารและตำรวจ นายปกรณ์ระบุว่า มีโครงการเกษียณก่อนกำหนดของตนเองอยู่แล้ว มาตรการที่กำลังจัดทำครั้งนี้จึงมุ่งไปที่ข้าราชการพลเรือนเป็นลำดับแรก

เงินชดเชย 15 เท่า หมายความว่าได้เงินเดือนคูณ 15 จริงหรือไม่

เรื่องนี้เป็นจุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะตัวเลขเงินชดเชยสูงสุด 15 เท่า ทำให้เกิดการคำนวณกันว่า หากเงินเดือน 40,000 บาท ก็จะได้รับเงิน 600,000 บาททันที

แต่ในความเป็นจริง ยังไม่สามารถคำนวณเช่นนั้นได้

นายปกรณ์ชี้แจงว่า เงินชดเชยมีสูตรคำนวณเฉพาะ และขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลืออยู่ โดยตัวเลข 15 เท่าเป็นเพียงเพดานสูงสุด ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับเงินจำนวนเท่ากัน

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองสมมติว่าข้าราชการคนหนึ่งมีเงินเดือน 30,000 บาท หากนำไปคูณ 15 จะได้ 450,000 บาท

ส่วนผู้ที่มีเงินเดือน 40,000 บาท หากคูณ 15 จะได้ 600,000 บาท และผู้ที่มีเงินเดือน 50,000 บาท จะได้ 750,000 บาท

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างทางคณิตศาสตร์เท่านั้น ไม่ใช่เงินชดเชยที่จะได้รับจริงตามโครงการ

เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศว่า จะนำเงินเดือนประเภทใดมาเป็นฐานคำนวณ ใช้จำนวนปีราชการที่เหลืออย่างไร หรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือไม่

ดังนั้น ข้าราชการสองคนที่ได้รับเงินเดือนเท่ากัน แต่อายุและระยะเวลาราชการที่เหลือแตกต่างกัน อาจได้รับเงินชดเชยไม่เท่ากันตามสูตรที่จะประกาศในอนาคต

ขณะนี้สิ่งที่ยืนยันได้คือ รัฐบาลกำลังพิจารณาเพดานสูงสุด 15 เท่า และสำนักงาน ก.พ. จะเป็นหน่วยงานชี้แจงหลักเกณฑ์ให้ทราบอีกครั้ง

เออร์ลี่รีไทร์แล้ว ยังได้รับบำนาญหรือไม่

นอกจากเงินชดเชยพิเศษ อีกเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ สิทธิบำเหน็จบำนาญหลังออกจากราชการ

ตามระบบปกติ ข้าราชการที่ออกจากราชการอาจมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ เวลาราชการ เหตุที่ออกจากราชการ และการเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข.

โดยหลักแล้ว เงินชดเชยพิเศษจากโครงการเออร์ลี่รีไทร์กับเงินบำเหน็จบำนาญเป็นสิทธิประโยชน์คนละประเภท

เงินชดเชยพิเศษเป็นเงินที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อจูงใจให้ข้าราชการสมัครออกจากระบบก่อนกำหนด ส่วนบำเหน็จบำนาญเป็นสิทธิที่คำนวณตามกฎหมายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการออกจากราชการ

สำหรับข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. สูตรคำนวณบำนาญปกติจะใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณด้วยเวลาราชการ แล้วหารด้วย 50 โดยมีเพดานบำนาญไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

ยกตัวอย่าง ข้าราชการที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายอยู่ที่ 40,000 บาท และมีเวลาราชการที่ใช้คำนวณบำนาญ 30 ปี

หากนำมาคำนวณตามสูตรปกติ จะได้บำนาญประมาณ 24,000 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้เป็นการอธิบายวิธีคำนวณบำนาญตามระบบปกติเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครเออร์ลี่รีไทร์ทุกคนจะมีสิทธิรับบำนาญทันที

โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40-49 ปี ซึ่งอาจมีเวลาราชการและเหตุออกจากราชการแตกต่างจากผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จึงต้องตรวจสอบสิทธิเป็นรายบุคคล

ส่วนโครงการเออร์ลี่รีไทร์ปี 2570 จะมีเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับสิทธิบำเหน็จบำนาญหรือไม่ ยังต้องรอรายละเอียดจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลดข้าราชการ 30,000 คนใน 5 ปี คิดเป็นปีละเท่าไร

รัฐบาลกำหนดกรอบดำเนินโครงการเออร์ลี่รีไทร์เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยตั้งเป้าให้มีข้าราชการออกจากระบบรวมประมาณ 30,000 คน

หากนำจำนวนดังกล่าวมาเฉลี่ย จะเท่ากับมีข้าราชการเข้าร่วมโครงการประมาณ 6,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 500 คน

ตัวเลขนี้เป็นเพียงการเฉลี่ยเป้าหมายตลอดโครงการ ไม่ใช่จำนวนผู้สมัครที่รัฐบาลกำหนดตายตัวในแต่ละเดือน

นายปกรณ์ยังกล่าวถึงเป้าหมายร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าใช้ฐานจำนวนข้าราชการกลุ่มใดในการคำนวณ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไม่ได้มีแผนยุบตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการครองอยู่โดยตรง แต่จะพิจารณายุบตำแหน่งอื่นในจำนวนเทียบเท่ากัน

อธิบายง่าย ๆ หากมีข้าราชการสมัครเออร์ลี่รีไทร์ 100 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งของทั้ง 100 คนจะถูกยกเลิกทันที แต่หน่วยงานจะต้องบริหารจัดการตำแหน่งและพิจารณาปรับลดอัตรากำลังในจำนวนที่สอดคล้องกัน

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้หน่วยงานสามารถจัดกำลังคนได้ตามความจำเป็น โดยยังคงรักษาคุณภาพการให้บริการประชาชน

หากข้าราชการออก 30,000 คน รัฐบาลต้องใช้งบเท่าไร

การเปิดเออร์ลี่รีไทร์พร้อมเงินชดเชยพิเศษย่อมมีค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น แม้เป้าหมายระยะยาวจะเป็นการลดภาระรายจ่ายด้านบุคลากรของภาครัฐ

ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศวงเงินงบประมาณอย่างเป็นทางการ แต่สามารถประเมินขนาดค่าใช้จ่ายจากจำนวนผู้เข้าร่วมเป้าหมาย 30,000 คนได้

หากสมมติว่าแต่ละคนได้รับเงินชดเชยเฉลี่ย 300,000 บาท รัฐบาลจะต้องใช้เงินประมาณ 9,000 ล้านบาทตลอดโครงการ

หากเงินชดเชยเฉลี่ยเพิ่มเป็นคนละ 450,000 บาท วงเงินจะเพิ่มเป็นประมาณ 13,500 ล้านบาท

และหากเฉลี่ยคนละ 600,000 บาท จะต้องใช้เงินรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท

ทั้งหมดเป็นเพียงการจำลองสถานการณ์เพื่อให้เห็นขนาดของงบประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว เพราะเงินชดเชยจริงอาจแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมแต่ละคน

ในอีกด้านหนึ่ง การลดอัตรากำลังอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนและค่าตอบแทนในอนาคต

ตัวอย่างเช่น หากสมมติว่ารัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายบุคลากรได้เฉลี่ย 40,000 บาทต่อคนต่อเดือน และมีการลดอัตรากำลังครบ 30,000 ตำแหน่ง จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 14,400 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถสรุปว่าเป็นเงินที่รัฐบาลประหยัดได้จริงทั้งหมด เพราะยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญ เงินชดเชย และการปรับระบบงาน รวมถึงต้องพิจารณาว่าตำแหน่งใดถูกยุบเมื่อใด

การประเมินผลประหยัดสุทธิจึงต้องรอข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สมัครเออร์ลี่รีไทร์แล้ว กลับเข้ารับราชการได้อีกหรือไม่

เงื่อนไขสำคัญอีกข้อหนึ่งของมาตรการปี 2570 คือ ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการอาจต้องยอมรับข้อจำกัดในการกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง

นายปกรณ์ระบุว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการลงนามยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการในหน่วยงานใดอีก รวมถึงหน่วยงานในสายงานตุลาการและอัยการ

หากผู้ที่ได้รับเงินชดเชยแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ อาจถูกเรียกคืนเงินที่ได้รับจากโครงการ

ยกตัวอย่าง ข้าราชการอายุ 52 ปี สมัครเออร์ลี่รีไทร์และได้รับเงินชดเชยไปแล้ว ต่อมามีโอกาสกลับเข้าทำงานในหน่วยงานราชการอื่น หากเข้าข่ายเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารับราชการ ก็อาจต้องคืนเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตการห้ามกลับเข้ารับราชการ ระยะเวลาที่บังคับใช้ หรือข้อยกเว้นในบางกรณี

ดังนั้น ผู้ที่กำลังพิจารณาเข้าร่วมโครงการควรรออ่านเงื่อนไขในสัญญาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะข้าราชการที่ยังมีอายุการทำงานเหลืออีกหลายปี

ไทม์ไลน์เออร์ลี่รีไทร์ 2570 เริ่มสมัครวันไหน

สำหรับความคืบหน้าของมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ รัฐบาลได้วางกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นไว้แล้ว

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีการประชุมหารือระหว่างนายปกรณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารายละเอียดและหลักเกณฑ์ของโครงการ

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์เปิดเผยความคืบหน้าว่า เงินชดเชยสูงสุดอยู่ที่ 15 เท่า พร้อมยืนยันเป้าหมายลดข้าราชการ 30,000 คนภายใน 5 ปี และแนวทางให้ผู้สมัครลงนามไม่กลับเข้ารับราชการ

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 รัฐบาลตั้งใจจะเสนอรายละเอียดให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร สูตรคำนวณเงินชดเชย และเงื่อนไขต่าง ๆ

ส่วนการเริ่มดำเนินโครงการ นายปกรณ์ระบุว่า ตั้งเป้าให้เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 แต่ยังไม่ได้ประกาศวันเปิดรับสมัครที่แน่นอน

ก่อนตัดสินใจเออร์ลี่รีไทร์ ต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง

แม้เงินชดเชยพิเศษจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับข้าราชการที่ต้องการเกษียณก่อนกำหนด แต่การตัดสินใจควรพิจารณารายได้และค่าใช้จ่ายในระยะยาวควบคู่กันไป

โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ เพราะเมื่อออกจากราชการแล้ว เงินเดือนประจำจะสิ้นสุดลง ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายอาจยังคงอยู่

ยกตัวอย่าง ข้าราชการอายุ 50 ปี ที่มีเงินเดือน 40,000 บาท หากทำงานต่อจนถึงอายุ 60 ปี จะมีระยะเวลารับเงินเดือนอีกประมาณ 10 ปี

หากสมมติให้เงินเดือนคงที่ตลอดช่วงดังกล่าว จะมีรายได้จากเงินเดือนรวมประมาณ 4.8 ล้านบาท โดยยังไม่รวมการปรับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์อื่น

แต่หากตัดสินใจออกจากราชการก่อนกำหนด ก็จะไม่ได้รับเงินเดือนในช่วงเวลาที่เหลือ และต้องพิจารณาว่าเงินชดเชย บำเหน็จบำนาญ หรือรายได้จากอาชีพใหม่จะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหรือไม่

ทั้งนี้ การนำเงินเดือนในอนาคตมาเปรียบเทียบกับเงินชดเชยโดยตรงยังไม่ใช่การประเมินความคุ้มค่าทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงภาษี สิทธิประโยชน์หลังออกจากราชการ และเป้าหมายชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสมัคร ควรตรวจสอบสิทธิบำเหน็จบำนาญกับหน่วยงานต้นสังกัดหรือกรมบัญชีกลาง รวมถึงตรวจสอบยอดเงินสะสมและสิทธิประโยชน์จาก กบข. ก่อนตัดสินใจ

จับตา ครม. กลางพฤศจิกายน เคาะเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ 2570

มาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการปี 2570 เป็นแผนที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นข้าราชการพลเรือนอายุ 50 ปีขึ้นไป พร้อมเปิดโอกาสพิจารณากลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปในบางกรณี

รัฐบาลตั้งเป้าลดจำนวนข้าราชการรวม 30,000 คนภายใน 5 ปี และกำลังพิจารณาเงินชดเชยสูงสุด 15 เท่า โดยต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์เฉพาะ ไม่ใช่การนำเงินเดือนของทุกคนมาคูณ 15 เท่ากันทั้งหมด

ประเด็นที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ ผลการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะทำให้ทราบชัดเจนขึ้นว่าใครมีสิทธิสมัคร ต้องมีอายุราชการเท่าไร ได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่าใด และมีข้อจำกัดในการกลับเข้ารับราชการอย่างไร

จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการ ข้าราชการที่สนใจยังไม่ควรใช้ตัวเลขเงินชดเชยที่มีการคำนวณกันในขณะนี้เป็นฐานตัดสินใจลาออก เพราะรายละเอียดของโครงการยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการพิจารณาของรัฐบาล

 


 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

เออร์ลี่รีไทร์2570
ข้าราชการพลเรือน
เงินชดเชยข้าราชการ
เกษียณก่อนกำหนด
สำนักงานกพ