ทลายเครือข่ายโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต เชื่อมโยง 3 ประเทศ เสียหายกว่า 29 ล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทลายเครือข่ายโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต เชื่อมโยง 3 ประเทศ เสียหายกว่า 29 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ "CIB OPERATION : CARD SHIELD" หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต ซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย

คดีนี้สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังหน่วยงานด้านความมั่นคงของจีนสืบสวนพบว่า มีผู้เสียหายชาวจีนกว่า 1,200 ราย ถูกนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านหยวน หรือราว 29 ล้านบาท

สรุปข่าว

ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ "CIB OPERATION : CARD SHIELD" ตรวจค้น 6 จุด ทลายเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต เชื่อมโยงจีน สหรัฐอเมริกา และไทย พบผู้เสียหายชาวจีนกว่า 1,200 ราย ความเสียหายประมาณ 29 ล้านบาท พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ "CIB OPERATION : CARD SHIELD" หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต ซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย

คดีนี้สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังหน่วยงานด้านความมั่นคงของจีนสืบสวนพบว่า มีผู้เสียหายชาวจีนกว่า 1,200 ราย ถูกนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านหยวน หรือราว 29 ล้านบาท

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เคยเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร และใช้บัตรเครดิต UnionPay ชำระค่าสินค้าในร้านค้าบางแห่ง จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายค้น

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้น 6 จุด ในจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดชลบุรี ซึ่งประกอบด้วยร้านจำหน่ายผลไม้อบแห้งและของฝาก รวมถึงที่พักของผู้ที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจค้นพบของกลางสำคัญ ได้แก่

  • แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 11 เครื่อง
  • คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง
  • เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) 3 เครื่อง
  • โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง
  • กล้องวงจรปิดระบบ IP 18 ตัว
  • เครื่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิด 3 เครื่อง
  • ของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง รวม 21 รายการ

ตำรวจระบุว่า จากการสอบสวนพนักงานในร้านแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า หากลูกค้าชำระเงินด้วยบัตร UnionPay จะมีการรูดบัตรผ่านอุปกรณ์อีกชุดหนึ่งก่อน โดยแจ้งว่าเป็นขั้นตอนรับส่วนลดโปรโมชั่น ก่อนจึงรูดผ่านเครื่อง EDC ตามปกติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอุปกรณ์และพยานหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และดิจิทัล

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้เพื่อให้ได้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการปลอมหรือแปลงข้อมูล โดยคดีอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ตำรวจสอบสวนกลางยังฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเมื่อชำระเงินกับร้านค้าที่ไม่คุ้นเคย ควรสังเกตทุกขั้นตอนการรูดบัตร หากพบว่ามีการนำบัตรไปรูดผ่านอุปกรณ์หลายเครื่อง หรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ ควรสอบถามร้านค้าและรีบแจ้งธนาคารผู้ออกบัตรทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

CIB
บก.ปอศ.
โจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต
UnionPay
อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ