
จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว วันที่ 13 ก.ค.2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปลวไฟได้ลุกพุ่งออกจากประตูทางเข้าออกของร้านอย่างรุนแรง จากเหตุดังกล่าว ทำให้หลายๆคนสันนิษฐานว่า เหตุการณ์นี้อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Backdraft หรือไหม่
(อ่านข่าว : เปิดคลิปนาทีไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เปลวไฟพุ่งแรง คนกรีดร้องวิ่งวุ่น)
เมื่อไฟไม่ได้อันตรายแค่เปลวเพลิง รู้จัก “Backdraft” และ “Flashover”
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคาร หลายคนอาจคิดว่าอันตรายที่สุดคือเปลวไฟที่กำลังลุกลาม แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ “ปรากฏการณ์ไฟไหม้รุนแรง” ที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือน และเปลี่ยนสถานการณ์จากไฟไหม้ธรรมดาให้กลายเป็นหายนะในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ปรากฏการณ์ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ Backdraft และ Flashover ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่สร้างความสูญเสียทั้งต่อผู้ประสบเหตุและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
สรุปข่าว
จากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว วันที่ 13 ก.ค.2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปลวไฟได้ลุกพุ่งออกจากประตูทางเข้าออกของร้านอย่างรุนแรง จากเหตุดังกล่าว ทำให้หลายๆคนสันนิษฐานว่า เหตุการณ์นี้อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Backdraft หรือไหม่
(อ่านข่าว : เปิดคลิปนาทีไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เปลวไฟพุ่งแรง คนกรีดร้องวิ่งวุ่น)
เมื่อไฟไม่ได้อันตรายแค่เปลวเพลิง รู้จัก “Backdraft” และ “Flashover”
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคาร หลายคนอาจคิดว่าอันตรายที่สุดคือเปลวไฟที่กำลังลุกลาม แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ “ปรากฏการณ์ไฟไหม้รุนแรง” ที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือน และเปลี่ยนสถานการณ์จากไฟไหม้ธรรมดาให้กลายเป็นหายนะในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ปรากฏการณ์ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ Backdraft และ Flashover ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่สร้างความสูญเสียทั้งต่อผู้ประสบเหตุและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
การเกิดปรากฏการณ์ Flashover
สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน ให้ข้อมูลไว้ว่า Flashover หมายถึง การเปลี่ยนแปลงการเผาไหม้พร้อมกันในทันทีทันใดของไอเชื้อเพลิงภายในอาคารที่มีลักษณะปิดทึบ ทำให้เกิดเปลวไฟการลุกท่วมห้องในชั่วพริบตา โดยที่ควัน และความร้อนจะถูกสะสมที่ ใต้แนวเพดาน และเมื่ออุณหภูมิจะสูงขึ้น จะเริ่มแผ่รังสีความร้อนลงสู่ด้านล่าง เชื้อเพลิงเกิดขบวนการคายไอ จนทั่วทั้งห้องและ ถึง ” จุดติดไฟได้ด้วยตัวเอง ”Ignition Temperature จากนั้นก็ลุกติดไฟพร้อมกัน
Fire gas Ignition
เป็นการจุดระเบิดของไฟจากไอระเหย ปฏิกิริยาดังกล่าวโดยมากเกิดจากสาเหตุการนำพาเปลวไฟไปยังไอระเหยที่มีส่วนผสมของก๊าซอยู่แล้ว และส่วนดังกล่าวมีปริมาณออกซิเจนที่เพียงพอต่อการจุดติดเกิดขึ้น และสภาวะการที่ความร้อนสามารถส่งผ่านจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งได้จนเกิดสภาวะการจุดติด
การรั่วไหลของไอระเหย ไอระหยของไฟสามารถไหลผ่านท่ออากาศ ช่องซาร์ฟ ไปยังห้องอื่นได้เช่นกัน ไอระเหยของไฟสามารถสะสมอยู่ทุกที่ของโครงสร้างอาคาร เช่นฝ้าเพดาน ใต้บันได สภาวะเช่นนี้ไม่ต้องการอากาศเข้ามาเติมเพิ่มเพื่อการเผาไหม้ เนื่องจากไฟมีไอระเหยและส่วนผสมที่พร้อมจุดติดหรือระเบิดทันทีที่มีประกายไฟ
การเกิดปรากฎการณ์ Backdraft
เป็นการระเบิดเนื่องจากอากาศวิ่งเข้าหาเชื้อเพลิงที่เป็นไฟหรือควันที่ยังไม่ติดไฟหรือไฟใกล้ดับ ในบางครั้งเรียกว่า smoke explosion ( การระเบิดของควัน ) เป็น ปรากฏการณ์ที่ควันเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงเกิดขึ้น โดยการนำออกซิเจนเข้าไปในห้องหรือบริเวณพื้นที่จำกัดที่มีการเผาไหม้จนออกซิเจนที่มีอยู่ลดน้อยหรือใกล้หมดอย่างฉับพลัน ง
ขณะที่ไฟยังไม่ดับสนิทเพราะมีความร้อนสะสมอยู่เมื่อเปิดห้อง มีช่องให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าทำให้ปัจจัยการเกิดไฟครบสมบูรณ์ เกิดการจุดติดอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน รุนแรง มีขนาดใหญ่เหมือนกับการระเบิด
สิ่งที่บ่งบอกว่ากำลังจะเกิด backdraft
- ปริมาณควันดำหนาแน่นมาก
- ควันไหลเข้า - ออกตามรอยประตูหน้าต่าง
- ควันถูกผลักออกด้วยแรงดัน
- ห้องหรืออาคารที่เกิดเหตุมีลักษณะที่ปิดสนิท ขนาดเล็ก มีช่องระบายอากาศน้อย
- ผนังห้องหรืออาคารมีความร้อนสูง
ภาพประกอบข่าว จาก Thai News Pix
Pre-Backdraft ก่อนเกิด Backdraft
จะสังเกตเห็นควันถูกดูดไหลเข้า - ออก ตามช่องเปิดต่างๆตามกระจกหน้าต่างจะมองเห็นควันดำและในขณะนั้นห้องทั้งห้อง จะเต็มไปด้วยความร้อนคาร์บอนมอนออกไซด์และไอระเหยอื่นๆดังนั้นเมื่อเปิด ประตูเข้าไป ควันภายในจะพุ่งออกมาเนื่องจากภายในมีความดันสูงกว่า อากาศเย็นจากภายนอกจะถูกดูดเข้าไปภายในอาคาร โดยอากาศที่เย็นกว่าจะอยู่ที่บริเวณด้านล่างของห้อง
จึงเกิดการผสมระหว่างก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ กับอากาศดีจากภายนอก ( มีออกซิเจน 21 % ) ซึ่งจะค่อยๆไหลเข้าสู่จุดกำเนิดไฟไปแทนอากาศร้อนที่จุดกำเนิดไฟ ทำให้อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น เห็นไฟวิ่งอยู่ระดับพื้นต่ำกว่าระดับควัน เมื่อควันลอยสูงขึ้นอีก 1 - 2 นิ้ว ทำให้ CO และ O2 ผสมกันมากขึ้นซึ่งเมื่อผสม ( ที่ CO 14.5 — 74% ) นี้ไหลไปถึงเปลวไฟ ทำให้องค์ประกอบไฟครบ 3 อย่าง
ทำให้เกิดการจุดติดขึ้นมาการลุกไหม้จะเริ่มที่ฐานของไฟใต้ควันแล้วย้อนกลับ ไปตามทิศทางที่อากาศเข้ามา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมากเสมือนการระเบิด การเผาไหม้ทำให้เกิดความร้อนทำให้อากาศเกิดการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วความดันสูงนี้อาจทำให้กระจกหน้าต่างแตก ผนังล้ม ความรุนแรงของการระเบิด backdraft จึงขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง
ทำไมประชาชนจึงควรรู้จักปรากฏการณ์เหล่านี้
แม้ Backdraft และ Flashover จะเป็นคำศัพท์ทางเทคนิค แต่ความรู้เหล่านี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตได้ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ การกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สิน เปิดประตูห้องที่มีควันหนา หรือพยายามดับไฟด้วยตนเอง อาจทำให้เผชิญกับปรากฏการณ์อันตรายโดยไม่รู้ตัว
หากพบเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคาร ควรรีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที ปิดประตูห้องที่เกิดเหตุหากสามารถทำได้ แจ้งหน่วยดับเพลิงโดยเร็ว และไม่กลับเข้าไปในอาคารจนกว่าเจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าปลอดภัย
การเรียนรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เหตุเพลิงไหม้ไม่ใช่เพียงการต่อสู้กับเปลวไฟ แต่เป็นการแข่งขันกับเวลา ความร้อน และพฤติกรรมของไฟที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเข้าใจปรากฏการณ์อย่าง Flashover และ Backdraft จะช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายที่มองไม่เห็น ลดการตัดสินใจที่เสี่ยง และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพราะในสถานการณ์เพลิงไหม้ ความรู้ที่ถูกต้องอาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตของตนเองและผู้อื่น
- ผู้รอดชีวิตเล่านาที เห็นควันก่อนเพลิงปะทุไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวไม่กี่วินาที
- นายกฯ เสียใจไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สั่งเร่งสอบสาเหตุ-ช่วยเหลือเต็มที่
- เปิดเงินเยียวยา ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เช็กเอกสารยื่นคำร้องที่นี่
- เปิดคลิปนาทีไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เปลวไฟพุ่งแรง คนกรีดร้องวิ่งวุ่น
- ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว กทม.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
- ไฟไหม้โรงเบียร์ย่านห้าแยกลาดพร้าว เสียชีวิต 27 ราย นายกฯ ลงพื้นที่ติดตาม
ที่มาข้อมูล : สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน/TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : AFP
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
