
ชื่อของ “เนเน่” นักดนตรีรุ่นใหม่กำลังได้รับความสนใจในวงการดนตรี หลังการแสดงกีตาร์สร้างกระแสในวงกว้าง และมีการนำฝีมือรวมถึงรูปแบบการแสดงไปเชื่อมโยงกับ Jimi Hendrix มือกีตาร์ระดับตำนานของโลก
ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาถอดความหมายผ่านรายการ “คนชนข่าว” ทาง TNN โดย เดวิด บุญทวี นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ ให้มุมมองว่า ไม่ว่าผู้ฟังจะเห็นด้วยกับการนำศิลปินต่างยุคมาเปรียบเทียบกันหรือไม่ การกล่าวถึง Hendrix ในบริบทของเนเน่ ถือเป็นคำชื่นชมในระดับสูงต่อความสามารถและเอกลักษณ์ในการแสดง
ทำไมชื่อ Jimi Hendrix จึงมีความหมายต่อวงการกีตาร์?
เดวิดอธิบายว่า Jimi Hendrix เป็นนักร้อง นักดนตรี และมือกีตาร์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1960 ก่อนเสียชีวิตในปี 1970 ขณะมีอายุเพียง 27 ปี แม้ช่วงเวลาที่โด่งดังจะมีเพียงไม่กี่ปี แต่ผลงานและแนวคิดทางดนตรีมีอิทธิพลต่อมือกีตาร์รุ่นต่อมาอย่างกว้างขวาง
จุดสำคัญไม่ได้อยู่เพียงความรวดเร็วหรือความซับซ้อนของการโซโลกีตาร์ แต่เป็นการบุกเบิกวิธีสร้างเสียงที่แตกต่างจากแบบแผนในยุคนั้น
Hendrix นำเสียงที่ในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเสียงรบกวนจากเครื่องดนตรีหรือแอมป์ มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง รวมถึงการใช้เอฟเฟกต์ การควบคุมเสียง และคันโยกกีตาร์ในแนวทางสร้างสรรค์ แม้เทคนิคบางอย่างจะมีผู้ใช้มาก่อน แต่เขามีบทบาทสำคัญในการทำให้เทคนิคเหล่านั้นกลายเป็นภาษาทางดนตรีที่นักกีตาร์ยุคต่อมานำไปต่อยอด
ด้วยเหตุนี้ Hendrix จึงได้รับการยกย่องจากสื่อและแวดวงดนตรีจำนวนมากให้เป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์
“เนเน่” ถูกเชื่อมโยงกับ Hendrix หมายถึงอะไร?
เดวิดมองว่า หัวใจสำคัญของการกล่าวถึงเนเน่ควบคู่กับ Hendrix คือเรื่อง Originality หรือความเป็นต้นฉบับและการมีลายเซ็นของตัวเอง
แม้เพลงที่เนเน่นำมาแสดงจะไม่ใช่ผลงานแต่งของตัวเองทั้งหมด แต่การนำเพลงมาตีความใหม่ ใส่รูปแบบการเล่นและบุคลิกเฉพาะตัวเข้าไป โดยยังสามารถทำให้ผู้ชมยอมรับได้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การแสดงได้รับความสนใจ
ในมุมของเดวิด การกล่าวถึงเนเน่โดยบุคคลในวงการและสื่อดนตรีระดับนานาชาติ จึงควรมองในฐานะคำชื่นชมต่อศักยภาพ มากกว่าการตัดสินว่าเนเน่มีสถานะหรือผลงานเทียบเท่า Hendrix แล้ว
สรุปข่าว
ชื่อของ “เนเน่” นักดนตรีรุ่นใหม่กำลังได้รับความสนใจในวงการดนตรี หลังการแสดงกีตาร์สร้างกระแสในวงกว้าง และมีการนำฝีมือรวมถึงรูปแบบการแสดงไปเชื่อมโยงกับ Jimi Hendrix มือกีตาร์ระดับตำนานของโลก
ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาถอดความหมายผ่านรายการ “คนชนข่าว” ทาง TNN โดย เดวิด บุญทวี นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ ให้มุมมองว่า ไม่ว่าผู้ฟังจะเห็นด้วยกับการนำศิลปินต่างยุคมาเปรียบเทียบกันหรือไม่ การกล่าวถึง Hendrix ในบริบทของเนเน่ ถือเป็นคำชื่นชมในระดับสูงต่อความสามารถและเอกลักษณ์ในการแสดง
ทำไมชื่อ Jimi Hendrix จึงมีความหมายต่อวงการกีตาร์?
เดวิดอธิบายว่า Jimi Hendrix เป็นนักร้อง นักดนตรี และมือกีตาร์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1960 ก่อนเสียชีวิตในปี 1970 ขณะมีอายุเพียง 27 ปี แม้ช่วงเวลาที่โด่งดังจะมีเพียงไม่กี่ปี แต่ผลงานและแนวคิดทางดนตรีมีอิทธิพลต่อมือกีตาร์รุ่นต่อมาอย่างกว้างขวาง
จุดสำคัญไม่ได้อยู่เพียงความรวดเร็วหรือความซับซ้อนของการโซโลกีตาร์ แต่เป็นการบุกเบิกวิธีสร้างเสียงที่แตกต่างจากแบบแผนในยุคนั้น
Hendrix นำเสียงที่ในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเสียงรบกวนจากเครื่องดนตรีหรือแอมป์ มาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง รวมถึงการใช้เอฟเฟกต์ การควบคุมเสียง และคันโยกกีตาร์ในแนวทางสร้างสรรค์ แม้เทคนิคบางอย่างจะมีผู้ใช้มาก่อน แต่เขามีบทบาทสำคัญในการทำให้เทคนิคเหล่านั้นกลายเป็นภาษาทางดนตรีที่นักกีตาร์ยุคต่อมานำไปต่อยอด
ด้วยเหตุนี้ Hendrix จึงได้รับการยกย่องจากสื่อและแวดวงดนตรีจำนวนมากให้เป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์
“เนเน่” ถูกเชื่อมโยงกับ Hendrix หมายถึงอะไร?
เดวิดมองว่า หัวใจสำคัญของการกล่าวถึงเนเน่ควบคู่กับ Hendrix คือเรื่อง Originality หรือความเป็นต้นฉบับและการมีลายเซ็นของตัวเอง
แม้เพลงที่เนเน่นำมาแสดงจะไม่ใช่ผลงานแต่งของตัวเองทั้งหมด แต่การนำเพลงมาตีความใหม่ ใส่รูปแบบการเล่นและบุคลิกเฉพาะตัวเข้าไป โดยยังสามารถทำให้ผู้ชมยอมรับได้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การแสดงได้รับความสนใจ
ในมุมของเดวิด การกล่าวถึงเนเน่โดยบุคคลในวงการและสื่อดนตรีระดับนานาชาติ จึงควรมองในฐานะคำชื่นชมต่อศักยภาพ มากกว่าการตัดสินว่าเนเน่มีสถานะหรือผลงานเทียบเท่า Hendrix แล้ว
จากร็อกยุค 60 ถึงการกลับมาในยุคโซเชียล
บทสัมภาษณ์ยังย้อนพัฒนาการของดนตรีร็อก โดยมองว่าทศวรรษ 1960 เป็นช่วงสำคัญของการก่อตัว ก่อนเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูในทศวรรษ 1970 ซึ่งมีวงดนตรีและศิลปินระดับสัญลักษณ์เกิดขึ้นจำนวนมาก
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1980 เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตเพลงมากขึ้น ขณะที่ช่วงทศวรรษ 1990 ดนตรีที่เน้นการเล่นด้วยเครื่องดนตรีกลับมาได้รับความนิยมผ่านแนว Alternative และ Grunge
หลังเข้าสู่ทศวรรษ 2000 และต่อเนื่องถึงยุคโซเชียลมีเดีย กระแสดนตรีโลกมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะที่ร็อกในรูปแบบดั้งเดิมลดบทบาทจากกระแสหลักเมื่อเทียบกับบางช่วงเวลาในอดีต
เดวิดจึงมองปรากฏการณ์ของเนเน่ว่ามีความน่าสนใจ เพราะนำกลิ่นอายของดนตรีร็อกในอดีตกลับมาอยู่บนเวทีร่วมสมัย แต่ไม่ได้จำลองของเดิมทั้งหมด โดยนำมาปรับผ่านแนวทางการแสดงของตัวเอง
3 องค์ประกอบ จากศิลปินสู่การยอมรับระยะยาว
สำหรับเส้นทางของนักดนตรีที่จะก้าวไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับสูง เดวิดเสนอองค์ประกอบไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การมีผลงานต้นฉบับของตัวเอง การมีส่วนร่วมกับหัวใจสำคัญของผลงาน เช่น เนื้อร้อง ทำนอง หรือการเรียบเรียง และผลงานต้องได้รับการยอมรับจากผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ฟังวงกว้างหรือกลุ่มที่มีความรู้ทางดนตรีเชิงลึก
ดังนั้น ก้าวต่อไปที่น่าจับตาของเนเน่ คือการนำความสนใจที่ได้รับในเวลานี้ไปต่อยอดสู่ผลงานเพลงต้นฉบับ เพื่อพิสูจน์ตัวตนทางดนตรีในระยะยาว
ในอีกด้านหนึ่ง กระแสที่เกิดขึ้นยังทำให้ดนตรีร็อกกลับมาอยู่ในบทสนทนาของผู้ชมหลายช่วงวัยอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่เติบโตมากับร็อกยุคก่อน ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็มีโอกาสทำความรู้จักเสียงกีตาร์และรูปแบบการแสดงที่เคยเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ดนตรีโลก
ท้ายที่สุด การนำชื่อของ Jimi Hendrix มาเชื่อมโยงกับเนเน่ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการประกาศว่าเป็นศิลปินในระดับเดียวกัน แต่มีนัยสำคัญในฐานะ คำชื่นชมต่อฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการสร้างลายเซ็นของตัวเองบนเวที ส่วนเส้นทางจากกระแสความสนใจไปสู่การยอมรับระยะยาว จะขึ้นอยู่กับผลงานต้นฉบับที่เนเน่สร้างขึ้นต่อจากนี้
- ย้อนเส้นทาง เนเน่ รอยัล ก่อนคว้า Live Golden Buzzer เตรียมทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ America’s Got Talent Season 21
- "เนเน่ รอยัล " เผยเหตุผลที่เลือกเพลง "Black Hole Sun” มาแสดงในรอบ Quarterfinals
- เนเน่ วัย 16 ปีจากภูเก็ต โชว์พลังเสียงสะกดเวที America's Got Talent
- ต้องคนนี้เท่านั้น “เนเน่” เผยเหตุผลดึง “แน็ก ชาลี” เป็นพระเอกเอ็มวี (มีคลิป)
- เซอร์ไพรส์! "เนเน่" เตรียมบินจัดงานวันเกิดครั้งแรกที่ไทย ฉลองวันเกิดครบ 26 ปี
บรรณาธิการออนไลน์
