สทนช. กางแผนที่เสี่ยง 7 อำเภอรับมือฝนทะลุ 200 มม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช. กางแผนที่เสี่ยง 7 อำเภอรับมือฝนทะลุ 200 มม.

นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดว่า ในช่วง 12 ชั่วโมงข้างหน้า มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากความเสี่ยงฝนตกหนักและฝนสะสม

พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ซึ่งอาจเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน รวมถึงมีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในบางพื้นที่

สรุปข่าว

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569 อย่างเป็นทางการ แต่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าปริมาณฝนรวมทั้งปีจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 10% ขณะที่หลายพื้นที่ยังเสี่ยงเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่มเป็นระยะ สทนช. เตือนเฝ้าระวังฝนหนักในภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยเฉพาะจันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็

นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดว่า ในช่วง 12 ชั่วโมงข้างหน้า มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากความเสี่ยงฝนตกหนักและฝนสะสม

พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ซึ่งอาจเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน รวมถึงมีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในบางพื้นที่

นครศรีธรรมราชครองสถิติฝนสูงสุดของประเทศ

สำหรับปริมาณฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราชมีปริมาณฝนสูงสุดของประเทศที่ 180 มิลลิเมตร

รองลงมา ได้แก่ จังหวัดนครนายก 96 มิลลิเมตร จังหวัดเชียงใหม่ 81 มิลลิเมตร จังหวัดเพชรบุรี 72 มิลลิเมตร และจังหวัดนครปฐม 65 มิลลิเมตร

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนลักษณะฝนที่กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะเด่นของสภาพอากาศในยุคปัจจุบัน ที่บางพื้นที่อาจเผชิญฝนตกหนักมากในเวลาอันสั้น ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนน้อยกว่าปกติ

ฤดูฝนปี 2569 ฝนน้อยกว่าปกติร้อยละ 10

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หลังองค์ประกอบทางอุตุนิยมวิทยาเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งปริมาณฝน การเปลี่ยนทิศทางลมระดับล่างและระดับบน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของฤดูฝนปีนี้มีความแตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนรวมทั้งประเทศจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 และน้อยกว่าปี 2568

ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ฝนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก แต่หลังจากนั้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม หลายพื้นที่อาจเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาคการเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกที่พึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก

ช่วงอันตรายอยู่ที่เดือนสิงหาคม-กันยายน

แม้ภาพรวมทั้งปีจะมีฝนน้อยลง แต่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เนื่องจากเป็นช่วงที่มรสุมมีกำลังแรงและมีโอกาสได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำหรือพายุหมุนเขตร้อน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ พื้นที่เสี่ยงอาจเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยมีประวัติเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย