ทับลานเกิดอะไรขึ้น? จากปมที่ดิน 50 ปี สู่คำถามใหม่ เมื่อบ้านของ "เสือโคร่ง" อาจเล็กลง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทับลานเกิดอะไรขึ้น? จากปมที่ดิน 50 ปี สู่คำถามใหม่ เมื่อบ้านของ "เสือโคร่ง" อาจเล็กลง

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกถกเถียงมากที่สุดของสังคมไทย หลังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติเห็นชอบแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตอุทยานกับพื้นที่ทำกินของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

สำหรับคนในพื้นที่ ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่สิทธิในการอยู่อาศัยและทำกิน แต่สำหรับนักอนุรักษ์ อีกคำถามที่เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นคือ หากพื้นที่ป่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าทับลานจะได้รับผลกระทบอย่างไร โดยเฉพาะ "เสือโคร่ง" สัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุดของระบบนิเวศ ที่กำลังกลับมามีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ทับลาน ไม่ได้เป็นเพียงผืนป่า แต่คือบ้านของสัตว์ป่านับพันชีวิต

อุทยานแห่งชาติทับลานมีพื้นที่ประมาณ 1.39 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

ภายในพื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยป่าไม้สำคัญถึง 4 ประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบชื้น จึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมี และเสือโคร่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านอนุรักษ์พยายามฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ จนปัจจุบันทับลานได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่สำคัญอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากผืนป่าตะวันตก

สรุปข่าว

มติปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานอาจช่วยคลี่คลายปัญหาที่ดินที่ยืดเยื้อมากกว่า 50 ปี แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ขอบป่าอาจกระทบต่อเส้นทางหากินและการเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่ง ซึ่งถือเป็นสัตว์ผู้ล่าสูงสุดและตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกถกเถียงมากที่สุดของสังคมไทย หลังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติเห็นชอบแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตอุทยานกับพื้นที่ทำกินของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

สำหรับคนในพื้นที่ ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่สิทธิในการอยู่อาศัยและทำกิน แต่สำหรับนักอนุรักษ์ อีกคำถามที่เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นคือ หากพื้นที่ป่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าทับลานจะได้รับผลกระทบอย่างไร โดยเฉพาะ "เสือโคร่ง" สัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุดของระบบนิเวศ ที่กำลังกลับมามีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ทับลาน ไม่ได้เป็นเพียงผืนป่า แต่คือบ้านของสัตว์ป่านับพันชีวิต

อุทยานแห่งชาติทับลานมีพื้นที่ประมาณ 1.39 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

ภายในพื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยป่าไม้สำคัญถึง 4 ประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง และป่าดงดิบชื้น จึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมี และเสือโคร่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านอนุรักษ์พยายามฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ จนปัจจุบันทับลานได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่สำคัญอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากผืนป่าตะวันตก

สัตว์ป่าไม่รู้จักแนวเขต แต่รู้จักเพียงเส้นทางหากิน

ความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย

สัตว์ป่าไม่รู้จักโฉนดที่ดิน ไม่รู้ว่าพื้นที่ใดเป็นเขตอุทยานหรือพื้นที่ชุมชน สิ่งที่พวกมันรับรู้คือแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และเส้นทางการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ

เมื่อพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือชุมชน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ป่า

ดร.ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อธิบายว่า สัตว์ป่าที่ปรับตัวได้เร็ว เช่น ช้างป่า มักได้รับแรงดึงดูดจากพืชเกษตรและพืชเชิงเดี่ยวที่มนุษย์ปลูก จนนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ของประเทศ

ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งสวนผลไม้ที่ถูกทำลาย พื้นที่เกษตรที่เสียหาย ไปจนถึงความสูญเสียของทั้งคนและสัตว์ป่า

สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ "เสือโคร่ง"

แม้ช้างป่าจะเป็นสัตว์ที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกลับมองว่า สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่ามากที่สุดอาจเป็น "เสือโคร่ง"

ต่างจากช้างป่าที่สามารถปรับตัวเข้าหาพื้นที่เกษตรได้ เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวต่อกิจกรรมของมนุษย์อย่างมาก ทั้งเสียง แสง การสัญจร และการตั้งถิ่นฐาน

ตามธรรมชาติ เสือโคร่งจะหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่ และถอยลึกเข้าไปในป่าทันทีเมื่อรู้สึกถึงการรบกวน

ดร.ศุภกิจ ระบุว่า แม้การใช้ประโยชน์พื้นที่จะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณขอบป่า แต่ผลกระทบต่อเสือโคร่งอาจมากกว่าที่เห็นจากภายนอก เพราะพื้นที่ชายขอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของอาณาเขตและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างผืนป่าทับลานกับพื้นที่เขาใหญ่

หากเส้นทางดังกล่าวถูกจำกัดหรือถูกแบ่งย่อยมากขึ้น ย่อมส่งผลต่อการขยายอาณาเขต การกระจายตัว และการเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในระยะยาว

เมื่อเสือหนุ่มเริ่มออกเดินทาง

นายสัตวแพทย์ชิษณุ ติยะเจริญศรี รองประธานมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ชาวบ้านในพื้นที่บ้านกะเหรี่ยงน้ำตก อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พบเสือโคร่งเดินอยู่ใกล้ชุมชน

หลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นเสือโคร่งอายุประมาณ 2 ปี ซึ่งอยู่ในวัยที่ต้องแยกตัวออกจากแม่เพื่อสร้างอาณาเขตของตัวเอง

ตามธรรมชาติ เสือหนุ่มจะออกเดินทางไกลเพื่อค้นหาพื้นที่ใหม่ที่มีอาหารเพียงพอและไม่มีเสือตัวอื่นครอบครอง

การพบเสือใกล้ชุมชนจึงไม่ได้หมายความว่าเสือกำลังเข้าหาคนเสมอไป แต่อาจสะท้อนว่าพื้นที่ที่เคยเป็นเส้นทางหากินหรือพื้นที่เชื่อมต่อของสัตว์ป่ากำลังมีมนุษย์เข้าไปใช้ประโยชน์มากขึ้น

เสือโคร่ง คือสัญลักษณ์ของป่าที่สมบูรณ์

ในทางนิเวศวิทยา เสือโคร่งถือเป็นผู้ล่าสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

การที่พื้นที่หนึ่งสามารถรองรับเสือโคร่งได้ หมายความว่าพื้นที่นั้นต้องมีสัตว์เหยื่อจำนวนมาก มีแหล่งน้ำที่เพียงพอ และมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักอนุรักษ์มักใช้จำนวนประชากรเสือโคร่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสุขภาพของผืนป่า

หากพื้นที่อาศัยของเสือโคร่งลดลง ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสัตว์ชนิดเดียว แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทั้งผืนป่า

โจทย์ใหญ่หลังจากนี้

การแก้ปัญหาที่ดินและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า "จะเลือกคนหรือเลือกป่า" หากแต่อยู่ที่ว่าจะออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไร เพื่อให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะเดียวกันสัตว์ป่ายังสามารถดำรงชีวิตอยู่ในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติได้

เพราะสุดท้ายแล้ว ทับลานไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พิพาทเรื่องที่ดิน แต่เป็นบ้านของสัตว์ป่านับพันชนิด และเป็นหนึ่งในผืนป่าสำคัญที่สุดของประเทศไทยที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์