เตือน! แลกสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นเงินสด ผิดฐานฉ้อโกง มีโทษหนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือน! แลกสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นเงินสด ผิดฐานฉ้อโกง มีโทษหนัก

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส

ภายหลังรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาเตือนประชาชนและร้านค้าอย่างเข้มงวดว่า ห้ามนำสิทธิประโยชน์จากโครงการไปแลกเป็นเงินสด หรือดำเนินการในลักษณะทุจริตโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกง

แลกสิทธิเป็นเงินสด ผิดกฎหมาย

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง 

พร้อมเน้นย้ำว่า การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์โครงการและผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341

สรุปข่าว

รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามแลกเป็นเงินสดเด็ดขาด ฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส

ภายหลังรัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาเตือนประชาชนและร้านค้าอย่างเข้มงวดว่า ห้ามนำสิทธิประโยชน์จากโครงการไปแลกเป็นเงินสด หรือดำเนินการในลักษณะทุจริตโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกง

แลกสิทธิเป็นเงินสด ผิดกฎหมาย

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง 

พร้อมเน้นย้ำว่า การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์โครงการและผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341

เตือนผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด

“รัฐบาลสั่งการให้ติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบทำความผิดจริงจะระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านดังกล่าว พร้อมทั้งระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิ์อื่นๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ 

นอกจากนี้ ผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด จะถูกส่งข้อมูลให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมายในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569  กระทรวงการคลัง โทร 02 273 9020 ต่อ 3697 3527 3548 3509  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร 02-111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 

รวมถึงประคับประคองเศรษฐกิจฐานราก ไปพร้อมกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ แลกสิทธิเด็ดขาด เข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

การใช้สิทธิสำหรับประชาชน

เงื่อนไขการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

-ก่อนใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิ

-การซื้อ - ขายสินค้า/รับ - ให้บริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด

-ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 - 23:00 น. ของทุกวัน

-ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ 

กรณีซื้ออาหาร/เครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี)

-การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าเฉพาะประเภทอาหาร/เครื่องดื่มโดยประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เท่านั้น

- รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ

-ใช้สิทธิตามโครงการเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 06:00 - 21:00 น. ของทุกวัน

ห้ามมีการรับหรือเรียกเงินทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์รูปแบบอื่นนอกจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ไม่ว่ากรณีใด

-การซื้อ-ขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อ-ขายกันจริง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกันหรือเป็นบุคคลเดียวกัน 


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ไทยช่วยไทยพลัส.th/

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล/ไทยช่วยไทยพลัส

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ