เมื่อความแตกต่าง กลายเป็นความผิด รู้จัก “อิจิเมะ” การบูลลี่แบบญี่ปุ่น ผ่านบทเรียนนักศึกษา วิศวะฯ มข.

Share on Line Share on Facebook Share on X
เมื่อความแตกต่าง กลายเป็นความผิด รู้จัก “อิจิเมะ” การบูลลี่แบบญี่ปุ่น ผ่านบทเรียนนักศึกษา วิศวะฯ มข.

“ตะปูที่โผล่ขึ้นมา... ต้องถูกค้อนทุบลงไป” 

นี่คือสุภาษิตญี่ปุ่นที่สะท้อนแนวคิดของ “อิจิเมะ” (Ijime) 

หนึ่งในรูปแบบการบูลลี่ที่พบในสังคมญี่ปุ่น

หมายถึงการที่คนกลุ่มใหญ่ร่วมกันกดดัน หรือผลักคนที่แตกต่างออกจากกลุ่ม

เพียงเพราะเขาแตกต่างจากคนส่วนใหญ่





สรุปข่าว

เมื่อความแตกต่าง กลายเป็นเหตุผลให้ใครบางคนถูกผลักออกจากกลุ่ม รู้จัก “อิจิเมะ” การบูลลี่แบบญี่ปุ่น ผ่านกรณีนักศึกษาวิศวะ มข. พร้อมบทเรียนว่า มหาวิทยาลัยควรสร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่พื้นที่แห่งความโดดเดี่ยว

“ตะปูที่โผล่ขึ้นมา... ต้องถูกค้อนทุบลงไป” 

นี่คือสุภาษิตญี่ปุ่นที่สะท้อนแนวคิดของ “อิจิเมะ” (Ijime) 

หนึ่งในรูปแบบการบูลลี่ที่พบในสังคมญี่ปุ่น

หมายถึงการที่คนกลุ่มใหญ่ร่วมกันกดดัน หรือผลักคนที่แตกต่างออกจากกลุ่ม

เพียงเพราะเขาแตกต่างจากคนส่วนใหญ่





เมื่อมองกลับมายังประเทศไทย

กรณีนักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นออกมาเปิดเผยผ่าน TikTok ว่า

ถูกเพื่อนในสาขากลั่นแกล้งต่อเนื่องทั้งการนินทาการโพสต์ข้อความพาดพิง การถูกกีดกันจากกิจกรรม
รวมถึงการถูกนำออกจากกลุ่มแชท จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต


โดยผู้เปิดเผยเหตุการณ์ระบุว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมาจากปัญหาเรื่องเงินกลุ่ม

อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
และระบุว่าจะดำเนินการตามระเบียบ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง

แถลงการณ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น 


สิ่งที่เกิดขึ้นได้เปิดคำถามสำคัญว่า การบูลลี่ในสังคมไทย อาจไม่ได้เกิดขึ้นจากความรุนแรงเพียงอย่างเดียว

บางครั้งมันเกิดจากพลังของคนส่วนใหญ่ ที่ทำให้ใครบางคนค่อย ๆ ถูกผลักออกจากพื้นที่ของตัวเอง



"อิจิเมะ" เมื่อผู้แตกต่าง ตกเป็นเหยื่อ

อิจิเมะมีความแตกต่างจากการกลั่นแกล้งในหลายสังคม เพราะรากของ "อิจิเมะ" เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนของกลุ่ม และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

วิธีการของอิจิเมะจึงไม่ได้เน้นเพียงการทำร้ายร่างกาย แต่เป็นการทำร้ายทางจิตใจ ตั้งแต่การเพิกเฉย
การไม่พูดคุยด้วย การกีดกันออกจากกลุ่ม การสร้างแรงกดดันจากคนจำนวนมาก

จากคำพูด กลายเป็นการกีดกัน จากการกีดกันกลายเป็นความโดดเดี่ยว

และจากการถูกทำให้โดดเดี่ยว อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต


ความน่ากลัวของอิจิเมะ จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ใครคนหนึ่งเจ็บทางร่างกาย

แต่อยู่ที่การทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีพื้นที่สำหรับเขาอีกต่อไป

ถอดบทเรียนการแก้ปัญหาบูลลี่จากญี่ปุ่น 

ในประเทศญี่ปุ่นปัญหาอิจิเมะเคยรุนแรงจนเกิดความสูญเสียในกลุ่มเด็กและเยาวชน

นำไปสู่การออกพระราชบัญญัติส่งเสริมมาตรการป้องกันการกลั่นแกล้งรังแก ปี 2013

เพื่อเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่มองว่าเป็นเรื่องภายในโรงเรียน

ไปสู่การเป็นปัญหาที่ต้องมีระบบป้องกัน ตรวจสอบ และช่วยเหลืออย่างจริงจัง

บทเรียนจากญี่ปุ่นสะท้อนว่าการแก้ปัญหาบูลลี่ ไม่ได้จบเพียงการลงโทษคนผิด

แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้คนที่แตกต่าง ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้

เพราะมหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นพื้นที่ที่ใครบางคนต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับ

แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ความแตกต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้


เพราะบางครั้งอาวุธที่ทำร้ายคนหนึ่งคนได้มากที่สุด อาจไม่ใช่คำพูดที่รุนแรงที่สุด

แต่อาจเป็นการทำให้เขารู้สึกว่า “ไร้ตัวตน”