
สรุปข่าว
ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งสำหรับการคมนาคมในประเทศเยอรมนี ที่ล่าสุดเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนเต็มรูปแบบ เสริมทัพการเดินทางรูปแบบใหม่ ที่นอกจากจะช่วยลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ ยังช่วยลดเสียงรบกวนขณะวิ่งได้อีกด้วย
ภาพจาก อัลสตอม (Alstom)
สำหรับบริการรถไฟนี้มีชื่อว่า โคเรเดีย ไอลินต์ (Coradia iLint) ซึ่งเปิดตัวในฐานะรถไฟขบวนแรกของโลกที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ พัฒนาโดยบริษัท อัลสตอม (Alstom) นำมาใช้ในเยอรมนีภายใต้ข้อตกลงมูลค่ากว่า 93,000,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,300,000,000 บาท
ซึ่งเยอรมนีจะนำรถไฟพลังงานไฮโดรเจนนี้ มาแทนที่การใช้รถไฟดีเซลแบบเดิมทั้งสิ้น 14 ขบวน วิ่งบนเส้นทางในเมืองเบรเมอร์เวอร์เด รัฐโลเวอร์แซกโซนี (Bremervörde, Lower Saxony) และจะเริ่มให้บริการตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป
ภาพจาก อัลสตอม (Alstom)โดยบริษัทเคลมว่า รถไฟใช้พลังงานไฮโดรเจนเพียง 1 กิโลกรัม ก็สามารถขับเคลื่อนได้เทียบเท่ากับการใช้เชื้อเพลิงดีเซล 4.5 กิโลกรัม อีกทั้งยังให้ระยะการเดินทางที่ค่อนข้างไกลถึง 1,000 กิโลเมตร และใช้เวลาพักเติมพลังงานเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ตัวรถไฟยังสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีต้นทุนค่าบำรุงรักษาต่ำแต่ใช้งานได้ยาวนาน ไม่มีการปล่อยมลพิษ และยังให้เสียงรบกวนต่ำ ทำให้มีประสบการณ์เดินทางที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัททำการทดสอบรถไฟพลังไฮโดรเจนเป็นเวลาสองปีเต็ม ก่อนจะนำมาใช้ในเยอรมนี โดยปัจจุบันเยอรมนีเอง ก็มีรถไฟดีเซลประมาณ 4,000 ขบวนบนรางที่อาจจะมีแผนทยอยเปลี่ยนไปใช้เป็นรถไฟพลังงานไฟฟ้า หรือรถไฟพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในอนาคต และนอกจากเยอรมนีแล้ว ขณะนี้บริษัท ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนารถไฟอีก 6 ขบวนเพื่อนำไปใช้อิตาลี และอีก 12 ขบวนในฝรั่งเศส ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสู่การลดการปล่อยมลพิษในวงการคมนาคมด้วยรถไฟต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก
- รัสเซียอ้างเยอรมนี "กระหายสงคราม" และเข้ามามีส่วนในสงครามโดยตรงแล้ว
- นักวิทย์ฯ พบวิธีค้นหาแหล่งก๊าซไฮโดเจนธรรมชาติ ปูทางใช้พลังงานสะอาดแสนปี
- 3 หนุ่ม 3 มุม "มาครง, สตาร์เมอร์, แมร์ซ" ร่วมทริปรถไฟหา "เซเลนสกี"
- พณ.ย้ำส่งออกโตต่อ ชวนเยอรมันลงทุนไทย
- เยอรมนีก้าวหน้า รีไซเคิล “พลาสติก” ใช้เป็นใยสำหรับพิมพ์ 3 มิติ
- บริษัทรถไฟญี่ปุ่นเจอาร์ เวสต์ (JR West) สร้างอาคารสถานีรถไฟจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
- ผลสำรวจผู้โดยสารเชื่อมั่นบริการรถไฟฟ้าสายสีแดง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
