สถานการณ์น้ำ 14 ส.ค. 69 ฝนหนักต่อเนื่อง อ่างเก็บน้ำรวมอยู่ที่ 59%

Share on Line Share on Facebook Share on X
สถานการณ์น้ำ 14 ส.ค. 69 ฝนหนักต่อเนื่อง อ่างเก็บน้ำรวมอยู่ที่ 59%

สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังต้องติดตามฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมาก ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 59% ของความจุเก็บกัก

ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคใต้มีฝนสูงสุดที่จังหวัดสตูล 91 มิลลิเมตร รองลงมาคือภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย 84 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครพนม 79 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี 49 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง 36 มิลลิเมตร และภาคกลาง จังหวัดสระบุรี 10 มิลลิเมตร

สำหรับสภาพอากาศวันที่ 14 สิงหาคม ร่องมรสุมพาดผ่านเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในภาคตะวันออก

ส่วนแนวโน้มระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงต้องติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สรุปข่าว

สถานการณ์น้ำ 14 ส.ค. 69 ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคตะวันออกมีฝนหนักมาก อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 47,601 ล้าน ลบ.ม. หรือ 59% น้ำใช้การ 42% ขณะที่ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยามีน้ำ 25-63% โดยภาพรวมยังมีน้ำเพียงพอถึงสิ้นฤดูแล้ง 2569/2570

สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังต้องติดตามฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมาก ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 59% ของความจุเก็บกัก

ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคใต้มีฝนสูงสุดที่จังหวัดสตูล 91 มิลลิเมตร รองลงมาคือภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย 84 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครพนม 79 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี 49 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง 36 มิลลิเมตร และภาคกลาง จังหวัดสระบุรี 10 มิลลิเมตร

สำหรับสภาพอากาศวันที่ 14 สิงหาคม ร่องมรสุมพาดผ่านเมียนมา ลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในภาคตะวันออก

ส่วนแนวโน้มระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคม 2569 คาดว่าประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงต้องติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 47,601 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 47,601 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 59% ของความจุเก็บกัก ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 23,480 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42%

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันตกมีสัดส่วนปริมาณน้ำสูงสุด 68% หรือ 19,205 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามด้วยภาคใต้ 62% หรือ 4,778 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคเหนือ 57% หรือ 15,662 ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำ 5,840 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 48% ภาคตะวันออก 1,505 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 48% และภาคกลาง 611 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 32%

เช็กปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา

สำหรับ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 7,238 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 54% เขื่อนสิริกิติ์ 5,959 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 63% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 276 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 215 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 25%

ขณะเดียวกัน ยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำใช้การต่ำกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด รวม 13 แห่ง ได้แก่ แม่มอก ทับเสลา แควน้อยบำรุงแดน ป่าสักชลสิทธิ์ กระเสียว อุบลรัตน์ จุฬาภรณ์ ลำตะคอง มูลบน คลองสียัด นฤบดินทรจินดา วชิราลงกรณ และปราณบุรี

ส่วนแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักต่ำกว่า 30% มีทั้งหมด 60 แห่ง แบ่งเป็นภาคเหนือ 5 แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27 แห่ง ภาคตะวันออก 9 แห่ง ภาคตะวันตก 12 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถานการณ์น้ำล่าสุด ปริมาณน้ำที่มีอยู่ยังเพียงพอรองรับกิจกรรมการใช้น้ำต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570 โดยช่วงวันที่ 15-19 สิงหาคม ยังต้องติดตามฝนตกหนักในหลายภูมิภาค รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนและความต้องการใช้น้ำ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์