
วันนี้ ( 18 ส.ค. 69) รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญ เสนอแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องรวม 4 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หวังยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งกลุ่ม “คนประจำเรือ” ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการปรับสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
ก่อนการประชุม ครม. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และ ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงความคืบหน้าการเสนอแก้ไขกฎหมายด้านแรงงาน
สรุปข่าว
วันนี้ ( 18 ส.ค. 69) รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญ เสนอแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องรวม 4 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หวังยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งกลุ่ม “คนประจำเรือ” ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการปรับสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
ก่อนการประชุม ครม. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และ ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงความคืบหน้าการเสนอแก้ไขกฎหมายด้านแรงงาน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งติดภารกิจเดินทางไปประเทศออสเตรเลียร่วมกับนายกรัฐมนตรี โดยการประชุม ครม. วันนี้ กระทรวงแรงงานมีข่าวดีจากการผลักดันกฎหมายที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอร่างกฎหมายด้านแรงงานรวม 4 ฉบับ ซึ่งเป็นการปรับปรุงสิทธิและการคุ้มครองแรงงานให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สาระสำคัญแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน และร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2 ฉบับ
ยกระดับสิทธิ “คนประจำเรือ” เข้าสู่ระบบประกันสังคม
ประเด็นแรกคือ ร่าง พ.ร.บ. แรงงานทางทะเล ซึ่งมุ่งยกระดับการคุ้มครอง “คนประจำเรือ” ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านแรงงานใกล้เคียงกับแรงงานบนบก โดยเฉพาะการเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
กระทรวงแรงงานย้ำว่า กลุ่มคนประจำเรือที่กล่าวถึงในร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้หมายถึงแรงงานในเรือประมง แต่หมายถึงแรงงานที่ปฏิบัติงานอยู่บน “เรือขนส่ง” ซึ่งเป็นอีกกลุ่มอาชีพที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองตามระบบแรงงานอย่างเหมาะสม
การปรับกฎหมายจึงมีเป้าหมายสำคัญในการลดช่องว่างด้านสิทธิประโยชน์ระหว่างแรงงานทางทะเลกับแรงงานบนบก เพื่อให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงหลักประกันทางสังคมตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องได้ค่าตอบแทนเป็นธรรม
อีกประเด็นสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งกระทรวงแรงงานระบุว่าเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเพิ่มกลไกป้องกันการเอารัดเอาเปรียบแรงงานที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในสถานประกอบการโดยตรง
หนึ่งในสาระสำคัญคือ หากผู้จ้างผิดนัดชำระค่าจ้าง ผู้จ้างจะต้องรับผิดชอบทั้ง ดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม เพื่อสร้างหลักประกันว่าผู้รับงานจะได้รับค่าตอบแทนตามสิทธิ
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1. กำหนดอายุผู้ทำงาน
ผู้รับงานไปทำที่บ้านต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และต้องไม่รับงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
2. กำหนดค่าตอบแทนให้เป็นธรรม
หากเป็นงานประเภทเดียวกับที่ทำในสถานประกอบการ ผู้รับงานต้องได้รับค่าตอบแทนตามมาตรฐานเดียวกัน ส่วนงานที่มีลักษณะแตกต่างกัน จะต้องมีการประกาศกำหนดอัตราค่าตอบแทนให้ชัดเจน และต้องไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กำหนด
3. คุ้มครองเรื่องหลักประกัน
กำหนดกลไกทางกฎหมายเกี่ยวกับการคืนหลักประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านถูกเรียกหลักประกันหรือถูกเอารัดเอาเปรียบโดยไม่เป็นธรรม
มาตรการดังกล่าวสะท้อนแนวทางของกระทรวงแรงงานที่ต้องการขยายการคุ้มครองไปยังแรงงานรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะการทำงานแตกต่างจากลูกจ้างในสถานประกอบการทั่วไป
ปรับสิทธิรัฐวิสาหกิจรับ “สมรสเท่าเทียม”
ส่วนที่สามเป็น ร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งเป็นการปรับปรุงระเบียบเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
หัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนถ้อยคำจาก “สามี-ภรรยา” เป็น “ผู้สมรส” เพื่อให้สิทธิประโยชน์ของคู่สมรสครอบคลุมอย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเฉพาะคู่ชายหญิง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ เช่น เงินทดแทน ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำศพ ของคู่สมรสพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยให้คู่สมรสได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์ของรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสต่างเพศหรือเพศเดียวกัน
ที่สำคัญ การปรับแก้ครั้งนี้จะมีผลย้อนหลังไปตามวันที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เพื่อให้สิทธิของผู้มีสถานะเป็นคู่สมรสได้รับการรับรองอย่างครบถ้วนตามกรอบกฎหมาย
จากแรงงานบนเรือถึงแรงงานที่บ้าน
ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายทั้ง 3 กลุ่มมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อแรงงาน และทำให้กฎหมายไทยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น
เมื่อพิจารณาภาพรวม การแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแรงงานในระบบแบบเดิม แต่ครอบคลุมแรงงานที่มีรูปแบบการทำงานหลากหลาย ตั้งแต่ คนประจำเรือขนส่ง ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ไปจนถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจและคู่สมรส
ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการทำให้แรงงานแต่ละกลุ่มได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ทั้ง “แรงงานบนเรือ แรงงานที่บ้าน และแรงงานในรัฐวิสาหกิจ” พร้อมเดินหน้าปรับกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบการทำงานและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
- แหม่ม อลิษา ได้ฤกษ์ดีควงแฟนสาวหล่อ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม แล้ว
- เชียงใหม่จัดใหญ่ สมรสเท่าเทียม - "ก้าวอิสระ" หนุนเที่ยวท้องถิ่น
- ป๋าต๊อบ-ปีใหม่ ป่วยแพ็คคู่! ฉลอง สมรสเท่าเทียม แต่ดีใจวันนี้ได้เซ็นเอกสารในฐานะภรรยาอย่างถูกต้อง
- พอร์ช-อาม คู่รัก LGBTQ+ หอบหลักฐานแจ้งความ ถูกขู่เอาชีวิต หลังจดทะเบียน สมรสเท่าเทียม
- พอร์ช อภิวัฒน์ สุดงง! มีคนขู่เอาชีวิตหลังแต่งงาน อาม สัพพัญญู แฟนหนุ่มคู่รัก LGBTQ+
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
