
พัทยากำลังกลับมาคึกคักจากการมาเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln พร้อมเรือสนับสนุน เดินทางถึงบริเวณแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 พร้อมกำลังพลราว 5,000 นาย การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้กำลังพลได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย หลังปฏิบัติภารกิจในทะเลเป็นเวลานาน รวมถึงรับการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง โดยไม่ได้เป็นการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับประเทศไทย

สรุปข่าว
พัทยากำลังกลับมาคึกคักจากการมาเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln พร้อมเรือสนับสนุน เดินทางถึงบริเวณแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 พร้อมกำลังพลราว 5,000 นาย การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้กำลังพลได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย หลังปฏิบัติภารกิจในทะเลเป็นเวลานาน รวมถึงรับการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง โดยไม่ได้เป็นการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับประเทศไทย

แม้เรือจะจอดอยู่ที่แหลมฉบัง แต่สายตาของภาคธุรกิจกลับจับจ้องไปยัง “พัทยา” เมืองท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียง เพราะกำลังพลจะทยอยขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อน รับประทานอาหาร ช้อปปิ้ง เดินทางท่องเที่ยว และใช้บริการต่าง ๆ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย จะสร้างเม็ดเงินให้พัทยามากแค่ไหน และธุรกิจประเภทใดจะเป็นผู้รับอานิสงส์?
จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองท่องเที่ยว อดีตหมุดหมายการพักผ่อนช่วงสงครามเวียดนาม
พัทยาในอดีตเคยเป็นเพียงชุมชนประมง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง เมื่อพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดพักผ่อนของกำลังพลสหรัฐ ฯ ในช่วงสงครามเวียดนาม การเดินทางมาพักผ่อนของทหารอเมริกัน กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันธุรกิจบริการ ที่พัก ร้านอาหาร และสถานบันเทิงให้เติบโต ก่อนที่พัทยาจะพัฒนาเข้าสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติในเวลาต่อมา
ประวัติศาสตร์ดังกล่าวทำให้การกลับมาของเรือรบสหรัฐฯ ในปัจจุบันมีความหมายมากกว่าเรื่องทางทหาร เพราะทุกครั้งที่กำลังพลจำนวนหลายพันนายขึ้นฝั่ง ย่อมหมายถึง กำลังซื้อจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นในช่วงเวลาสั้น ๆ
ย้อนรอยปี 2568 ทหารสหรัฐฯ 5,400 นาย เงินสะพัดกว่า 125 ล้านบาท
ภาพที่เกิดขึ้นในปี 2569 ไม่ใช่ครั้งแรกที่พัทยาได้รับแรงกระตุ้นจากการมาเยือนของกำลังพลสหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 27-31 มกราคม 2568 กำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,400 นาย เดินทางมาพักผ่อนในพัทยา หลังเรือรบสหรัฐฯ จำนวน 4 ลำในสังกัด USS Carl Vinson เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบัง
ครั้งนั้นภาคการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีประเมินว่า โรงแรมบริเวณชายหาด ถนนพัทยาสาย 2 และพื้นที่สถานบันเทิงมีการจองเต็ม ขณะที่รายได้จาก ธุรกิจที่พัก การจับจ่ายซื้อสินค้า และความบันเทิง คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 125 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การมาเยือนของกำลังพลสหรัฐฯ ไม่ได้สร้างรายได้ให้เฉพาะธุรกิจสถานบันเทิง แต่ยังสามารถกระจายไปยังธุรกิจท่องเที่ยวและบริการหลายประเภท
และเมื่อเปรียบเทียบจำนวนกำลังพล หากเปรียบเทียบกันแล้วเมื่อปี 2568 มีกำลังพลทั้งหมด 5,400 นาย และ ปัจจุบันปี 2569 ประมาณ 5,000 นาย จะเห็นได้ว่าขนาดของตลาดไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
เปิด 7 ธุรกิจรับอานิสงส์ ทหารสหรัฐฯ เงินลงที่ไหน?
เมื่อกำลังพลหลายพันนายเข้ามาพักผ่อนในช่วงเวลาเดียวกัน ธุรกิจที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถานบันเทิงยามค่ำคืน แต่ครอบคลุมห่วงโซ่การท่องเที่ยวตั้งแต่การเดินทาง อาหาร ที่พัก ไปจนถึงการช้อปปิ้ง
1. โรงแรมและที่พัก
โรงแรมถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสรับรายได้โดยตรง โดยเฉพาะหากกำลังพลบางส่วนเลือกพักค้างคืนในพัทยา ข้อมูลจากการมาเยือนในปี 2568 ระบุว่า โรงแรมบริเวณชายหาด ถนนสาย 2 และพื้นที่ใกล้แหล่งสถานบันเทิงมีการจองเต็มในช่วงที่กำลังพลสหรัฐฯ เดินทางมา สำหรับปี 2569 ธุรกิจโรงแรมจึงเป็นกลุ่มที่ต้องจับตา โดยเฉพาะโรงแรมที่ตั้งอยู่ในทำเลเดินทางสะดวกและใกล้แหล่งท่องเที่ยว
2. ร้านอาหาร
อาหารคือค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้....
ไม่ว่ากำลังพลจะเลือกเที่ยวแบบใด อย่างน้อยต้องมีค่าอาหารและเครื่องดื่มระหว่างอยู่บนฝั่ง ร้านอาหารที่สามารถรองรับลูกค้าต่างชาติ มีเมนูภาษาอังกฤษ ราคาแสดงชัดเจน และให้บริการได้รวดเร็ว จึงมีโอกาสดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนี้ได้
3. รถแท็กซี่และธุรกิจขนส่ง
การเดินทางคืออีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตา
เมื่อกำลังพลลงจากเรือที่แหลมฉบังและเดินทางเข้าสู่พัทยา ย่อมเกิดความต้องการด้านการขนส่งทั้งจากท่าเรือเข้าสู่เมือง และการเดินทางภายในพัทยา
4. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้า
กำลังพลที่มีเวลาขึ้นฝั่งจำกัดอาจเลือกสถานที่ที่สามารถ กิน-ช้อป-เที่ยว ได้ในจุดเดียว พื้นที่อย่าง Terminal 21 พัทยา และเซ็นทรัล พัทยา รวมถึงร้านค้าบริเวณชายหาด จึงเป็นอีกจุดที่มีโอกาสดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนี้
5. ร้านนวดและสปา
เมื่อเป้าหมายหลักของการเดินทางคือหรือการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย ธุรกิจนวดและสปาจึงเป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตา
6. คาเฟ่และธุรกิจเครื่องดื่ม
คาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านเครื่องดื่มเป็นอีกธุรกิจที่สามารถรับกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ โดยเฉพาะร้านที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวและเดินทางสะดวก
7. บาร์และสถานบันเทิง
ธุรกิจไนต์ไลฟ์ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จับตาการมาเยือนของกำลังพลสหรัฐฯ มากที่สุด ผู้ประกอบการบางรายเตรียมเพิ่มพนักงาน เพิ่มพื้นที่ให้บริการ และจัดกิจกรรมเพื่อรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่กำลังพลทุกคนที่จะเลือกเข้าสถานบันเทิง การใช้จ่ายขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความสนใจ และเวลาว่างของแต่ละคน
เสียงจากผู้ประกอบการ “โรงแรม” เงินไม่ได้อยู่แค่ค่าห้อง
น.ส.ธัญญรัตน์ มหิทธิเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการรองรับกำลังพลทหารสหรัฐฯ ที่เดินทางมายังเมืองพัทยาในช่วงที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าพักจะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือและระยะเวลาที่กำลังพลได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่ง
กำลังพลจะเลือกที่พักตามความต้องการและงบประมาณ ทำให้กระจายตัวไปตามโรงแรมและเกสต์เฮาส์หลายแห่งทั่วเมือง ขณะที่บางส่วนเลือกกลับไปพักบนเรือ
สำหรับการขึ้นฝั่งครั้งนี้ โรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยาเริ่มมีการจองเข้ามาบ้างแล้ว แต่ภาพรวมยังไม่แตกต่างจากครั้งก่อนมากนัก โดยโรงแรมยังคงเป็นหนึ่งในจุดรับ-ส่งที่กำลังพลใช้เดินทางเข้าสู่พื้นที่พัทยากลาง ก่อนจะแยกย้ายไปยังที่พักและสถานที่ต่าง ๆ
“สิ่งที่เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมที่ผ่านมา คือการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนจะกระจายไปใช้บริการร้านค้า สปา ร้านนวด แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า รวมถึงกิจกรรมพักผ่อนต่าง ๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายในเมืองพัทยา”
นั่นหมายความว่า เม็ดเงินจากกำลังพลไม่ได้หยุดอยู่เพียงธุรกิจโรงแรม แต่สามารถกระจายต่อไปยังภาคบริการอื่น ๆ ของเมือง ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านค้า ไปจนถึงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ

Hard Rock ชี้ “อาหาร-เครื่องดื่ม” รับอานิสงส์เด่นกว่าห้องพัก
ในมุมของโรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา ผลที่เห็นได้ชัดจากลูกค้ากลุ่มกำลังพลสหรัฐฯ กลับอยู่ที่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมากกว่ายอดห้องพัก เนื่องจากโรงแรมมีบริการอาหารนานาชาติและอาหารสไตล์อเมริกัน ซึ่งเป็นประเภทอาหารที่นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวคุ้นเคย
ขณะเดียวกัน โรงแรมได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกำลังพล โดยจัดพื้นที่สำหรับเช็กอิน เพิ่มตู้เอทีเอ็มเพื่ออำนวยความสะดวกในการเบิกเงินสด รวมถึงเตรียมบริการด้านอาหารและห้องพักสำหรับกำลังพลบางส่วนที่เลือกเข้าพักภายในโรงแรม
ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การวัดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกำลังพลสหรัฐฯ ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนห้องพักที่ขายได้ แต่ต้องมองไปถึง ยอดอาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง และการใช้บริการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่กำลังพลอยู่ในพื้นที่ด้วย
ธุรกิจโรงแรมยังต้องพึ่งตลาดที่หลากหลาย
น.ส.ธัญญรัตน์ ระบุว่า ตลาดกำลังพลสหรัฐฯ ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เมืองพัทยา แต่สำหรับธุรกิจโรงแรมแล้ว ยังจำเป็นต้องมีตลาดนักท่องเที่ยวที่หลากหลายตลอดทั้งปี
เนื่องจากการเดินทางเข้ามาของกองเรือสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี และยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ขณะที่พัทยาเองก็เป็นหนึ่งในหลายจุดหมายปลายทางของภูมิภาคที่ได้รับเลือกให้แวะเยือน ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการโรงแรม การมาของกำลังพลสหรัฐฯ จึงเป็น ตลาดเสริมและโอกาสสร้างรายได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ มากกว่าจะเป็นตลาดหลักที่สามารถพึ่งพาได้ตลอดทั้งปี
ทำไมพัทยายังเป็นจุดหมายของกำลังพลสหรัฐฯ?
ในมุมมองของโรงแรมฮาร์ดร็อคพัทยา ปัจจัยที่ทำให้พัทยายังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายของกำลังพลสหรัฐฯ มาจาก ความหลากหลายของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร สปา แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงกิจกรรมพักผ่อน ความหลากหลายดังกล่าวทำให้กำลังพลสามารถเลือกกิจกรรมได้ตามงบประมาณและเวลาที่มี และทำให้เม็ดเงินกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะ ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และสถานบริการที่รองรับลูกค้าชาวอเมริกัน
เมื่อประกอบกับการเดินทางที่สะดวกและการมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน พัทยาจึงสามารถตอบโจทย์กำลังพลที่มีเวลาพักผ่อนจำกัดได้

“เป็นเจ้าบ้านที่ดี” คือโอกาสต่อยอดหลังเรือออกจากไทย
น.ส.ธัญญรัตน์ ยังฝากถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ว่า ควรร่วมกันเป็น เจ้าบ้านที่ดี ดูแลผู้มาเยือนด้วยมาตรฐานการบริการที่เหมาะสม ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการสร้างรายได้ในช่วงวันที่เรือจอดอยู่ที่แหลมฉบัง แต่คือการสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน จนเกิดความต้องการกลับมาท่องเที่ยวเมืองพัทยาอีกครั้งในอนาคต
ซอย 6 ห้ามเข้า - Walking Street ตัดจบแค่ตี 2 แล้วเงินจะสะพัดไหม?
แม้ชื่อของ Walking Street จะถูกเชื่อมโยงกับการมาเยือนของทหารสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน แต่ในครั้งนี้ การใช้จ่ายของกำลังพลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงย่านสถานบันเทิง และแม้จะมีการกำหนดพื้นที่บางแห่งที่ไม่อนุญาตให้กำลังพลเข้า แต่เม็ดเงินจากการขึ้นฝั่งยังมีโอกาสกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภททั่วเมืองพัทยา
กำลังพลแต่ละคนมีเวลาขึ้นฝั่งและความสนใจแตกต่างกัน บางรายอาจเลือกไปรับประทานอาหาร เดินเล่นริมชายหาด ช้อปปิ้ง หรือใช้บริการนวดและสปา ขณะที่บางรายอาจมุ่งหน้าไปยังย่านสถานบันเทิง ทำให้ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ธุรกิจบริการ ตลอดจนระบบขนส่งในเมือง ล้วนมีโอกาสรับอานิสงส์จากการใช้จ่ายของกลุ่มนี้
การเดินทางของกำลังพลในครั้งนี้อยู่ภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดขึ้น โดยมีการระบุพื้นที่และกิจกรรมบางประเภทที่ไม่อนุญาตให้กำลังพลเข้าใช้บริการ อาทิ ซอย 6 ซอย 6/1 ซอย 7 ร้านกัญชา ร้านขายยา รวมถึงกิจกรรมทางน้ำบางประเภท
ส่วน Walking Street พัทยา ยังคงเป็นพื้นที่ที่กำลังพลสามารถเดินทางเข้าไปได้ตามปกติ ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด โดยต้องออกจากพื้นที่ไม่เกิน 02.00 น.
ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเม็ดเงินจะหายไปจากพัทยา แต่กลับทำให้รูปแบบการใช้จ่ายมีแนวโน้มกระจายไปยังพื้นที่และธุรกิจที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้

ประเมินทหาร 5,000 นาย ศักยภาพใช้จ่าย 5-15 ล้านบาทต่อวัน
ข้อมูลจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยกับรอยเตอร์ ระบุว่า กำลังพลสหรัฐฯ แต่ละคนอาจใช้จ่ายประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อคนต่อวัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่บนฝั่งและว่าจะพักค้างคืนหรือไม่ หากนำตัวเลขดังกล่าวมาคำนวณกับกำลังพลประมาณ 5,000 นาย จะได้ภาพของศักยภาพการใช้จ่าย หากใช้ประมาณ 1,000 บาทต่อคนเงินจะสะพัดราวๆ 5 ล้านบาทต่อวัน และ หากใช้จ่าย 3,000 บาท จะตกอยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อวัน
ข้อมูลจากปี 2568 ทำให้เห็นว่า กำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,400 นาย สามารถสร้างความคึกคักให้กับธุรกิจพัทยา และมีการประเมินรายได้จากที่พัก การช้อปปิ้ง และความบันเทิงมากกว่า 125 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 กำลังพลประมาณ 5,000 นาย เดินทางมากับ USS Abraham Lincoln จำนวนคนใกล้เคียงกัน แต่สภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมการใช้จ่ายอาจแตกต่างกัน จึงยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าเงินจะสะพัดเท่าไร
USS Abraham Lincoln กับบททดสอบเศรษฐกิจพัทยา
การมาถึงของ USS Abraham Lincoln ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 จึงไม่ใช่เพียงการมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ แต่เป็นการนำกำลังซื้อของคนหลายพันคนเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวในช่วงเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่ รถรับส่ง โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า นวดและสปา ไปจนถึงธุรกิจสถานบันเทิง ต่างมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งจากกำลังซื้อก้อนนี้
ขณะเดียวกัน บทสัมภาษณ์จากภาคธุรกิจโรงแรมสะท้อนว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากยอดห้องพัก แต่ยังรวมถึง อาหาร เครื่องดื่ม และบริการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโรงแรม และที่สำคัญคือการใช้จ่ายต่อเนื่องออกไปยังธุรกิจอื่นทั่วเมือง
และโจทย์ที่ต้องตีให้แตกมากกว่าการมานั่งการคำนวนค่าใช้จ่ายรายหัว คือ อยู่ที่ว่า “พัทยาจะเปลี่ยนเงินจากกำลังพล 5,000 นาย ให้กระจายไปทั่วทั้งเมืองได้มากแค่ไหน?”
หากผู้ประกอบการสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี มีราคาที่เป็นธรรม บริการที่มีมาตรฐาน และดูแลความปลอดภัยของผู้มาเยือน การมาเยือนครั้งนี้ก็อาจไม่ได้จบลงพร้อมกับวันที่เรือออกจากแหลมฉบัง
แต่สามารถต่อยอดไปสู่ การกลับมาเยือนพัทยาในฐานะนักท่องเที่ยวในอนาคต
และนั่นอาจเป็นมูลค่าที่สำคัญกว่าตัวเลขเงินสะพัดในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน.....
- USS Abraham Lincoln ถึงแหลมฉบัง กำลังพล 5,000 นายทยอยขึ้นฝั่ง
- USS Abraham Lincoln ถึงท่าเรือแหลมฉบังแล้ว หลังไม่ได้ขึ้นฝั่งเลย 9 เดือน
- 9 เดือนไม่ได้ขึ้นฝั่ง ชีวิตอีกด้าน-พ่อถูกจับ บน Abraham Lincoln ก่อนถึงไทย
- USS Abraham Lincoln เทียบท่าพัทยา คาดเม็ดเงินสะพัด 5 - 15 ล้าน กระตุ้นท่องเที่ยว
- เรือรบอเมริกา ทหารครึ่งหมื่นขึ้นฝั่งไทย ทำไมครั้งนี้ต่างจากอดีต
ที่มาข้อมูล : TNN,รอยเตอร์, pattayamail
ที่มารูปภาพ : รอยเตอร์
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
