
การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 กลับมาเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่งผลให้หลายพรรคการเมืองและภาคประชาชนเร่งเดินหน้าผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่กระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการและปรับปรุงร่าง โดยยังไม่เข้าสู่การพิจารณาลงมติของรัฐสภา ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องหาข้อยุติคือรูปแบบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการจัดทำร่างให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อไทยนัดถกร่างใหม่ 16 มิ.ย. ก่อนยื่นเข้าสภา
ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคเพื่อไทยเตรียมนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่เข้าสู่การประชุมพรรคในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เพื่อพิจารณาถ้อยคำและรายละเอียดทางกฎหมาย ก่อนรวบรวมรายชื่อและยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยสามารถรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาสนับสนุนร่างแก้ไขมาตรา 256 และการเพิ่มหมวด 15/1 ได้จำนวน 189 รายชื่อ จาก 7 พรรคการเมือง และมีแผนยื่นต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกชะลอชั่วคราวเพื่อปรับเนื้อหาให้มีความรอบคอบมากขึ้น หลังเกิดความเห็นต่างเกี่ยวกับรายละเอียดของร่าง รวมถึงการถอนรายชื่อสนับสนุนของสมาชิกบางส่วนจากพรรคภูมิใจไทย
สรุปข่าว
การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 กลับมาเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่งผลให้หลายพรรคการเมืองและภาคประชาชนเร่งเดินหน้าผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่กระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการและปรับปรุงร่าง โดยยังไม่เข้าสู่การพิจารณาลงมติของรัฐสภา ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องหาข้อยุติคือรูปแบบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการจัดทำร่างให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อไทยนัดถกร่างใหม่ 16 มิ.ย. ก่อนยื่นเข้าสภา
ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคเพื่อไทยเตรียมนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่เข้าสู่การประชุมพรรคในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เพื่อพิจารณาถ้อยคำและรายละเอียดทางกฎหมาย ก่อนรวบรวมรายชื่อและยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยสามารถรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาสนับสนุนร่างแก้ไขมาตรา 256 และการเพิ่มหมวด 15/1 ได้จำนวน 189 รายชื่อ จาก 7 พรรคการเมือง และมีแผนยื่นต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกชะลอชั่วคราวเพื่อปรับเนื้อหาให้มีความรอบคอบมากขึ้น หลังเกิดความเห็นต่างเกี่ยวกับรายละเอียดของร่าง รวมถึงการถอนรายชื่อสนับสนุนของสมาชิกบางส่วนจากพรรคภูมิใจไทย
ปมสำคัญอยู่ที่ “สสร.” และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ประเด็นหลักที่กำลังถูกหารือคือรูปแบบที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ซึ่งแต่ละฝ่ายมีแนวคิดแตกต่างกัน
พรรคเพื่อไทยยังยืนยันหลักการเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบกลไกให้ไม่ขัดต่อแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางไว้
ด้านพรรคภูมิใจไทยระบุว่า พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากร่างดังกล่าวไม่ขัดต่อ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่
1. ไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
2. ไม่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
3. ไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรคยังไม่ได้เห็นร่างฉบับใหม่ของพรรคเพื่อไทย แต่หากเนื้อหาไม่ขัดต่อหลักการดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่สนับสนุน
หลายโมเดลแข่งขันกันในสภา
ปัจจุบันมีข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากหลายฝ่าย
พรรคประชาชน
เสนอให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- การมีส่วนร่วมของประชาชน
- ป้องกันการผูกขาดอำนาจในการยกร่าง
- ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้วุฒิสภาในการกำหนดเนื้อหารัฐธรรมนูญ
พรรคภูมิใจไทย
สนับสนุนแนวทางที่ให้ผู้ยกร่างได้รับการคัดเลือกผ่านกลไกของรัฐสภา มากกว่าการเลือกตั้งโดยตรง เนื่องจากเห็นว่าการเลือก สสร. โดยตรงอาจมีประเด็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
กลุ่ม ส.ว.
อีกหนึ่งข้อเสนอที่กำลังรวบรวมรายชื่อคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผลักดันโดยกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ซึ่งเสนอให้มี "สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน" จำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนและรับรองร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่คณะผู้ยกร่างจะมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา
ประชามติเปิดทาง แต่สภายังต้องหาฉันทามติ
ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีผู้ใช้สิทธิ 36.8 ล้านคน และมีผู้เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประมาณ 21.6 ล้านคน
แม้ผลประชามติจะสะท้อนความต้องการของประชาชนในระดับหนึ่ง แต่การผลักดันเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติยังต้องอาศัยความเห็นร่วมจากพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และการออกแบบกลไกที่สามารถเดินหน้าได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
จับตาปลายเดือนมิถุนายน
หลังการประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 16 มิถุนายนนี้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงแนวทางรวบรวมเสียงสนับสนุนเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
ขณะเดียวกัน กลุ่ม ส.ว. และภาคประชาชนก็อยู่ระหว่างเดินหน้ารวบรวมรายชื่อสนับสนุนร่างของตนเอง ทำให้ช่วงปลายเดือนมิถุนายนอาจเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น
- พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอ 47 กฎหมาย มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยกลไกนิติบัญญัติ
- พรรคเพื่อไทย แจงปม "สุริยะ" ซื้อเครื่องบินหรู 862 ล้าน แต่แจ้ง ป.ป.ช. 30 ล้าน
- เพื่อไทยพิจิตร เขต 3 ลุยบางมูลนาก ชูนโยบายประกันกำไรเกษตร 30%
- พรรคเพื่อไทย ชูยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ระบบสุขภาพยุค AI
- “ยศชนัน - จุลพันธ์” นำเพื่อไทยอยุธยา รับฟังปัญหาน้ำท่วม
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
บรรณาธิการออนไลน์
