ไทม์ไลน์คดี “พี่น้องรัสเซียหายตัว” ไล่ล่าป๋อง-ธง พลิกปมสู่คดีใหญ่

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทม์ไลน์คดี “พี่น้องรัสเซียหายตัว” ไล่ล่าป๋อง-ธง พลิกปมสู่คดีใหญ่

คดีการหายตัวของ สองพี่น้องชาวรัสเซีย กลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในเมืองพัทยา หลังทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กู้ภัย รวมถึงชาวรัสเซียในเมืองพัทยา ต่างร่วมกันพลิกแผ่นดินค้นหาทุกตารางเมตร ขณะที่การสืบสวนค่อย ๆ เปิดเผยเบาะแสสำคัญ ตั้งแต่ภาพวงจรปิด รถจักรยานยนต์ที่ถูกนำไปฝังดิน ไปจนถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งนำไปสู่การรับสารภาพ พฤติการณ์อุกอาจก์  เนื่องจากเหยือไม่ได้มีเพียงแค่ 2 ราย 

สรุปข่าว

เปิดไทม์ไลน์คดีพี่น้องรัสเซียหายตัว ตั้งแต่ปฏิบัติการค้นหา การจับกุม "ป๋อง-ธง" การพบร่างผู้เสียชีวิตในป่าห้วยใหญ่ จนขยายผลสู่คดีฆาตกรรมยกครัว 3 ราย และเปิดโปงพฤติการณ์อุกอาจก์ ปลอมเป็นตำรวจก่อเหตุสะเทือนพัทยา

คดีการหายตัวของ สองพี่น้องชาวรัสเซีย กลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในเมืองพัทยา หลังทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านในช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กู้ภัย รวมถึงชาวรัสเซียในเมืองพัทยา ต่างร่วมกันพลิกแผ่นดินค้นหาทุกตารางเมตร ขณะที่การสืบสวนค่อย ๆ เปิดเผยเบาะแสสำคัญ ตั้งแต่ภาพวงจรปิด รถจักรยานยนต์ที่ถูกนำไปฝังดิน ไปจนถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งนำไปสู่การรับสารภาพ พฤติการณ์อุกอาจก์  เนื่องจากเหยือไม่ได้มีเพียงแค่ 2 ราย 

จุดเริ่มต้นของคดี

เวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ไดเอน่าและโรมันขี่รถจักรยานยนต์ Honda ADV สีดำ-เทา ออกจากบ้านพักในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยแต่งกายด้วยชุดลำลอง ไม่มีสัมภาระติดตัว

ผู้เป็นแม่เข้าใจว่าลูกทั้งสองเพียงออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงกลับไม่สามารถติดต่อได้ จึงออกตามหาด้วยตัวเอง ติดต่อเพื่อนและคนรู้จักทุกคน ก่อนเข้าแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตาม

กล้องวงจรปิดเผยเส้นทางสุดท้าย

การไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสืบสวน โดยพบว่าสองพี่น้องขี่รถออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปทางถนนชากแง้ว ก่อนปรากฏภาพบริเวณใต้สะพานมอเตอร์เวย์

ระหว่างทาง ทั้งคู่มีการหยุดรถและพูดคุยกับบุคคลปริศนานานประมาณ 2 นาที จากนั้นยังพบรถจักรยานยนต์อีกคันขี่ตามหลังในระยะไม่ไกล ก่อนภาพของทั้งสองจะหายไปจากกล้องวงจรปิด เบาะแสดังกล่าวทำให้ตำรวจเชื่อว่า การหายตัวครั้งนี้อาจไม่ใช่การหายไปโดยสมัครใจ

แม่วอนขอลูกกลับบ้าน

ซารีน่า นาซีโมว่า ผู้เป็นแม่ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาหลายปี ลูกทั้งสองพูดได้เพียงภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษ ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใคร

เธอยอมรับว่าตลอดหลายวันที่ลูกหายตัวไป ไม่สามารถกินหรือนอนหลับได้ และภาวนาเพียงให้ลูกทั้งสองยังมีชีวิตและได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง

จุดเปลี่ยนของคดี เมื่อพบรถถูกฝังดิน

การสืบสวนพลิกครั้งใหญ่หลังฝ่ายปกครองได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มชายต้องสงสัยนำอุปกรณ์เข้าไปขุดดินภายในพื้นที่ป่าห้วยใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มชายทั้ง 4 คนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ทันที ทิ้งไว้เพียงหลุมดินที่เพิ่งกลบใหม่

หลังขุดตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ Honda ADV ของสองพี่น้องถูกถอดแยกชิ้นส่วนและฝังซ่อนอยู่ใต้ดิน ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้แนวทางการสืบสวนเปลี่ยนจากคดีคนหายไปสู่การเร่งคลี่คลายคดี

พลิกแผ่นดินค้นหาผู้สูญหาย

หลังพบรถของกลาง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง กู้ภัย และมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา ปูพรมค้นหาพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มข้น ใช้ทั้งโดรนตรวจจับความร้อน ชุดเดินเท้า และตรวจสอบพื้นที่ป่ารกทึบกว่า 100 ไร่ รวมถึงทุกเบาะแสที่ประชาชนแจ้งเข้ามา

แม้จะมีการแจ้งพบกลุ่มควันในพื้นที่ป่า จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้าตรวจสอบ แต่สุดท้ายพบว่าเป็นเพียงกองไฟที่ชาวบ้านจุดขึ้นเพื่อประกอบอาหารระหว่างหาปลา

เชิญตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำ

ระหว่างการสืบสวน ตำรวจเชิญตัว "เสือโหย" และ "ผาง" มาสอบปากคำ หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่นำรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายไปฝังดินอำพราง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองให้ข้อมูลในฐานะพยาน และภายหลังการสอบสวน ตำรวจปล่อยตัวไปก่อน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีหลักฐานเพียงพอแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมเดินหน้าติดตามผู้ต้องสงสัยรายสำคัญที่ยังหลบหนีต่อไป

ปิดเกมล่า "ป๋อง-ธง"

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ตำรวจภูธรภาค 2 ติดตามจับกุม นายป๋อง และ นายธง ได้ในพื้นที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว หลังทั้งคู่หลบหนีออกจากจังหวัดชลบุรี ผ่านจังหวัดจันทบุรี ก่อนเข้าไปกบดานในพื้นที่ดังกล่าว ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหามีคำให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุกับสองพี่น้องชาวรัสเซีย โดยอ้างว่ามีสาเหตุมาจากความต้องการชิงรถจักรยานยนต์ พร้อมให้การถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น 

คดี 2 พี่น้องรัสเซีย สู่การขยายผลปลอมเป็นตำรวจ ก่อเหตุฆาตกรรมฝังดินต่อเนื่อง

การสืบสวนคดีการหายตัวไปของสองพี่น้องชาวรัสเซียในพื้นที่เมืองพัทยา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การพฤติการณ์ปลอมเป็นตำรวจ ก่อเหตุปล้นและสังหารเหยื่อ โดยขยายผลพบว่ามีความเกี่ยวโยงกับ คดีฆาตกรรมยกครัวชาวไทย 3 ราย  หากรวมกับคดีพี่น้องรัสเซีย จะมีผู้เสียชีวิตที่พบแล้ว 5 ราย และตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ต้องหาอาจเชื่อมโยงกับคดีลักษณะเดียวกันอีกหลายคดี

หลังตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลัก คือ นายป๋อง และนายธง ได้ที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ทั้งสองถูกควบคุมตัวกลับมาสอบสวน ก่อนให้การรับสารภาพและยอมพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดฝังศพในพื้นที่ป่าซากแง้ว หมู่ 11 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัย เข้าปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนขุดพบร่างผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียทั้งสองรายถูกฝังอยู่ในหลุมเดียวกัน ลึกประมาณ 1 เมตร  ขณะที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตถูกนำไปถอดแยกชิ้นส่วนและฝังเพื่อทำลายหลักฐาน หลังเริ่มมีข่าวการติดตามของตำรวจ

ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า ตั้งใจเพียงชิงรถจักรยานยนต์ ไม่ได้รู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อน และพบกันโดยบังเอิญระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี

ขยายผลสู่คดีฆาตกรรมยกครัว  พฤติการณ์ปลอมเป็นตำรวจ 

ภายหลังการพบร่างสองพี่น้องชาวรัสเซีย ผู้ต้องหายังรับสารภาพถึง คดีฆาตกรรมครอบครัวชาวไทย 3 ราย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดฝังร่างบริเวณป่ามะพร้าว หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดฝังศพชาวรัสเซียประมาณ 2 กิโลเมตร

จากการขุดค้น เจ้าหน้าที่พบร่างของพ่อ แม่ และลูกสาว ถูกฝังรวมอยู่ในหลุมเดียวกัน โดยสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาและพวกแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านของผู้เสียชีวิต อ้างการทวงหนี้ ก่อนใส่กุญแจมือควบคุมตัวทั้งหมดออกจากบ้าน ระหว่างนั้นลูกสาวซึ่งเดินทางกลับจากร้านสะดวกซื้อ ก็ถูกควบคุมตัวไปด้วย ก่อนพาทั้งสามคนไปยังป่ามะพร้าว ใช้อาวุธปืนก่อเหตุจนเสียชีวิต และฝังอำพรางเพื่อชิงทรัพย์

ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม คือ นายบอล และนายฟลุ้ค  ทำให้คดีทั้งสองมีผู้ต้องหารวม 4 คน

ด้านญาติของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า หลังครอบครัวหายตัวไปตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ได้พยายามตามหาทุกวิถีทาง ทั้งแจ้งความ เดินค้นหารอบบ้าน  และพยายามติดต่อทางโทรศัพท์มาตลอด แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับ กระทั่งการคลี่คลายคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย นำไปสู่การขยายผลและพบจุดฝังร่างของครอบครัวทั้งสามคน

พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้ประมาณ 2 เดือน และมีข้อมูลว่ากลุ่มดังกล่าวอาจก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วอีก 2-3 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงทุกคดีอย่างละเอียด

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย