
รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูประบบบริหารราชการอีกระลอก โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจังคือ โครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลังพบว่าบางตำแหน่งได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าข้าราชการระดับสูงของส่วนกลาง ทั้งที่ขอบเขตความรับผิดชอบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวจุดกระแสคำถามถึงความเหมาะสมของระบบค่าตอบแทนภาครัฐ และอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบราชการ
สรุปข่าว
รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูประบบบริหารราชการอีกระลอก โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจังคือ โครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลังพบว่าบางตำแหน่งได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าข้าราชการระดับสูงของส่วนกลาง ทั้งที่ขอบเขตความรับผิดชอบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลดังกล่าวจุดกระแสคำถามถึงความเหมาะสมของระบบค่าตอบแทนภาครัฐ และอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบราชการ
รัฐบาลตั้งคำถาม เงินเดือน "ปลัดเทศบาล" สูงกว่า "ปลัดกระทรวง" ได้อย่างไร
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังพบข้อมูลว่าปลัดเทศบาลและปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในหลายพื้นที่ มีเงินเดือนและค่าตอบแทนรวมสูงกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงที่รับผิดชอบการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนความเหลื่อมล้ำของระบบค่าตอบแทนระหว่างราชการส่วนกลางกับท้องถิ่น และทำให้รัฐบาลต้องเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
นายปกรณ์ระบุว่า "เป็นไปได้อย่างไรที่ปลัดเทศบาลมีเงินเดือนและค่าตอบแทนมากกว่าปลัดกระทรวง ซึ่งต้องรับผิดชอบภารกิจระดับประเทศ"
ต้นตอของปัญหา อยู่ที่ระบบกำหนดค่าตอบแทน
สาเหตุสำคัญมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์บางส่วน โดยไม่ได้อ้างอิงหลักเกณฑ์เดียวกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ใช้กับข้าราชการส่วนกลาง
แม้หลักการกระจายอำนาจจะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเองได้มากขึ้น แต่เมื่อแต่ละพื้นที่มีฐานรายได้และศักยภาพทางการคลังแตกต่างกัน ก็ทำให้เกิดช่องว่างด้านค่าตอบแทนระหว่างหน่วยงาน และนำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องความเป็นธรรม
เตรียมวางมาตรฐานใหม่ คุมงบประมาณให้โปร่งใส
รัฐบาลเตรียมมอบหมายให้กรมบัญชีกลางพัฒนาระบบบัญชีกลาง เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านการบริหารงบประมาณและค่าตอบแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารเงินภาษีของประชาชน
นอกจากนี้ ระบบบัญชีกลางยังช่วยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเมินได้ว่างบประมาณที่จัดสรรลงพื้นที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากน้อยเพียงใด
การปฏิรูปที่มากกว่าเรื่องเงินเดือน
การทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบราชการที่รัฐบาลต้องการให้สอดคล้องกับการบริหารภาครัฐยุคใหม่
นอกจากการปรับฐานเงินเดือนแล้ว รัฐบาลยังมีแนวคิดนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และปรับกำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจ เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
สมดุลระหว่างความเป็นธรรมและการกระจายอำนาจ
การปฏิรูประบบค่าตอบแทนของผู้บริหารท้องถิ่นถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับหลักการกระจายอำนาจและความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมองว่าการกำหนดมาตรฐานกลางเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้โครงสร้างค่าตอบแทนสอดคล้องกับระดับความรับผิดชอบ ภารกิจ และการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสม
การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขตัวเลขเงินเดือน แต่เป็นการวางระบบใหม่ให้การบริหารราชการทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเดินไปในทิศทางเดียวกัน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้เงินภาษีของประชาชนในระยะยาว
ที่มาข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ที่มารูปภาพ : Getty Images
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
