"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน" ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน" ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้

สรุปข่าว

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน" จุดเริ่มต้นของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการสวัสดิการแห่งรัฐเริ่มต้นจากความต้องการได้รับข้อมูล ที่แท้จริงของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและยากจน จึงเปิดให้มีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปี 2559 ซึ่งขณะนั้นมีคนมาลงทะเบียนประมาณ 8 ล้านคน พอดีเกิดปัญหาภัยแล้ง รัฐบาล จึงโอนเงินช่วยเหลือให้ไปก่อนสำหรับคนกลุ่มนี้ที่มีทั้งภาคเกษตร และนอกภาคเกษตร ให้ไปคนละ 3,000 บาท และ 1,500 บาท


จากนั้นในปีพ.ศ. 2560 เปิดลงทะเบียนอีกรอบ มีผู้มาลงทะเบียน เพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านคน แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติทำให้เหลือ ประมาณ 11.4 ล้านคน และนำไปสู่การให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ซึ่งถือเป็นระยะที่ 1 จากนั้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 2 คือมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่ได้ เป็นการให้เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่พัฒนาให้มีงานทำ มีทักษะฝีมือ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย



บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้ภาพจาก TNN Online

 


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรบ้าง


ทุกวันที่ 1 ของเดือน (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)

- วงเงินซื้อสินค้า 200/300 บาทต่อเดือน 

- มาตรการเพิ่มกำลังซื้อ 200 บาท (ก.ย. - ต.ค. 65)

- ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน (ก.ค. - ก.ย. 65)

-ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน 

-ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน 

-ค่าโดยสารรถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) และ ขสมก. 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล) 


ทุกวันที่ 15 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

- เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ 50/100 บาทต่อเดือน 

(ผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิตั้งแต่ ต.ค. 64 - ก.ค. 65 จะได้รับเงินเข้าบัตรฯ ในเดือน เม.ย. - ก.ย. 65)


ทุกวันที่ 18 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

- เงินคืนค่าไฟฟ้า  ไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน)

- เงินคืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 

315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรฯ เป็นผู้ชำระเอง) 


ทุกวันที่ 22 ของเดือน (สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้)

- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ)


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้ภาพจาก กรมบัญชีกลาง

 


เงื่อนไขการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   ลงทะเบียนลดค่าไฟฟ้า  

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเป็นผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ 1 สิทธิต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน และต่อหนึ่งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น

2. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือน ตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าแต่ไม่เกิน 315 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 315.-บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะไม่ได้สิทธิจากมาตรการนี้

3. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าเต็มจำนวนตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้า และกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ต่อไป

4. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 50 หน่วยในเดือนใด จะไม่ได้รับสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนนั้น

5. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องการใช้สิทธิในการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ต้องลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ กฟภ. กำหนด และให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน

6. เริ่มตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือน ต.ค. 2564 – ก.ย. 2565


เงื่อนไขการใช้สิทธิ ลงทะเบียนลดค่าน้ำประปา   

1. เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 ครัวเรือน ใช้ได้เพียง 1 สิทธิ เท่านั้น)

2. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลงทะเบียนแจ้งใช้สิทธิที่สำนักงาน กปภ. ทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ https://register.pwa.co.th/welfare-register (ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เคยลงทะเบียนแจ้งใช้สิทธิ์ไว้กับ กปภ. แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

3. ค่าน้ำประปาที่ได้รับสิทธิ คือ ค่าน้ำประปาประจำเดือน ตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 (ใบแจ้งค่าน้ำประปาเดือนพฤศจิกายน 2564 – ตุลาคม 2565) รวมระยะเวลา 12 เดือน

4. สนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือน (ตามจำนวนเงินที่ใช้จริง)

5. กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาท

6. หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปา

7. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนแล้วสามารถชำระเงินค่าน้ำประปาที่สำนักงาน กปภ.สาขา หรือชำระเงินผ่านช่องทางรับชำระของ กปภ. ได้ตามปกติ

8. กรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่องกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (ช่อง e-Money) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564

9. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ PWA Contact Center 1662


ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำผ่านทางเว็บการประปาส่วนภูมิภาค ไปที่เว็บไซต์  https://register.pwa.co.th/welfare-register

การประปานครหลวง ไปที่เว็บไซต์ https://eservicesapp.mwa.co.th/welfareregist


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ใบเก่า ยังใช้ได้หรือไม่

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่มีการเปิดรับลงทะเบียนโครงการ ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบันยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการ สำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้


เปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน รอบใหม่ 2565


กระทรวงการคลัง จะเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 ตามช่องทางเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง  https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ http://welfare.mof.go.th และการลงทะเบียน ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานคลังจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานเมืองพัทยา สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  สาขาธนาคารออมสิน และสาขาธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) 


คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 มีดังนี้

 

1 ) มีสัญชาติไทย

 2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

 3) ไม่เป็นบุคคล ดังต่อไปนี้ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

 4) รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง และหากมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง (การคำนวณรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนคำนวณได้จากการรวมรายได้ของผู้ลงทะเบียน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียน หารด้วยจำนวนบุคคลทั้งหมดในครอบครัว)

 5) ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ ของผู้ลงทะเบียนต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และหากมีครอบครัว ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (การคำนวณทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนคำนวณได้จากการรวมมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินของผู้ลงทะเบียน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียน หารด้วยจำนวนบุคคลทั้งหมดในครอบครัว)

6) อสังหาริมทรัพย์ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

6.1) กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว


1) ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)

1.1) กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว: บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา และ/หรือ ห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

1.2) กรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

2) ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย: ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ 


6.2) กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

1) ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)

1.1) กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว

1.1.1) กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดินที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวแยกจากกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา

กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดินที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวร่วมกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา

1.1.2) กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดแยกจากกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดร่วมกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

1.2) กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่

2) ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย: ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่ 

7) ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีบัตรเครดิต ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ ได้แก่ วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือ วงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท


แบบฟอร์มเอกสารลงทะเบียน/หนังสือมอบอำนาจ

-สำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือ ผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเองลูกหลานสามารถดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจได้ คลิกที่นี่

-แบบฟอร์มการลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คลิกที่นี่


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้ภาพจาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 


การประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ 

กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของ ผู้ลงทะเบียนภายในเดือนมกราคม 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือ http://welfare.mof.go.th โดยมีรายละเอียด  ดังนี้

2.1 สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน

เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ที่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยฯ โดยสามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติช่วงเดือนมกราคม 2566 

2.2 สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ สามารถดำเนินการยื่นเรื่องอุทธรณ์ผ่านทางเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติช่วงเดือนมกราคม 2566



ไม่ผ่านการพิจารณาทำอย่างไร

ทั้งนี้ หากผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ไม่ผ่านการพิจารณาให้ติดต่อสอบถามหน่วยงานเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ดังนี้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ใช้จ่ายอะไรได้บ้าง แบบไหนกดเป็นเงินสดได้-ไม่ได้


ที่มา thaigov / กรมบัญชีกลาง

ภาพจาก AFP / กรุงไทย / TNN Online

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน
วิธีกรอกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วิธีกรอกบัตรคนจน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณสมบัติ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
ลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่
บัตรคนจนรอบใหม่
sticky-bar-top