
จากประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีบุคคลที่ถูกเรียกว่า “รองซีฟู้ด” ในจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดได้กลายเป็นเรื่องระดับประเทศ หลังถูกหยิบยกขึ้นหารือกลางที่ประชุมมอบนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ก่อนจะตามมาด้วยคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย มีผลทันทีในวันถัดมา
แม้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการปกครองส่วนภูมิภาค และกลายเป็นหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้
จุดเริ่มต้นของฉายา “รองซีฟู้ด”
กระแสเริ่มจากการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตรายหนึ่งว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารทะเล รวมถึงมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่อ้างว่ามีการพูดในลักษณะสามารถผลักดันการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ทำให้เรื่องดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเกิดคำถามต่อบทบาทของข้าราชการระดับสูงในพื้นที่
สรุปข่าว
จากประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีบุคคลที่ถูกเรียกว่า “รองซีฟู้ด” ในจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดได้กลายเป็นเรื่องระดับประเทศ หลังถูกหยิบยกขึ้นหารือกลางที่ประชุมมอบนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ก่อนจะตามมาด้วยคำสั่งโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย มีผลทันทีในวันถัดมา
แม้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการปกครองส่วนภูมิภาค และกลายเป็นหนึ่งในประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้
จุดเริ่มต้นของฉายา “รองซีฟู้ด”
กระแสเริ่มจากการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตรายหนึ่งว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารทะเล รวมถึงมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่อ้างว่ามีการพูดในลักษณะสามารถผลักดันการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ทำให้เรื่องดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเกิดคำถามต่อบทบาทของข้าราชการระดับสูงในพื้นที่
เรื่องถึงห้องประชุมมหาดไทย
ระหว่างการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หยิบยกประเด็น “รองซีฟู้ด” ขึ้นมาพูดต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
โดยระบุว่าตนเองไม่เคยรู้จักหรือพบผู้ที่ถูกเรียกว่า “รองซีฟู้ด” มาก่อน พร้อมสอบถามในที่ประชุมถึงบุคคลที่ถูกพาดพิงจากกระแสข่าวที่กำลังเกิดขึ้น
ระหว่างนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่มีชื่อเล่นว่า “กุ้ง” ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่าจังหวัดภูเก็ตมีรองผู้ว่าฯ ที่ชื่อเล่น “กุ้ง” อยู่ 2 คน และขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งว่าจะส่งคำชี้แจงเป็นเอกสารผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวข้องกับหลายบุคคล
อนุทินย้ำ รองผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจย้ายผู้ว่าฯ
ในที่ประชุม นายอนุทินย้ำอย่างชัดเจนว่า การแต่งตั้งหรือโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกระบวนการตามกฎหมายและระเบียบราชการ ผ่านการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรี
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีอำนาจดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้เอง และมอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ยังย้ำว่าข้าราชการทุกระดับต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบบริหารราชการแผ่นดิน
คำสั่งย้ายด่วน 5 รองผู้ว่าฯ
ต่อมาในวันเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โยกย้ายข้าราชการตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 5 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
รายชื่อประกอบด้วย
- นางวจิราพร อมาตยกุล จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
- นายธีระพงศ์ ช่วยชู จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
- ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
- นายอดุลย์ ชูทอง จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
- นายรอมดอน หะยีอาแว จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตมีการเปลี่ยนตัวรองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมกัน 2 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากสังคม
ทำไมการย้ายครั้งนี้จึงถูกจับตา
แม้เอกสารคำสั่งจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการตามอำนาจบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย แต่การเกิดขึ้นหลังจากประเด็น “รองซีฟู้ด” ถูกพูดถึงกลางที่ประชุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้หลายฝ่ายเชื่อมโยงว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบการบริหารในพื้นที่
ขณะเดียวกัน รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยังเดินหน้าตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการและการบริหารงานภาครัฐ
สถานะล่าสุด
ขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งประเด็นผลประโยชน์ในพื้นที่ คลิปที่ถูกเผยแพร่ และการกล่าวอ้างเรื่องอำนาจในการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด
ส่วนผู้ที่ถูกพาดพิงได้แสดงจุดยืนพร้อมชี้แจงข้อมูลผ่านช่องทางราชการ และขอให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักความเป็นธรรม
- ไทย–เวียดนาม สานต่อผลสำเร็จ ต่อยอดวิสัยทัศน์ “จับมือและเติบโตไปด้วยกัน”
- นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์ เวที ASEAN Future Forum วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงจับต้องได้จริง
- นายกฯ ตั้ง 5 คณะอนุฯปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9%
- นายกฯ สั่งทุกหน่วยกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ นอมินี และกลุ่มทุนแฝงกฎหมาย
- นายกฯ ยืนยันทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
บรรณาธิการออนไลน์
