เปิด 27 ความจริง บนเส้นทาง 27 ปี “มูลนิธิปวีณาฯ” บันทึกการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของเด็กและสตรี

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 27 ความจริง บนเส้นทาง 27 ปี “มูลนิธิปวีณาฯ” บันทึกการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของเด็กและสตรี

ย้อนเส้นทาง 27 ปี 27 ความจริงของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” ที่ก่อตั้งโดย นางปวีณา หงสกุล จากจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือเด็กหญิงผู้ถูกละเมิดสิทธิ สู่การเป็นที่พึ่งของเด็ก สตรี และประชาชนผู้เดือดร้อนกว่า 200,000 รายทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษครึ่งแห่งการทำงานเพื่อสังคม

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ นางปวีณา หงสกุล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2542 ด้วยเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย โดยตลอด 27 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้รับเรื่องร้องทุกข์สะสมมากกว่า 200,000 เรื่อง ครอบคลุมปัญหาสังคมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ไปจนถึงอาชญากรรมออนไลน์ในยุคดิจิทัล

จากจุดเริ่มต้นของ นางปวีณา หงสกุล ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อาจนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กและสตรี วันนี้มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีได้เติบโตเป็นหนึ่งในองค์กรสำคัญของประเทศด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี ทำหน้าที่ประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้ด้วยตนเอง และยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อผู้ไร้เสียงในสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้งจนถึงปัจจุบัน.

27 ปี 27 ความจริง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

1. จุดเริ่มต้นจากน้ำตาของเด็กหญิงวัย 11 ปี
แรงบันดาลใจสำคัญของนางปวีณา หงสกุล เกิดขึ้นจากการพบเด็กหญิงวัย 11 ปี ที่ถูกพ่อเลี้ยงนำไปแสวงหาประโยชน์ทางเพศ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอตัดสินใจอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกละเมิดสิทธิ

2. ก่อนมีมูลนิธิ มี “ชุดเฉพาะกิจปวีณา”
ในปี 2537 มีการจัดตั้ง “ชุดเฉพาะกิจปวีณา” เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี โดยลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงหลายจังหวัด และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเหยื่อจำนวนมากในช่วงเวลานั้น


สรุปข่าว

27 ปีของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คือเส้นทางการช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ รับเรื่องร้องทุกข์สะสมกว่า 200,000 เรื่อง ครอบคลุมปัญหาสังคม 14 ประเภท ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัว การค้ามนุษย์ จนถึงภัยออนไลน์ พร้อมยืนหยัดเป็นที่พึ่งของผู้ไร้เสียงในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

ย้อนเส้นทาง 27 ปี 27 ความจริงของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” ที่ก่อตั้งโดย นางปวีณา หงสกุล จากจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือเด็กหญิงผู้ถูกละเมิดสิทธิ สู่การเป็นที่พึ่งของเด็ก สตรี และประชาชนผู้เดือดร้อนกว่า 200,000 รายทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษครึ่งแห่งการทำงานเพื่อสังคม

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ นางปวีณา หงสกุล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2542 ด้วยเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย โดยตลอด 27 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้รับเรื่องร้องทุกข์สะสมมากกว่า 200,000 เรื่อง ครอบคลุมปัญหาสังคมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ การค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ไปจนถึงอาชญากรรมออนไลน์ในยุคดิจิทัล

จากจุดเริ่มต้นของ นางปวีณา หงสกุล ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อาจนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กและสตรี วันนี้มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีได้เติบโตเป็นหนึ่งในองค์กรสำคัญของประเทศด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี ทำหน้าที่ประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้ด้วยตนเอง และยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อผู้ไร้เสียงในสังคมไทยอย่างไม่หยุดยั้งจนถึงปัจจุบัน.

27 ปี 27 ความจริง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

1. จุดเริ่มต้นจากน้ำตาของเด็กหญิงวัย 11 ปี
แรงบันดาลใจสำคัญของนางปวีณา หงสกุล เกิดขึ้นจากการพบเด็กหญิงวัย 11 ปี ที่ถูกพ่อเลี้ยงนำไปแสวงหาประโยชน์ทางเพศ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอตัดสินใจอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกละเมิดสิทธิ

2. ก่อนมีมูลนิธิ มี “ชุดเฉพาะกิจปวีณา”
ในปี 2537 มีการจัดตั้ง “ชุดเฉพาะกิจปวีณา” เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี โดยลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงหลายจังหวัด และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเหยื่อจำนวนมากในช่วงเวลานั้น


3. จากงานอาสาสู่การก่อตั้งมูลนิธิ
เมื่อปัญหาสังคมขยายตัวและซับซ้อนขึ้น การทำงานในลักษณะเฉพาะกิจจึงไม่เพียงพอ จนนำมาสู่การก่อตั้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2542 เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบและยั่งยืนมากขึ้น

4. ผู้ก่อตั้งมีประสบการณ์หลากหลายก่อนเข้าสู่การเมือง
นางปวีณาเคยทำงานในสถานทูตสหรัฐอเมริกา เป็นผู้จัดการธนาคาร และผู้บริหารธุรกิจโรงแรม ก่อนเข้าสู่บทบาททางการเมืองและงานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจปัญหาของประชาชนในหลายมิติ

5. ส.ส.หญิงที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง
ตลอดการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย นางปวีณาเป็นที่รู้จักจากการเปิดรับฟังปัญหาของประชาชนด้วยตนเอง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

6. ผู้ผลักดันสิทธิสตรีในรัฐสภายุคแรก
ในช่วงเวลาที่บทบาทสตรีในเวทีการเมืองยังมีไม่มาก เธอได้รับเลือกเป็นประธานชมรมรัฐสภาสตรีไทยคนแรก และมีส่วนผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กและสตรีหลายฉบับ

7. ร่วมผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้าประเวณี
แนวคิดสำคัญคือการมองผู้ถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศในฐานะผู้เสียหายที่ต้องได้รับการคุ้มครองและฟื้นฟู มากกว่าการถูกตีตราหรือดำเนินคดี

8. เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 3 กระทรวง
นางปวีณาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

9. สายด่วน 1134 คือประตูแห่งความหวัง
สายด่วน 1134 เปิดรับแจ้งเหตุจากผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ทั้งกรณีความรุนแรงในครอบครัว การค้ามนุษย์ เด็กถูกทำร้าย และปัญหาสังคมรูปแบบต่าง ๆ

10. รับเรื่องร้องทุกข์สะสมกว่า 200,000 เรื่อง
จากตัวเลขกว่า 180,000 เรื่องในช่วงครบรอบ 27 ปี ปัจจุบันยอดรับเรื่องร้องทุกข์ของมูลนิธิเพิ่มขึ้นเกิน 200,000 เรื่องแล้ว สะท้อนถึงความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศ

11. รับเรื่องปัญหาสังคมมากถึง 14 ประเภท
ครอบคลุมทั้งปัญหาครอบครัว การค้ามนุษย์ เด็กหาย ยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ หนี้นอกระบบ และการละเมิดสิทธิในรูปแบบต่าง ๆ

12. เหยื่ออายุน้อยที่สุดเพียง 3 ขวบ 5 เดือน
หนึ่งในสถิติที่สร้างความสะเทือนใจ คือการพบเด็กอายุเพียง 3 ขวบ 5 เดือน ที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ สะท้อนความจำเป็นในการเฝ้าระวังและคุ้มครองเด็กอย่างเข้มข้น

13. ความรุนแรงจำนวนมากเกิดจากคนใกล้ตัว
หลายคดีพบว่าผู้กระทำเป็นบุคคลในครอบครัว เช่น พ่อเลี้ยง สามี หรือญาติใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบ้านและยากต่อการเปิดเผย

14. ปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องร้องทุกข์อันดับหนึ่ง
ข้อมูลในปี 2567 พบว่าปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเลี้ยงดูบุตรและค่าอุปการะ เป็นเรื่องร้องทุกข์ที่พบมากที่สุด

15. อาชญากรรมออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งการหลอกลงทุน หลอกโอนเงิน หลอกทำงานต่างประเทศ การเปิดบัญชีม้า และการข่มขู่ทางออนไลน์ กลายเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่มูลนิธิต้องรับมือมากขึ้น

16. ช่วยเหยื่อค้ามนุษย์กลับบ้านจากหลายประเทศ
มูลนิธิมีบทบาทช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อในต่างประเทศ ทั้งในตะวันออกกลาง เมียนมา และหลายประเทศ ผ่านความร่วมมือกับสถานทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


17. การลงพื้นที่คือหัวใจของการทำงาน
เจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องเดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่

18. เป็นต้นแบบการพัฒนาศูนย์ช่วยเหลือของรัฐ
แนวทางการทำงานของมูลนิธิถูกนำไปต่อยอดสู่การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมและกลไกคุ้มครองประชาชนในระดับภาครัฐ

19. มีทีมงานเบื้องหลังมากกว่า 30 คน
นอกเหนือจากภาพจำของนางปวีณา ยังมีทีมเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ทำหน้าที่รับเรื่อง ติดตามคดี และประสานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

20. ทุกเรื่องต้องตรวจสอบก่อนช่วยเหลือ
การทำงานของมูลนิธิยึดหลักข้อเท็จจริง มีการตรวจสอบข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการทุกครั้ง

21. รับเรื่องเฉลี่ยวันละประมาณ 30 เรื่อง
ในแต่ละวันมีประชาชนติดต่อขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าปัญหาสังคมยังคงเกิดขึ้นทุกวัน

22. ปี 2559 มีเรื่องร้องทุกข์สูงสุดในรอบ 17 ปี
มีการรับเรื่องมากถึง 9,157 ราย โดยเฉพาะคดีความรุนแรงทางเพศ การทำร้ายร่างกาย และปัญหาครอบครัว

23. สื่อมวลชนคือพันธมิตรสำคัญ
หลายคดีได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วหลังถูกนำเสนอผ่านสื่อ ทำให้สังคมรับรู้และเกิดการติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

24. ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
นางปวีณาได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมและบรรยายในเวทีต่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กและสตรี รวมถึงการป้องกันการค้ามนุษย์

25. ภารกิจขยายสู่การช่วยเหลือข้ามพรมแดน
การช่วยเหลือไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังครอบคลุมคนไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศด้วย

26. ขับเคลื่อนด้วยพลังศรัทธาของประชาชน
การดำเนินงานจำนวนมากเกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของประชาชน ผู้บริจาค และภาคีเครือข่ายที่ร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

27. 27 ปีผ่านไป ภารกิจยังไม่สิ้นสุด
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ แต่รูปแบบปัญหาสังคมยังคงเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนขึ้น ทั้งภัยออนไลน์ ความรุนแรงในครอบครัว และการค้ามนุษย์ ทำให้มูลนิธิยังคงต้องเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของเด็ก สตรี และประชาชนผู้เดือดร้อนจำนวนมาก จากจุดเริ่มต้นของความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเด็กคนหนึ่ง สู่การเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่รับเรื่องร้องทุกข์มากกว่า 200,000 เรื่อง และยังคงเดินหน้าสร้างโอกาส เข้าถึงความเป็นธรรม และคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์