"โอ่งราชบุรี" ตำนานที่ไร้คนสืบต่อ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"โอ่งราชบุรี" ตำนานที่ไร้คนสืบต่อ

โอ่งมังกรราชบุรี: จากภูมิปัญญาสู่วันที่ช่างปั้นกำลังหายไป

โอ่งมังกรไม่ใช่เพียงภาชนะเก็บน้ำ แต่คือภูมิปัญญาที่อยู่คู่ราชบุรีมาหลายชั่วอายุคน ทว่าทุกวันนี้เมืองหลวงโอ่งกลับเหลือช่างฝีมือปั้นโอ่งเพียงไม่กี่คน ในอนาคตอันใกล้เมื่อช่างรุ่นสุดท้ายวางมือ สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่โอ่ง แต่คือเรื่องราวของเมืองโอ่งมังกรที่สืบทอดมายาวนาน


สรุปข่าว

โอ่งมังกรไม่ใช่เพียงภาชนะเก็บน้ำ แต่คือภูมิปัญญาที่อยู่คู่ราชบุรีมาหลายชั่วอายุคน ทว่าคนปั้นกำลังลดลง เหลือช่างฝีมือเพียงไม่กี่คน เมื่อวันหนึ่งมือช่างรุ่นสุดท้ายหมดสิ้น สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่โอ่ง แต่คือเรื่องราวของเมืองโอ่งมังกรที่สืบทอดมายาวนานอาจต้องสิ้นมยต์ขลัง

โอ่งมังกรราชบุรี: จากภูมิปัญญาสู่วันที่ช่างปั้นกำลังหายไป

โอ่งมังกรไม่ใช่เพียงภาชนะเก็บน้ำ แต่คือภูมิปัญญาที่อยู่คู่ราชบุรีมาหลายชั่วอายุคน ทว่าทุกวันนี้เมืองหลวงโอ่งกลับเหลือช่างฝีมือปั้นโอ่งเพียงไม่กี่คน ในอนาคตอันใกล้เมื่อช่างรุ่นสุดท้ายวางมือ สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่โอ่ง แต่คือเรื่องราวของเมืองโอ่งมังกรที่สืบทอดมายาวนาน


ครั้งหนึ่ง “โอ่ง” คือของจำเป็น

วันนี้เราอาจมองโอ่งมังกรอาจเป็นเพียงของตกแต่ง แต่ในอดีตโอ่งคือภาชนะสำคัญของครัวเรือน

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบประปายังเข้าไม่ถึงน้ำฝนคือแหล่งน้ำสำคัญ

โอ่งจึงทำหน้าที่เหมือน “คลังน้ำของครอบครัว”

ราชบุรีจึงกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตโอ่งสำคัญและมีตลาดกระจายไปทั่วประเทศ 

โดยเฉพาะภาคอีสานที่ต้องรับมือกับปัญหาน้ำขาดแคลนในฤดูแล้ง

“ภาคอีสานเป็นตลาดหลักของพวกเรา เพราะความกันดารในสมัยก่อน

เมื่อก่อนโอ่งแทบทุกใบจะมุ่งสู่ภาคอีสาน เพราะชาวอีสานเนี่ยลำบากมากในการมีน้ำใช้

จากดิน สู่ “โอ่งมังกร”



“การทำโอ่งมังกรไม่ได้เริ่มต้นที่เตาเผาแต่มันเริ่มจากดิน”

พนม เกิดดี หรือ “ช่างเจี๊ยบ” ช่างปั้นโอ่งแห่งโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ 1 จังหวัดราชบุรี
สะสมประสบการณ์ในงานปั้นมานานกว่า 30 ปี อธิบายถึงขั้นตอนการทำโอ่งแต่ละใบว่า

ต้องตั้งใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมดินเลย แล้วก็มาขึ้นรูป แล้วก็เผา ก็ต้องตั้งใจนะ ถ้าเผาไม่ดี 

โอ่งออกมาก็ไม่ดี คือทุกขั้นตอนต้องตั้งใจหมดครับ

“โอ่งที่กำลังปั้นอยู่นี้ใช้มือล้วน ๆ ไม่ได้ใช้เครื่องจักรครับ เพราะเป็นงานแฮนด์เมดครับ ขึ้นรูปด้วยมือ วิธีการกด การปั้นนี่ก็ขั้นตอนที่ยาก ก็คือ...แต่เป็นงานที่ชิ้นใหญ่ แล้วก็ยังแงะยาก ก้นเล็ก แล้วก็ทรงอ้วน ปากเล็กกัน จะยาก”

เมืองโอ่งมังกร ในวันที่ไร้ “ช่างปั้นโอ่ง”

จากเรื่องราวของโอ่งในอดีต เมื่อกลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ดูเหมือนคุณค่าของโอ่งยังไม่สำคัญเท่ากับในอดีต 

เมื่อโอ่งที่เคยเป็นของจำเป็นกลายเป็นของตกแต่ง

ความต้องการลดลงการผลิตลดลงโรงงานจึงต้องปรับจำนวนคนงานให้สอดคล้องกับตลาด

“จากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ทำให้ผู้คนนี้ใช้โอ่งลดลงไปอีก ซึ่งมันส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะเมื่อโรงงานผลิตน้อย ช่างก็เหลือน้อย เพราะเถ้าแก่ก็ไม่กล้าจ้างลูกน้องแพง ๆ เด็กก็จะไปหางานอื่นมาทำกันมากขึ้น ช่างโอ่งจึงลดลง จนหลือน้อยเต็มที”  เฮียสุขชาติ สะท้อนถึงสถานการณ์ในอุตสาหกรรมโอ่งของราชบุรี 

“งานพวกนี้ (ปั้นโอ่ง) มันต้องใช้ความอดทน คือมันต้องใช้ประสบการณ์เยอะ แล้วในกระบวนการทำก็ต้องทนอยู่กับความร้อน ซึ่งพวกเด็กรุ่นใหม่ก็จะไม่ทน ไปหางานอื่นทำกันหมด” ช่างเจี๊ยบเล่า 

นั่นทำให้ปัญหาความขาดแคลนช่างปั้นโอ่งในราชบุรีกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต


วันนี้โอ่งมังกรอาจไม่ได้ทำหน้าที่เก็บน้ำเหมือนในอดีต

แต่มันยังเป็นงานศิลปะ ของตกแต่ง และหลักฐานของภูมิปัญญาที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้

การรักษาโอ่งมังกรจึงอาจไม่ได้หมายถึง การเก็บโอ่งไว้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น

แต่คือการทำให้ “คนที่ปั้นโอ่ง” ยังสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้

เพราะภูมิปัญญาจะอยู่รอด ไม่ใช่เพียง “การอนุรักษ์”

แต่จำเป็นต้องมีการสืบทอด และสามารถทำเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้ 

โอ่งมังกรราชบุรี ในวันนี้ยังคงรอคอยให้คนรุ่นใหม่ที่มองเห็นคุณค่า เข้ามารับไม้ต่อ  เพื่อสืบสานตำนานเมืองโอ่งให้อยู่ต่อไป


ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN