ขับรถแช่ขวาผิดไหม? กฎหมายกำหนดใช้เลนซ้ายเป็นหลัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ขับรถแช่ขวาผิดไหม? กฎหมายกำหนดใช้เลนซ้ายเป็นหลัก

หลายคนอาจเข้าใจว่า หากขับรถด้วยความเร็วสูงสามารถใช้ช่องทางขวาต่อเนื่องได้ แต่ตามข้อมูลของคลังสารสนเทศรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สำหรับถนนที่แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป กฎหมายกำหนดหลักการให้ผู้ขับขี่ใช้ช่องเดินรถด้านซ้ายเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การขับรถในช่องทางขวาสามารถทำได้ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะต้องอยู่ในช่องซ้ายตลอดเวลา แต่ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์และไม่กีดขวางการจราจร

สรุปข่าว

กฎหมายกำหนดให้ถนนที่มีช่องเดินรถทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป ผู้ขับขี่ใช้ช่องซ้ายเป็นหลัก ส่วนเลนขวาใช้ได้เมื่อแซง เลี่ยงสิ่งกีดขวาง เตรียมเข้าทางร่วมทางแยก หรือกรณีตามกฎหมาย หากแช่ขวาโดยไม่มีเหตุอาจปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากกีดขวางการจราจรอาจปรับไม่เกิน 4,000 บาท

หลายคนอาจเข้าใจว่า หากขับรถด้วยความเร็วสูงสามารถใช้ช่องทางขวาต่อเนื่องได้ แต่ตามข้อมูลของคลังสารสนเทศรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สำหรับถนนที่แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป กฎหมายกำหนดหลักการให้ผู้ขับขี่ใช้ช่องเดินรถด้านซ้ายเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การขับรถในช่องทางขวาสามารถทำได้ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะต้องอยู่ในช่องซ้ายตลอดเวลา แต่ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์และไม่กีดขวางการจราจร

กรณีใดใช้เลนขวาได้?

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ผู้ขับขี่สามารถใช้ช่องทางด้านขวาได้ในกรณีสำคัญ ได้แก่

- เมื่อต้องการแซงรถคันหน้า

- เมื่อต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง

- เมื่อต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก

- เมื่อขับรถเร็วกว่ารถที่อยู่ในช่องทางด้านซ้าย

- กรณีเป็นทางเดินรถทางเดียว

ดังนั้น การใช้ช่องทางขวาต้องพิจารณาจากสภาพการจราจรและเหตุที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้ช่องทางขวาต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุอันสมควร

แช่ขวาโดยไม่มีเหตุ มีโทษอย่างไร?

ข้อมูลระบุว่า หากผู้ขับขี่ไม่มีเหตุที่เข้าหลักเกณฑ์ แต่ยังคงขับรถอยู่ในช่องทางขวา อาจเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และมีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท

นอกจากนี้ หากการขับรถในช่องทางขวานั้นมีลักษณะกีดขวางการจราจร อาจเข้าข่ายตาม มาตรา 43 (3) ซึ่งข้อมูลระบุว่ามีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 4,000 บาท

ข้อกำหนดดังกล่าวมีเป้าหมายให้ผู้ใช้รถใช้ช่องทางอย่างเหมาะสม ช่วยให้รถที่ต้องการแซงหรือใช้ความเร็วตามเงื่อนไขของเส้นทางสามารถเคลื่อนตัวได้ และลดปัญหาการกีดขวางบนถนน

ผู้ขับขี่จึงควรยึดหลักใช้ช่องทางซ้ายเป็นหลัก และใช้ช่องทางขวาเมื่อมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย พร้อมคำนึงถึงสภาพการจราจรและความปลอดภัยของผู้ใช้ทางร่วมกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 34, มาตรา 43 (3), มาตรา 151 และมาตรา 157 รวมถึง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ